กลิ่นคาวเลือดเก่าแก่หลายหมื่นปีไม่ได้จางหายไปไหน มันเพียงแต่ถูกกาลเวลาหมักบ่มจนกลายเป็นกลิ่นอายอับชื้นที่เสียดแทงลึกถึงไขกระดูก
ฉินเฟิงยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าประตูหินขนาดยักษ์ที่สลักลวดลาย ‘เก้าพยัคฆ์คำรามสุริยันดับ’ ศิลาเบื้องหน้าแผ่ไอเย็นเยือกราวน้ำแข็งทมิฬตัดกับความร้อนระอุของสายเลือดมังกรโบราณที่ไหลเวียนอยู่ในตบะของเขา ปลายเท้าของเขากดทับอยู่บนโครงกระดูกมนุษย์และสัตว์อสูรบรรพกาลที่ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดเป็นผุยผง
“อาณาเขตนี้กดทับพลังปราณอย่างรุนแรง… เกินกว่าที่ข้าคาดการณ์ไว้สามส่วน”
เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยความระแวดระวังดังขึ้นจากด้านหลัง เย่ชิงหลานก้าวเท้าเข้ามาหยุดยืนเคียงข้าง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามไรผมของนาง แม้จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับสูง แต่วิถีโคจรของดาราจักรในห้วงมิติปิดตายแห่งนี้กลับบิดเบี้ยวจนน่าสะพรึงกลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นกวาดมองไปรอบกายเพื่อคำนวณทิศทางความปลอดภัย
“ไม่ใช่แค่กดทับ… แต่มันกำลัง ‘กลืนกิน’ ต่างหาก”
ฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย นัยน์ตาคมกริบดั่งใบมีดกวาดมองความมืดมิดเบื้องหน้า มุมปากหยักยิ้มเยาะหยันขึ้นเล็กน้อย “พวกมันคิดใช้ค่ายกลสวรรค์ปิดผนึกสติปัญญาของดวงวิญญาณ แต่น่าเสียดาย… สำหรับคนที่เคยเหยียบย่างผ่านประตูความเป็นตายมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน สถานที่แห่งนี้ไม่ต่างอะไรกับ ‘ถ้ำเสือที่ไร้เขี้ยวเล็บ’”
สิ้นคำพูด ร่างกายของฉินเฟิงก็สั่นสะท้านขึ้นวูบหนึ่ง กล้ามเนื้อทั่วร่างกระชับแน่นจนเกิดเสียงลั่นกรอบราวกับกิ่งไม้หัก เส้นเลือดฝอยสีทองแดงผุดขึ้นเด่นชัดบนผิวหนัง ขับเน้นกลิ่นอายความดุดันระดับ ‘ราชันย์โลหิตมังกร’ ให้แผ่ซ่านออกไปโดยไม่ต้องปลดปล่อยพลังปราณแม้แต่น้อย
แรงกดดันจากมิติเบื้องหน้าปะทะเข้ากับร่างของเขาอย่างจัง ทว่าแทนที่จะถอยร่น ฉินเฟิงกลับก้าวเท้าเดินดุ่มๆ เข้าไปหาความมืดมิดนั้นด้วยความเด็ดขาด ทุกก้าวที่เหยียบลงไปบนพื้นศิลา ทรวดทรงและมัดกล้ามของเขาดูราวกับกำลังถูกหลอมหลอมด้วยไฟบรรพกาล ความเจ็บปวดจากการถูกแผดเผาด้วยพลังงานโบราณแทรกซึมเข้าสู่เส้นประสาททุกอณู แต่สีหน้าของเขากลับปราศจากความเจ็บปวด มีเพียงประกายตาที่ลุกโชนด้วยความกระหายใคร่รู้และความเด็ดเดี่ยว
เย่ชิงหลานมองแผ่นหลังนั้นด้วยความรู้สึกซับซ้อน นางรู้ดีว่าฉินเฟิงในยามนี้ไม่ใช่ นายน้อยตระกูลฉิน ผู้ไร้ค่าคนเดิมอีกต่อไปแล้ว ความเด็ดเดี่ยวระดับที่กล้าใช้ ‘โลหิตมังกรแท้จริง’ แลกกับการเปิดประตูแดนลับแลเช่นนี้ มีเพียงปีศาจหรือผู้ที่บรรลุเต๋าแห่งความตายแล้วเท่านั้นจึงจะกล้าทำ
“เจ้าบ้า… อย่าฝืนเกินไป ปราณโลหิตในตัวเจ้ากำลังจะย้อนกลับ” นางเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงร้อนรนเล็กน้อย มือเรียวบางยกขึ้นเตรียมสะบัดแผ่นยันต์ดาราเพื่อช่วยพยุงค่ายกลรอบตัวเขา
“ถอยไป ชิงหลาน”
คำพูดสั้นๆ แต่ทรงอำนาจเด็ดขาดจนนางต้องชะงักมือ ฉินเฟิงหันกลับมาเพียงเสี้ยววินาที นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นสะท้อนแสงประหลาดจากใจกลางถ้ำ ลึกล้ำและเยือกเย็นจนหัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ
“ข้าไม่ได้กำลังฝืน… ข้ากำลัง ‘ทวงคืน’”
ฉินเฟิงสะบัดมือซ้ายออกอย่างแรง แรงลมปราณมחศาลระเบิดออกกรีดร้องก้องกังวาน ประตูหินยักษ์ที่ปิดตายมานานนับหมื่นปีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกทีละน้อย เสียงครูดคราดของหินผาบดขยี้กันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของพญามังกรที่ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน
เมื่อบานประตูกว้างพอให้คนลอดผ่านได้ กลิ่นหอมประหลาดที่ไม่เคยปรากฏบนโลกภายนอกก็ลอยกรุ่นออกมา มันไม่ใช่กลิ่นอายของสมุนไพรวิเศษทั่วไป แต่เป็นกลิ่นอายของ ‘แก่นแท้โลหิตบรรพกาล’ ที่บริสุทธิ์จนทำให้ลมหายใจของคนผู้หนึ่งสั่นสะท้าน
“นั่นมัน…!” เย่ชิงหลานเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อสายตาสอดส่องผ่านความมืดเข้าไปภายในโถงถ้ำโบราณ
เบื้องลึกของแดนลับแล หาใช่ซากปรักหักพังธรรมดาไม่ แต่ทว่ามันคือ ‘สระมังกรโลหิต’ ขนาดยักษ์ น้ำในสระไม่ใช่ของเหลวธรรมดา หากแต่เป็นเลือดสีทองคำอมแดงที่เดือดพล่านอยู่ตลอดเวลา ส่งเสียงคำรามฮึ่มฮั่มราวกับมีชีวิตวิญญาณนับล้านสถิตอยู่ภายในนั้น ตรงใจกลางสระ มีร่างโครงกระดูกสีทองคำบริสุทธิ์ขนาดมหึมานั่งขัดสมาธิอยู่ โครงกระดูกนั้นยังมี ‘ผลึกแก่นแท้มังกร’ ขนาดเท่ากำปั้นฝังอยู่กลางหน้าอก มันเปล่งประกายแสงระยิบระยับบาดตา ดึงดูดทุกอณูพลังปราณในรัศมีร้อยลี้ให้ไหลมารวมกันที่จุดเดียว
“ผลึกหัวใจมังกรสุริยัน… สมบัติล้ำค่าที่สูญหายไปตั้งแต่ยุคบรรพกาล!” มือเรียวของเย่ชิงหลานสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้ด้านดาราศาสตร์และตำนานโบราณทำให้นางตระหนักดีว่า หากผู้ใดได้ครอบครองผลึกนี้ ผิวเนื้อและกายาจะสามารถทะลวงข้ามขีดจำกัดของมนุษย์ กลายเป็น ‘กายาสวรรค์อมตะ’ ได้อย่างแท้จริง
ทว่า ฉินเฟิงกลับไม่ได้แสดงอาการดีใจออกมาแม้แต่น้อย ใบหน้าของเขากลับขรึมลง ดวงตาหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นเดียว
เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง… บางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำโลหิตเดือดพล่านนั้น
“ชิงหลาน ถอยไปให้ห่างจากปากทางเข้าสามสิบก้าว ตั้งค่ายกลป้องกันสิบสองดาราจักรทันที!” ฉินเฟิงเอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ไร้ซึ่งความลังเล
“เกิดอะไรขึ้น? หรือว่า…”
“มันไม่ได้มีแค่เราที่รู้ทางเข้าแดนลับแลนี้” ฉินเฟิงแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เย็นยะเยือกราวกับลมหนาวจากขุมนรก “ดูเหมือนว่า ‘สุนัขรับใช้’ ของจักรพรรดิโลหิต จะจมูกไวเสียยิ่งกว่าสัตว์อสูรล่าเนื้อเสียอีก”
สิ้นเสียงของฉินเฟิง พื้นดินภายในถ้ำโบราณก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ผิวน้ำในสระโลหิตระเบิดออกเป็นวงกว้าง พร้อมๆ กับเงาร่างนับสิบที่พุ่งทะยานลงมาจากเพดานถ้ำราวกับฝูงค้างคาวปีศาจ แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสูงแผ่ซ่ายกดทับจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยว
“ฉินเฟิง เจ้าหนูตระกูลฉินผู้โง่เขลา… คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะใช้ชีวิตที่เหลืออันน้อยนิดของตนเอง มาเปิดทางสมบัติให้แก่สำนักโลหิตทมิฬของพวกเรา!”
เสียงหัวเราะแหบพร่าและเย้ยหยันดังสะท้อนก้องไปทั่วผนังถ้ำ เงาร่างในชุดคลุมสีเลือดฉานปรากฏขึ้นตรงหน้าทางออก ปิดกั้นเส้นทางหนีทีไล่ทั้งหมด รัศมีพลังสีแดงเข้มแผ่ออกมาจากตัวของผู้นำกลุ่ม มันคือผู้อาวุโสลำดับสามแห่งสำนักโลหิตทมิฬ ผู้มีฉายา ‘มือขวาโลหิต’ ผู้ซึ่งมีชื่อเสียงในการควักหัวใจมนุษย์ขณะที่เหยื่อยังมีชีวิตอยู่!
เย่ชิงหลานหน้าถอดสีทันที นางไม่คาดคิดว่าฝ่ายตรงข้ามจะตามมาทันและดักซุ่มรอจังหวะนี้อยู่ก่อนแล้ว
ทว่า ฉินเฟิงกลับไม่แม้แต่จะชายตามองผู้อาวุโสสำนักโลหิตทมิฬผู้นั้น เขากลับก้าวเท้าลงไปในสระโลหิตเดือดพล่านด้วยท่าทีเยือกเย็นราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
สายตาของเขาจับจ้องไปยัง ‘ผลึกหัวใจมังกรสุริยัน’ เบื้องหน้า ก่อนจะเหลือบมองศัตรูที่ปิดล้อมด้วยรอยยิ้มเหยียดหยามที่มุมปาก
“ข้ากำลังกังวลอยู่พอดีว่า… ขาดกระสอบทรายชั้นดีที่จะมาช่วยทดสอบ ‘กายามังกรขั้นที่สาม’ ของข้าหลังจากดูดซับผลึกนี้พอดี”
ฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย แต่กลับทำให้ความมั่นใจของเหล่ามือสังหารสำนักโลหิตทมิฬชะงักงันไปชั่วขณะ
— โปรดติดตามตอนต่อไป —
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านด่านนรกไปด้วยกันครับ! — มังกรครามท่องภพ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 7
แดนลับแลมังกรบรรพกาล
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!