"ท่านมั่นใจหรือว่ากล้าพอจะเอามีดจ่อคอหอยข้ากลางงานเลี้ยงฉลองชัยชนะเช่นนี้ ท่านเจ้าเมืองหลิน?"
เสียงของฉินเฟิงราบเรียบ ทว่าทรงพลังดุจกระแสธารที่ไหลเชี่ยวใต้ผิวน้ำที่ดูสงบนิ่ง เขาไม่แม้แต่จะปรายตาไปมองใบมีดอาบยาพิษที่กดลงบนลำคอของตน แต่นั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักสลักลายมังกรพ่นไฟ จอกสุราในมือถูกหมุนวนอย่างเชื่องช้า บรรยากาศภายในโถงจัดเลี้ยงของจวนเจ้าเมืองพลันอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ฉินเฟิง... เจ้ามันก็แค่ไอ้สวะที่โชคดีฟื้นจากความตาย" หลินซาน ขุนนางผู้มีใบหน้าอวบอูมทว่าดวงตากลับคมกริบดุจงูพิษ แสยะยิ้มที่มุมปาก มือที่ถือมีดสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นที่ไม่อาจเก็บงำ "จักรพรรดิโลหิตทรงสัญญาไว้แล้วว่า หากข้าส่งหัวของเจ้าไปถวาย รางวัลที่ข้าจะได้รับนั้นคืออมตะภาพ! เจ้าคิดหรือว่าข้าจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปเพียงเพราะมิตรภาพจอมปลอม?"
รอบกายของฉินเฟิง เหล่าทหารองครักษ์นับสิบต่างชักอาวุธออกมา ล้อมวงเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เย่ชิงหลานซึ่งนั่งอยู่เคียงข้างกลับเพียงแค่ยกพัดขึ้นปิดครึ่งใบหน้า ดวงตาดุจดาราของนางกวาดมองไปรอบห้องอย่างเย็นชา
"อมตะภาพงั้นหรือ?" ฉินเฟิงหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเขามีเสน่ห์ทว่าแฝงไว้ด้วยไอสังหารที่ทำเอาตะเกียงรอบห้องวูบไหว "เจ้าขุนนางชั้นต่ำ... เจ้าคิดว่าสิ่งใดกันที่ทำให้จักรพรรดิโลหิตยอมยื่นข้อเสนอให้สุนัขรับใช้ที่ไร้ค่าอย่างเจ้า? พลังที่เจ้าปรารถนานั้นไม่ใช่ของขวัญ แต่มันคือคำสาปที่เปลี่ยนให้เจ้ากลายเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่งเพื่อสังเวยชีวิตในค่ายกลโลหิตของมันต่างหาก"
"หุบปาก!" หลินซานคำราม มือของเขาเริ่มกดมีดลงลึกจนเลือดสีแดงสดซึมออกมาเป็นรอยบางๆ บนผิวหนังของฉินเฟิง "พวกเจ้าทุกคน เข้าไปจับตัวมันไว้! ใครที่กล้าขัดขวาง ข้าจะตัดหัวเสียให้หมด!"
ทว่า ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวของฉินเฟิง พลังปราณสีครามเข้มข้นก็ระเบิดออกกะทันหัน! มันไม่ใช่ปราณธรรมดา แต่มันคือกลิ่นอายของมังกรโบราณที่กดทับลงมาดุจภูเขาหมื่นลูก เหล่าทหารองครักษ์ที่กำลังก้าวเข้ามาพลันเข่าอ่อนทรุดลงกับพื้น อาวุธในมือหลุดร่วงส่งเสียงกระทบกระดานไม้ดังระงม
ฉินเฟิงค่อยๆ ลุกขึ้นช้าๆ แรงกดดันมหาศาลทำให้เข็มขัดที่รัดเอวของหลินซานถึงกับขาดผึง เจ้าเมืองผู้โอหังใบหน้าซีดเผือดจนกลายเป็นสีม่วงคล้ำ เขาพยายามจะก้าวถอยหลัง แต่ขาของเขากลับไม่ยอมเชื่อฟังคำสั่ง
"เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าในจวนของเจ้ามีการติดตั้งค่ายกลดูดกลืนพลังวิญญาณ?" ฉินเฟิงก้าวเข้าไปหาหลินซานทีละก้าว แต่ละก้าวที่เหยียบลงบนพื้นไม้ทำให้รอยร้าวขยายวงกว้างออกไป "และเจ้าคิดหรือว่า ข้าจะโง่พอเดินเข้ามาในกับดักโดยไม่เตรียมวิธีแก้?"
"เจ้า... เจ้าทำอะไรกับปราณของข้า!" หลินซานกระอักเลือดออกมาคำโต
"ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย" ฉินเฟิงกระซิบข้างหูของขุนนางทรยศ "ข้าเพียงแค่สลายค่ายกลที่เจ้าฝังไว้ใต้พรมนี้ด้วยกระแสปราณมังกรข้ามภพ หากเจ้ายังไม่หยุดสั่น ข้าจะถือว่านั่นคือคำท้าทาย และข้า... ไม่ชอบปล่อยให้ศัตรูตายโดยที่ยังไม่ได้ลิ้มรสความหวาดกลัวที่แท้จริง"
เย่ชิงหลานที่นั่งนิ่งมาตลอดลุกขึ้นเดินมาหยุดข้างๆ ฉินเฟิง นางใช้นิ้วเรียวสวยสะบัดเพียงครั้งเดียว ค่ายกลดาราที่ซ่อนเร้นในกำแพงจวนก็เผยตัวออกมาเป็นเส้นแสงสีม่วงที่รัดพันร่างของหลินซานไว้แน่นจนแทบจะขาดใจ
"ความผิดของท่านขุนนางหลินนั้นไม่อาจอภัยให้ได้" นางกล่าวเสียงเรียบ เย็นชาดุจน้ำแข็ง "การเป็นพันธมิตรกับจักรพรรดิโลหิต เท่ากับการขายวิญญาณให้ปีศาจ ซึ่งผู้ที่ทำเช่นนั้น ย่อมไม่ควรได้รับสิทธิ์ในการมีลมหายใจอยู่ในโลกใบนี้อีกต่อไป"
ฉินเฟิงพยักหน้า เขาหยิบจอกสุราที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาแล้วซัดมันเข้าที่อกของหลินซาน จอกนั้นแตกกระจายพร้อมกับพลังปราณที่แทรกซึมเข้าไปทำลายเส้นลมปราณหลักทั้งหมดในร่างกายของชายผู้ทรยศ หลินซานล้มลงกลายเป็นคนพิการถาวรในพริบตาเดียว เสียงร้องโหยหวนของเขาดังก้องไปทั่วโถง แต่มันกลับถูกกลบด้วยเสียงหัวเราะเบาๆ ของฉินเฟิง
"เหลือไว้เพียงลมหายใจรวยริน" ฉินเฟิงสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "นำตัวมันไปแขวนไว้ที่หน้าประตูเมือง เพื่อให้พวกขุนนางที่คิดจะทรยศต่อแผ่นดินได้เห็นเป็นตัวอย่าง ว่าผลลัพธ์ของการเป็นเบี้ยให้จักรพรรดิโลหิตนั้นเป็นอย่างไร"
ทว่า ในขณะที่เหล่าทหารกำลังจะเข้าลากตัวหลินซานออกไป เงาร่างหนึ่งที่เร้นกายอยู่ในมุมมืดก็พลันขยับไหว ประกายกระบี่สีเลือดพุ่งตรงเข้าใส่ลำคอของฉินเฟิงอย่างรวดเร็วเกินกว่าสายตาจะมองทัน! ฉินเฟิงเบี่ยงตัวหลบได้อย่างเฉียดฉิว แต่ชายชุดดำคนนั้นไม่ได้พุ่งเป้ามาที่เขาเพียงผู้เดียว มันพุ่งเข้าไปคว้าคอของเย่ชิงหลานแล้วดึงตัวนางถอยห่างออกไปจนชิดริมหน้าต่าง
"ถ้าอยากให้องค์หญิงผู้นี้รอดชีวิต ก็จงวางดาบลงซะ เจ้าฉินเฟิง" เสียงแหบพร่าดังก้องออกมาจากใต้หน้ากากเหล็กที่ใบหน้าของชายชุดดำ "ข้าไม่ได้มาเพื่อจับตัวเจ้า แต่ข้ามาเพื่อพาเจ้าไปเข้าเฝ้า... ท่านจักรพรรดิโลหิต กำลังรอพบเจ้าอยู่ในที่ที่เจ้าคาดไม่ถึง"
ฉินเฟิงชะงัก สายตาที่เคยเยือกเย็นพลันสั่นไหววูบเมื่อเห็นรอยปานรูปมังกรสีดำที่คอของชายชุดดำผู้นั้น มันไม่ใช่ศัตรูทั่วไป แต่มันคือหนึ่งใน 'เงาอเวจี' ที่เขาเคยสังหารไปในชาติที่แล้ว... แต่มันกลับมายืนอยู่ตรงหน้าเขาในสภาพที่ยังไม่ควรจะถือกำเนิดขึ้น!
มังกรครามท่องภพขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามเส้นทางแห่งมังกรสายนี้ไปพร้อมกับผมครับ ขอให้สนุกกับการผจญภัยที่กำลังจะทวีความดุเดือดขึ้นในตอนถัดไปนะครับ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 13
พันธมิตรผู้ทรยศ
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!