“เจ้าคิดว่าจักรพรรดิโลหิตคือศัตรูคนเดียวของเจ้าในชาติก่อนหรือ? หึหึ... แท้จริงแล้ว ข้าต่างหากที่เป็นคนสั่งให้เขาสังหารเจ้าในวันนั้น”
แรงบีบที่หัวไหล่ของฉินเฟิงหนักหน่วงราวกับภูเขาทั้งลูกกดทับลงมา ไอสังหารที่เย็นเยือกดั่งน้ำแข็งขั้วโลกซึมลึกผ่านเนื้อผ้าเข้าสู่กระดูกสันหลัง แต่นั่นยังไม่น่าสะพรึงกลัวเท่ากับ 'ความจริง' ที่เพิ่งถูกเปิดเผย ฉินเฟิงไม่ได้สะดุ้ง ไม่ได้โวยวาย สิ่งที่เขาทำคือการผ่อนลมหายใจอย่างเชื่องช้า ดวงตาที่เคยคมดุจใบมีดหรี่ลงจนเหลือเพียงช่องแคบๆ
เขาค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับคนผู้นั้น—บุรุษในชุดคลุมสีเทาจางที่ดูเหมือนจะกลมกลืนไปกับความมืดมิดในซอกตึกของเมืองร้างแห่งนี้
“ท่านเป็นใคร” ฉินเฟิงถาม เสียงของเขาเรียบนิ่งจนน่ากลัว ไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
บุรุษผู้นั้นคลี่ยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา “ชื่อของข้านั้นลบเลือนไปจากประวัติศาสตร์นานแล้ว ฉินเฟิง... เจ้าคงจำเหตุการณ์บนยอดเขาบรรพตสวรรค์ไม่ได้สินะ วันที่เจ้าทะลวงขั้นพลังเซียนและเกือบจะครองแผ่นดินได้เพียงลำพัง วันนั้น... ความผิดพลาดเพียงประการเดียวของเจ้าไม่ใช่ความประมาท แต่คือการที่เจ้ามองไม่เห็น 'เงา' ที่ยืนอยู่หลังบัลลังก์ของเจ้าเอง”
ฉินเฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ “เงาอย่างนั้นรึ? คนที่ข้าเคยไว้ใจที่สุด สุดท้ายกลับกลายเป็นคนที่ถือดาบจ่อคอหอยข้าเสียเอง เหตุผลเล่า? ทำไมต้องเป็นข้า?”
“เพราะเจ้ามันเป็นตัวหมากที่เก่งเกินไปอย่างไรเล่า” ชายลึกลับขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน “การมีอยู่ของเจ้าคืออุปสรรคต่อแผนการใหญ่ของสภาเซียนบรรพกาล จักรพรรดิโลหิตเป็นเพียงหมาล่าเนื้อที่หิวโซ ข้าแค่เพียงโยนเศษเนื้อชิ้นใหญ่ไปให้ เพื่อให้มันกัดกินเจ้าเสีย”
ฉินเฟิงขยับตัวเพียงเล็กน้อย พลังปราณมังกรสีครามเริ่มหมุนวนอยู่ใต้ผิวหนัง พุ่งพล่านไปทั่วเส้นชีพจร เขาไม่ได้ต้องการคำตอบที่ยาวเหยียดกว่านี้ สิ่งที่เขาต้องการคือการ 'ขยี้' ศัตรูที่บังอาจหยามเกียรติของเขาถึงสองชาติภพ
“พูดมากเกินไปแล้ว”
ฉินเฟิงระเบิดพลังหมัดอัดกระแทกเข้าที่กลางหน้าอกของบุรุษชุดเทาอย่างรุนแรง พลังทำลายล้างมหาศาลปะทุออกดั่งพายุคลั่ง ส่งร่างนั้นกระเด็นทะลุกำแพงหินพังครืนลงมา ทว่า... แทนที่ร่างนั้นจะตกลงไปกองกับพื้น มันกลับสลายกลายเป็นละอองสีดำสนิทแล้วหายวับไปในอากาศ
“ภาพลวงตา?” ฉินเฟิงกัดฟันกรอด สัมผัสวิญญาณของเขาไม่สามารถตรวจพบร่องรอยของอีกฝ่ายได้เลยแม้แต่น้อย
“ฉินเฟิง! เจ้าเป็นอะไรไป?”
เสียงหวานทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง เย่ชิงหลานกระโจนเข้ามาหาสหายร่วมรบด้วยสีหน้าตื่นตระหนก เธอสังเกตเห็นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยของเขาก่อนจะรีบคว้าข้อมือเอาไว้ “เจ้าดูเหมือนเพิ่งผ่านการต่อสู้ที่ดุเดือดมา แต่ข้าไม่เห็นใครเลย... เจ้าเห็นอะไรกันแน่?”
ฉินเฟิงหันกลับมามองสหายสาว แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากความเยือกเย็นเป็นความกระหายเลือดที่ยากจะปิดมิด “ชิงหลาน... ข้าไม่ได้สู้กับใคร ข้ากำลังสู้กับสิ่งที่ข้าทิ้งไว้ในอดีต ข้าถูกดึงเข้าสู่เกมของพวกมันอีกครั้ง และคราวนี้... มันไม่ได้มาเพื่อแค่ฆ่าข้า แต่มันมาเพื่อเปลี่ยนให้ข้ากลายเป็นเครื่องจักรสังหารอีกครั้ง”
เย่ชิงหลานเงียบไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่าฉินเฟิงไม่ใช่คนที่ตื่นตระหนกโดยไร้เหตุผล เธอวางมือลงบนไหล่ของเขา สัมผัสถึงไอความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขา “ถ้าศัตรูคือเงา เราก็ต้องสร้างแสงที่จ้าที่สุดเพื่อกำจัดเงาให้สิ้นซาก ไม่ว่ามันจะเป็นใคร หรือมีอำนาจล้นฟ้าเพียงใด ข้าจะยืนเคียงข้างเจ้า... จนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะดับสูญ”
ทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง เสียงลมหวิวหวีดหวิวราวกับเสียงกระซิบของวิญญาณร้ายที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากความหลับใหล
ทว่า ในขณะที่ฉินเฟิงกำลังจะก้าวเดินออกไปจากจุดนั้น เขาก็ต้องชะงักฝีเท้า สายตาเหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่บนพื้นตรงจุดที่บุรุษชุดเทาเคยยืนอยู่ มันคือป้ายหยกสีดำสนิทที่มีสัญลักษณ์รูป 'มังกรหักเขี้ยว' สลักอยู่บนนั้น
มือของฉินเฟิงหยิบมันขึ้นมาด้วยความรู้สึกสั่นสะท้าน ป้ายหยกนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อระบุตัวตน แต่มันคือ... 'กุญแจ'
กุญแจที่เปิดผนึกคุกใต้ดินมืดที่เขาเคยถูกขังไว้ก่อนจะจุติใหม่ และเมื่อเขาสัมผัสไปที่รอยแตกของหยก กระแสความทรงจำที่ถูกปิดผนึกก็ทะลักเข้าสู่สมองจนฉินเฟิงถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น เขาเห็นภาพของตัวเองในชาติก่อน... ไม่ได้ถูกฆ่าโดยจักรพรรดิโลหิตเพียงคนเดียว แต่ถูกทรยศโดยคนนับร้อยที่เขารักและไว้ใจที่สุด โดยมีคนคนหนึ่งยืนแสยะยิ้มอยู่เบื้องหลังเงาของเปลวเพลิง
“ไม่ใช่แค่คนเดียว... ทั้งหมดคือแผนการล้างเผ่าพันธุ์ราชันย์มังกร” ฉินเฟิงพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือไปด้วยความเคียดแค้น
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากความมืดรอบด้าน ไม่ใช่คนเดียว แต่เป็นกองทัพนับร้อยที่สวมชุดเกราะตราประทับ 'มังกรหักเขี้ยว' ที่เขาเพิ่งเห็นบนป้ายหยก พวกมันโผล่ออกมาจากทุกทิศทาง พร้อมกับนักฆ่าชุดดำที่แผ่ไอพลังระดับเซียนขั้นสูงสุด
หัวหน้ากลุ่มนักฆ่าเดินออกมาข้างหน้า ถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่ฉินเฟิงคุ้นเคยเป็นอย่างดี... ใบหน้าที่เขาคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่อดีตชาติ
“สวัสดีสหายเก่า... ข้าล่ะรอคอยวันนี้มานานเสียเหลือเกิน วันที่ข้าจะได้นำคอของเจ้าไปถวายแก่ท่านผู้นั้น”
ฉินเฟิงค่อยๆ ยันกายลุกขึ้น แววตาที่เคียดแค้นแปรเปลี่ยนเป็นความนิ่งสงบดั่งมหาสมุทรที่กำลังจะเกิดพายุ เขาชักกระบี่มังกรครามออกจากฝัก เสียงคมเหล็กกระทบอากาศดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วป่ามรณะ
“มาลองดูว่า... คอของข้า หรือหัวของพวกเจ้า... ที่จะหลุดออกจากบ่าก่อนกัน”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของมังกรครามท่องภพมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 27
บทที่ 27
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!