"เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เจ้าเดินออกจากหุบเขาเงาจันทร์ไปได้ง่ายๆ โดยไม่ทิ้งอะไรไว้เป็นเครื่องบรรณาการงั้นหรือ ฉินเฟิง?"
น้ำเสียงแหบพร่าดุจเสียงเสียดสีของใบมีดกับแผ่นหินดังขึ้นจากความมืดมิดเบื้องหลัง ฉินเฟิงหยุดฝีเท้าลงทันที เขาไม่ได้หันกลับไปในทันที แต่ไอสังหารที่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งจากขุมนรกได้แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาจนหญ้าบริเวณรอบๆ กลายเป็นสีดำเกรียม
เย่ชิงหลานที่ยืนอยู่เคียงข้างขยับกายเข้ามาใกล้เล็กน้อย มือเรียวงามของนางแตะที่ด้ามกระบี่ข้างเอว ดวงตาหงส์หรี่มองไปยังเงามืดที่ปรากฏขึ้นเบื้องหน้า แสงจันทร์สลัวเผยให้เห็นร่างของชายในชุดคลุมสีเลือด ผิวหนังซีดเผือดราวกับศพที่ถูกแช่ในน้ำค้างมานานปี
"คนของจักรพรรดิโลหิต..." เย่ชิงหลานกระซิบแผ่วเบา "ดูเหมือนพวกมันจะเร็วกว่าที่เราคาดการณ์ไว้"
ฉินเฟิงคลี่รอยยิ้มบางที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น แต่กลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "ช้าไปเสียด้วยซ้ำ ข้าอุตส่าห์เปิดช่องว่างให้พวกมันไล่ตามมาตั้งหลายลี้ หากยังไม่โผล่หัวออกมา ข้าคงต้องหันไปพิจารณาเรื่องการเปลี่ยนศัตรูที่ไร้น้ำยาเสียใหม่"
ชายชุดคลุมเลือดหัวเราะร่วน เสียงนั้นแหลมสูงจนน่าปวดประสาท "หึ! ปากดีนักนะนายน้อยผู้ตกอับ ข้าได้รับบัญชามาให้ตัดหัวของเจ้าไปแขวนไว้บนยอดหอคอยกระดูก เพื่อเป็นการเตือนใจพวกมดปลวกที่บังอาจท้าทายอำนาจของจักรพรรดิ!"
ฉินเฟิงหมุนตัวกลับช้าๆ ดวงตาคู่คมดุจเหยี่ยวคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยแสงสีคราม มันไม่ใช่สายตาของนายน้อยผู้ไร้ค่าในคำเล่าลือ แต่มันคือสายตาของจอมราชันย์ที่ผ่านการนองเลือดมานับศตวรรษ "จักรพรรดิโลหิตส่งสุนัขรับใช้มาเพียงตัวเดียว... สงสัยมันคงเริ่มกลัวที่จะเผชิญหน้ากับข้าด้วยตัวเองแล้วสินะ"
ไม่รอให้พูดพร่ำทำเพลง ชายชุดคลุมเลือดดีดตัวเข้าหาฉินเฟิงด้วยความเร็วสูง พลังปราณสีแดงฉานพวยพุ่งออกจากฝ่ามือ กลายเป็นกรงเล็บกระดูกที่หมายจะคว้านหัวใจของฉินเฟิงในคราเดียว
ฉินเฟิงไม่แม้แต่จะชักกระบี่ เขาสะบัดแขนเสื้อเพียงครั้งเดียว ไอพลังครามหนาแน่นควบแน่นเป็นฝ่ามือมังกรตบลงที่ใจกลางวิชาของศัตรู!
*ตึง!*
เสียงปะทะกัมปนาทจนแผ่นดินสะเทือน ชายชุดคลุมเลือดกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว เลือดสดๆ พุ่งออกจากปากของมันอย่างไม่อาจควบคุม "เป็นไปไม่ได้! วิชาดูดกลืนโลหิตของข้า... เจ้าทำลายมันได้อย่างไร?"
"วิชาของพวกเจ้ามันก็แค่เศษเสี้ยวของวิชาขยะที่ข้าเคยเหยียบย่ำเมื่อชาติก่อน" ฉินเฟิงก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว ทุกย่างก้าวที่เขาสัมผัสพื้นดิน ปราณครามที่เย็นยะเยือกจะกระจายออกไปดุจคลื่นใต้น้ำ "เจ้าคิดว่าตัวเองคือผู้ล่า แต่ความจริงแล้ว... เจ้าเป็นเพียงเหยื่อที่ข้าอนุญาตให้มีชีวิตอยู่เพื่อนำทางไปหาเจ้านายของเจ้าเท่านั้น"
เย่ชิงหลานสังเกตเห็นประกายของความผิดปกติในดวงตาของฉินเฟิง นางรู้ดีว่าเมื่อใดที่เขาสลัดความอดทนออกไป บรรยากาศรอบข้างจะถูกครอบงำด้วยจิตสังหารระดับสูงสุด "ฉินเฟิง! อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายประหลาดจากทางทิศเหนือ มีบางอย่างที่ทรงพลังยิ่งกว่ากำลังเคลื่อนที่มาทางนี้"
ฉินเฟิงชะงักฝีเท้า สายตาที่ดุดันของเขาหันไปมองยังกลุ่มเมฆมืดมิดที่กำลังบดบังจันทร์เสี้ยว ความเงียบงันเข้าปกคลุมหุบเขา ราวกับว่าธรรมชาติเองก็หวาดกลัวต่อบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะปรากฏตัว
ชายชุดคลุมเลือดที่บาดเจ็บสาหัสเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง แม้ร่างกายจะสั่นเทาด้วยความเจ็บปวด "สายเกินไปแล้ว... เจ้าหลงกลเข้าเต็มเปา! การที่ข้าโผล่มาที่นี่ไม่ใช่เพื่อฆ่าเจ้า แต่มันคือการ 'ต้อน' เจ้าให้เข้าสู่เขตแดนผนึกวิญญาณต่างหาก!"
ฉินเฟิงขมวดคิ้วแน่น เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่จู่โจมลงมาจากฟากฟ้า มันเป็นแรงกดดันที่ไม่ได้มาจากคนเพียงคนเดียว แต่มาจากค่ายกลโบราณที่ค่อยๆ เผยร่างออกมาจากมิติที่บิดเบี้ยว
ทันใดนั้น พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาก็แตกออกเป็นรอยร้าวขนาดใหญ่ อักขระสีทองอร่ามพุ่งขึ้นจากใต้ดินล้อมรอบฉินเฟิงและเย่ชิงหลานไว้เหมือนกรงขัง ในขณะที่ชายชุดคลุมเลือดสลายร่างกลายเป็นหมอกโลหิตหายไปกับความมืด
จากกลางอากาศเบื้องบน ร่างหนึ่งค่อยๆ ลอยลงมาอย่างช้าๆ ร่างนั้นสวมชุดเกราะโลหะสีนิลประดับด้วยเขามังกรที่หักสะบั้น กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นข่มขวัญจนเย่ชิงหลานถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความอึดอัด
"นานแค่ไหนแล้วนะ ฉินเฟิง... ที่ข้าไม่ได้เห็นดวงตาคู่นี้ในระยะใกล้ขนาดนี้" เสียงที่ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความโกรธแค้นแฝงอยู่เบื้องหลังหน้ากากเหล็กนั้น
ฉินเฟิงจ้องมองร่างตรงหน้าโดยไม่หลบสายตา ความทรงจำอันขมขื่นในอดีตชาติไหลย้อนกลับมาดุจเขื่อนแตก มือที่กำกระบี่แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน "จักรพรรดิโลหิต... ในที่สุดเจ้าก็เอาตัวเน่าๆ ของเจ้าออกมาจากหอคอยเสียที"
"ข้าไม่ได้มาเพื่อฆ่าเจ้าวันนี้" ชายสวมหน้ากากกล่าวพร้อมกับก้าวเดินเข้ามาหาช้าๆ ทุกก้าวที่เดินผ่าน อักขระค่ายกลจะเรืองแสงสว่างวาบ "ข้ามาเพื่อจะบอกเจ้าว่า... ร่างที่เจ้าใช้อยู่นี้ แท้จริงแล้วเป็นของใคร และเหตุใดเจ้าถึงถูกเลือกให้มาจุติในนรกขุมนี้"
เขายื่นมือมาข้างหน้า ฝ่ามือที่มีรอยแผลเป็นแปลกประหลาดเปิดออกเผยให้เห็นภาพนิมิตที่ฉินเฟิงไม่เคยคาดคิดมาก่อน มันคือใบหน้าของบิดาผู้ให้กำเนิดเขาในชาติปัจจุบัน... ที่กำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้าของจักรพรรดิโลหิตพร้อมกับสมุดบัญชีรายชื่อวิญญาณที่ทำพันธสัญญาไว้กับนรก!
ฉินเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขากระตุกวูบ ความจริงที่ถูกปิดบังไว้กำลังจะถูกเปิดเผย และดูเหมือนว่าศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดของเขา... อาจไม่ใช่ชายตรงหน้า แต่เป็นสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเขาเอง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับมังกรครามท่องภพในบทนี้ครับ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 29
บทที่ 29
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!