"เจ้าคิดว่าคมดาบของเจ้าจะตัดผ่านโซ่ตรวนแห่งโชคชะตาที่ข้าถักทอไว้ได้งั้นหรือ ฉินเฟิง?"
เสียงทุ้มต่ำดุจเสียงบดหินดังสะท้อนก้องทั่วห้องโถงไร้ลักษณ์ กระแสพลังปราณสีเลือดเข้มข้นม้วนตัวเป็นเกลียวคลื่น กดทับจนอากาศรอบกายกลายเป็นสุญญากาศ ฉินเฟิงยืนนิ่งสนิท มือขวาที่กุมด้ามกระบี่มังกรครามไว้แน่นเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย มิใช่เพราะความเกรงกลัว แต่เพราะแรงกดดันระดับราชันย์ที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสาย
"โชคชะตาของข้า ข้าเป็นผู้ลิขิตเอง ไม่ใช่เศษเดนจากอดีตเช่นเจ้า" ฉินเฟิงตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก ทว่าแฝงไปด้วยคมมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกขณะ เขาค่อยๆ ปลดปล่อยลมปราณเพลิงมังกรออกมา รัศมีสีทองอมแดงห่อหุ้มร่างกายจนดูราวกับเทพสงครามที่จุติลงมาเพื่อกวาดล้างความชั่วร้าย
เย่ชิงหลานที่ยืนอยู่ด้านหลังกำหมัดแน่น พลางร่ายมนตร์อาคมด้วยนิ้วมือที่พลิ้วไหว ดวงตาของนางจับจ้องไปที่จุดอ่อนของม่านพลังตรงหน้า "ฉินเฟิง อย่าบุ่มบ่าม! ค่ายกลโลหิตนี้เชื่อมโยงกับชีพจรของแผ่นดิน หากเจ้าฟันลงไปตรงๆ พลังย้อนกลับจะทำลายร่างกายเจ้าเป็นผุยผง!"
ฉินเฟิงหาได้หันกลับไปมอง สายตายังคงจับจ้องไปที่เงาร่างของจักรพรรดิโลหิตที่เลือนรางอยู่ในม่านพลัง "ข้าทราบดี ชิงหลาน... แต่ในยามที่ศัตรูเผยรอยร้าวออกมาเพียงชั่วพริบตา ต่อให้ต้องแลกด้วยการแตกสลายของเส้นชีพจร ข้าก็ไม่อาจปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือไปได้"
ทันใดนั้น ฉินเฟิงก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว พื้นศิลาใต้ฝ่าเท้าแตกร้าวเป็นใยแมงมุม ร่างของเขาพุ่งทะยานออกไปดุจดาวตกที่แหวกม่านราตรี กระบี่มังกรครามเปล่งประกายเจิดจ้า รัศมีมังกรข่มขวัญสั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณของจักรพรรดิโลหิตที่หัวเราะร่าในลำคอ
"ช่างดื้อรั้นนัก!"
จักรพรรดิโลหิตสะบัดมือเพียงครั้งเดียว กรงเล็บสีเลือดพุ่งเข้าปะทะกับกระบี่ของฉินเฟิงจนเกิดเสียงระเบิดกัมปนาท พลังงานสองสายขัดแย้งกันอย่างรุนแรงจนเกิดเป็นพายุหมุนกลางห้องโถง ฉินเฟิงกัดฟันแน่น เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากมุมปาก เขาบังคับให้พลังปราณในจุดตันเถียนหมุนวนเร็วยิ่งขึ้น หลอมรวมจิตวิญญาณมังกรเข้ากับกระบี่จนกลายเป็นหนึ่งเดียว
"ไปซะ!" เขาคำรามลั่น แรงระเบิดจากการปะทะผลักร่างของทั้งคู่ให้กระเด็นออกไปคนละทาง
เย่ชิงหลานรีบคว้าตัวฉินเฟิงไว้ได้ทันท่วงที ดวงตาของนางฉายแววกังวลอย่างปิดไม่มิด "เจ้าบ้าไปแล้วหรือ! พลังนั่นมันเกินขีดจำกัดของร่างมนุษย์ไปมากแล้วนะ"
ฉินเฟิงเช็ดเลือดที่ริมฝีปาก สายตามองตรงไปยังกลุ่มควันสีเลือดที่เริ่มจางลง "หากข้าไม่ทำเช่นนี้ จักรพรรดิโลหิตก็จะฟื้นคืนชีพเต็มรูปแบบ และเมื่อถึงเวลานั้น ไม่ใช่เพียงแค่พวกเราที่ต้องตาย แต่แผ่นดินนี้จะกลายเป็นสุสานไร้ศพ"
ขณะที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงปรบมือแผ่วเบาก็ดังขึ้นมาจากเงามืดด้านหลังกำแพง ร่างของชายชราในชุดคลุมสีเทาผู้หนึ่งเดินก้าวออกมาอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาดูไร้อารมณ์ ทว่าดวงตากลับคมกริบดุจเหยี่ยวที่เฝ้ามองเหยื่อมาเป็นเวลานาน
"มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์... จบลงที่นี่หรือเริ่มที่นี่กันแน่?" ชายชรากล่าวพลางวางป้ายหยกสีดำสนิทลงบนโต๊ะหินกลางห้อง "ฉินเฟิง เจ้าอาจจะฆ่าเงาร่างของเขาได้ แต่เจ้าไม่มีวันฆ่า 'ตัวตนที่แท้จริง' ของเขาได้ หากเจ้ายอมละทิ้งวิถีแห่งเทพมังกร แล้วหันมาสวามิภักดิ์ต่อ 'พันธสัญญาแห่งความว่างเปล่า' ข้าจะยอมบอกทางรอดเดียวที่จะทำให้เจ้าไม่ต้องตายตกตามกัน"
ฉินเฟิงหันไปมองชายชรานิ่ง ดวงตาของเขาฉายประกายเยือกเย็นกว่าครั้งใด กระบี่มังกรครามในมือสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งราวกับรับรู้ถึงภัยคุกคามใหม่ที่ไม่ธรรมดา
"เจ้าเป็นใคร? และทำไมหยกชิ้นนั้นถึงมีกลิ่นอายของ 'อาจารย์' ข้า?"
ชายชรายิ้มมุมปากก่อนจะสะบัดมือ ดับไฟคบเพลิงทั่วทั้งห้องจนตกอยู่ในความมืดมิดสนิท "เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ชื่อข้า สิ่งที่เจ้าต้องรู้คือ... ในขณะที่เจ้ามัวแต่ต่อสู้กับจักรพรรดิโลหิต คนใกล้ตัวที่เจ้าไว้ใจที่สุดกำลังจะลงดาบที่กลางหลังของเจ้าในอีกไม่กี่อึดใจนี้แล้ว"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ฉินเฟิงรู้สึกถึงไอสังหารที่เยือกเย็นเสียดกระดูกพุ่งเข้ามาจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยยิ่งกว่าใคร... เสียงของคนเพียงคนเดียวที่เขายอมแลกชีวิตด้วย
ขอให้ทุกท่านจงดื่มด่ำไปกับความพลิกผันของโชคชะตาในครั้งนี้ และร่วมเป็นพยานในก้าวต่อไปของมังกรครามท่องภพนะครับ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 39
บทที่ 39
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!