“ถ้าเจ้าคิดจะแทงข้างหลังข้าด้วยกระบี่เล่มนี้ จงทำให้แน่ใจว่ามันจะทะลุถึงหัวใจก่อนที่ข้าจะหันกลับมาบดขยี้กะโหลกเจ้าจนแหลกคามือ”
เสียงเรียบเย็นของฉินเฟิงดังก้องไปทั่วโถงวิหารร้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายคาวเลือด เขาไม่ได้หันกลับไปมองชายฉกรรจ์ที่ถืออาวุธสั่นเทาอยู่เบื้องหลังแม้แต่น้อย ดวงตาของเขายังคงจดจ้องอยู่กับศิลาจารึกที่กำลังสั่นไหว ปราณมังกรสีครามที่ไหลเวียนอยู่ในกายแผ่ซ่านออกมาจนอากาศรอบตัวบิดเบี้ยวคล้ายจะแตกร้าว
“นายน้อย... ข้า... ข้าเพียงแค่ทำตามคำสั่งของท่านเจ้าสำนัก” ชายผู้นั้นละล่ำละลัก เสียงของเขาสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้
ฉินเฟิงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น มันเป็นเสียงของนักล่าที่มองเห็นความอ่อนแอเป็นเพียงธุลีดิน “คำสั่งของคนตาย... มีค่าเพียงเศษกระดาษที่รอวันถูกไฟเผา เจ้าคิดว่าจักรพรรดิโลหิตจะมอบความเป็นอมตะให้เจ้าจริงหรือ? หึ กรงเล็บของมังกรไม่เคยปรานีหนอนแมลงที่บังอาจขวางทางเดิน”
เขาสะบัดมือเพียงเบาๆ แรงกดดันมหาศาลดั่งขุนเขาทลายลงมาทับถมร่างของชายผู้นั้นทันที ร่างของศัตรูถูกกดลงกับพื้นจนกระดูกลั่นดังเปรี๊ยะ ฉินเฟิงเดินผ่านร่างนั้นไปโดยไม่ปรายตาแล ราวกับว่าชีวิตหนึ่งชีวิตมีค่าไม่ต่างจากมดปลวก
“เฟิง... อย่าเพิ่งใจร้อนไป ค่ายกลดาราที่ข้าคำนวณไว้กำลังสั่นคลอน หากเจ้าสังหารคนพวกนี้มากเกินไป เลือดของพวกมันจะไปกระตุ้นกลไกทำลายตัวเองของวิหารแห่งนี้”
เย่ชิงหลานเดินออกมาจากเงามืดของเสาหิน ใบหน้าของนางเรียบเฉย ทว่าแววตากลับฉายความกังวล นางถือแผนที่ดาวโบราณที่เรืองแสงวาบหวามอยู่ในมือ นางดูอ่อนล้า แต่แววตาของนักวางกลยุทธ์ยังคงคมกริบไม่ต่างจากเดิม
“ข้าไม่ได้สังหารเพื่อความสะใจ แต่ข้าสังหารเพื่อตัดตอนสายใยที่เชื่อมโยงถึงตัวมัน” ฉินเฟิงหยุดเดิน เขาสัมผัสได้ถึงไอสังหารที่คุ้นเคย ไอสังหารที่เคยปลิดชีพเขาในชาติก่อน “จักรพรรดิโลหิตกำลังเฝ้ามองเราอยู่ ชิงหลาน... เจ้าเชื่อหรือไม่ว่า ในบรรดาคนของเรา ยังมีสุนัขรับใช้ที่รอวันแว้งกัด”
เย่ชิงหลานนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ข้าพบร่องรอยการส่งสัญญาณผ่านมิติ... ในกลุ่มผู้ติดตามของเรา มีคนทรยศจริงๆ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญเท่ากับสิ่งที่อยู่ในโลงศิลาเบื้องหน้าเราตอนนี้”
ฉินเฟิงสาวเท้าก้าวไปจนถึงใจกลางวิหาร ตรงหน้าของเขามีโลงศิลาโปร่งแสงที่กักเก็บ 'เกล็ดมังกรบรรพกาล' เอาไว้ แสงสีทองสลับแดงสั่นไหวอยู่ภายในดั่งหัวใจที่กำลังเต้นเร้า มันคือขุมพลังเดียวที่สามารถสยบปราณโลหิตของศัตรูคู่แค้นได้ แต่ทว่า... ทันทีที่ฉินเฟิงเอื้อมมือจะสัมผัส ไอหมอกสีดำมืดก็ระเบิดออกมาจากฐานศิลา
“ระวัง!” เย่ชิงหลานร้องเตือน แต่มันสายเกินไป
เงาร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากความมืดมิดด้วยความเร็วสูงเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ มันคือกงเล็บโลหิตที่แหลมคมดุจดาบสังหาร พุ่งตรงเข้าหมายจะคว้านหัวใจของฉินเฟิงจากด้านหลัง การโจมตีนี้ไร้ซึ่งเสียง ไร้ซึ่งกลิ่นอาย จนกระทั่งมันอยู่ห่างจากแผ่นหลังของเขาเพียงนิ้วเดียว
ฉินเฟิงไม่ได้หลบ เขาพลิกกายกลับมาพร้อมกับฝ่ามือที่อัดแน่นด้วยปราณมังกรเข้มข้นจนเกิดเสียงแหลมสูงดุจเสียงกรีดร้องของวิญญาณ
*เปรี้ยง!*
คลื่นพลังกระแทกจนวิหารสั่นสะเทือน ร่างของนักฆ่าลึกลับกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบก้าว เผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หน้ากากสีเงิน ฉินเฟิงหรี่ตาลง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นดุร้ายดั่งพายุคลั่ง
“เป็นเจ้าเองหรือ... คนที่ข้าไว้ใจที่สุดในฐานะสหายร่วมรบ” ฉินเฟิงเอ่ยชื่อบุคคลนั้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นสะท้านไปด้วยไอสังหาร
ใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นขุนพลมือขวาที่ฉินเฟิงชุบเลี้ยงมากับมือตั้งแต่วันแรกที่จุติใหม่ เขาหัวเราะร่าด้วยความบ้าคลั่ง ก่อนจะชูวัตถุบางอย่างขึ้นในมือ มันคือตราประทับที่สลักชื่อจักรพรรดิโลหิตไว้อย่างเด่นชัด
“ฉินเฟิง... ความแค้นของท่านในชาติก่อนไม่มีวันดับสูญ แต่ในชาตินี้ ท่านจะต้องตายด้วยมือของคนที่ท่านเชื่อใจที่สุด นี่คือบัญชาจากท่านจักรพรรดิ... และข้า... ก็เลือกที่จะเป็นอมตะมากกว่าการเป็นสุนัขรับใช้ท่าน!”
ทันใดนั้น พื้นดินรอบๆ ตัวพวกเขาก็แตกออก รอยแยกมิติกำลังขยายตัวดูดกลืนทุกสรรพสิ่งเข้าไปสู่ห้วงเวิ้งว้างที่ไร้กาลเวลา จักรพรรดิโลหิตไม่ได้ปรากฏตัวด้วยร่างจริง แต่เสียงของมันกลับดังสะท้อนก้องมาจากทุกทิศทาง... *“ในที่สุด... บ่วงกรรมก็มาถึงบทสรุปเสียที มังกรครามที่สิ้นฤทธิ์ ถึงเวลาที่เจ้าจะต้องกลับคืนสู่ความว่างเปล่า”*
ฉินเฟิงมองสถานการณ์ตรงหน้าด้วยสายตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็ง เขาตัดสินใจคว้าข้อมือเย่ชิงหลานไว้แน่น ในขณะที่มืออีกข้างสลายปราณมังกรจนกลายเป็นคมมีดมิติตัดผ่านรอยแยกสีดำนั้นด้วยความเด็ดขาด
ทว่า ในขณะที่รอยแยกกำลังจะปิดลง เสียงกระซิบที่คุ้นเคยดังก้องขึ้นข้างหูฉินเฟิง “ลืมไปหรือยัง... ว่าใครเป็นคนฆ่าเจ้าในคืนนั้น? ไม่ใช่จักรพรรดิโลหิตหรอก... แต่เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างกายเจ้าในตอนนี้ต่างหากล่ะ”
ฉินเฟิงหยุดชะงัก ร่างของเขาสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อหันไปมองเย่ชิงหลานที่กำลังมองเขาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าราวกับคนแปลกหน้า...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความลวงลึกไปกับมังกรครามท่องภพในบทนี้ครับ
มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์•ตอนที่ 34
บทที่ 34
ผลงานโดย มังกรครามท่องภพ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มังกรครามท่องภพ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มหาศึกเทพมังกรทลายสวรรค์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!