เสียงโลหะกระทบกันในความมืดคือนาฬิกานับถอยหลังที่ดังชัดเจนที่สุดในชีวิตของ ร.ต.อ. ธันวา วิริยะ
ภายในห้องเก็บเอกสารที่มืดสนิท กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นเหล็กสนิมคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ประสาทสัมผัสทุกส่วนของเขาถูกปลุกเร้าจนถึงขีดสุด ไม่ใช่ด้วยความกลัว—ความกลัวเป็นสิ่งที่ธันวาถูกฝึกให้ตัดทอนทิ้งไปตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่เส้นทางโปรไฟล์เลอร์—แต่มันคือความตื่นตัวระดับอะดรีนาลีนพุ่งพล่าน
เสียงรองเท้าบูทที่ล้อมกรอบอยู่ภายนอกไม่ได้มีความเร่งรีบ แต่มันคือความเยือกเย็นของ “มืออาชีพ” ที่รู้ว่าเหยื่อไม่มีทางหนีพ้น
“พวกมันไม่ได้มาเพื่อจับเป็น” เสียงกระซิบของ ดร.เรนิตา ลอยมาจากความมืดเบื้องขวา ลมหายใจของเธออุ่น รดต้นคอเขาแผ่วเบา แสดงถึงความตึงเครียดที่พยายามควบคุมไว้ภายใต้มาดของจิตแพทย์ผู้เยือกเย็น “รูปแบบการเดินสามคู่ จังหวะเว้นระยะห่างสองเมตร... หน่วยจู่โจมเฉพาะกิจ หรือไม่ก็... คนที่แต่งเครื่องแบบแต่รับคำสั่งจากคนอื่น”
ธันวายกมือขึ้นแตะแขนของเรนิตา เป็นสัญญาณให้เธอเงียบสนิท สายตาของเขาปรับเข้ากับความมืดได้ดีพอจะเห็นเงารางๆ ของช่องระบายอากาศแคบๆ เหนือชั้นหนังสือ แต่มันเล็กเกินกว่าจะมุดลอดผ่านไปได้ในเวลาที่มีจำกัด
*กริ๊ก*
เสียงปลดเซฟปืนกลมือHK MP5 ดังทะลุบานประตูไม้เข้ามา มันชัดเจนเสียจนธันวารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของอากาศ
ในวินาทีที่บานประตูห้องเก็บเอกสารกำลังจะถูกถีบกระเด็นด้วยแรงมหาศาล ธันวาไม่รอให้พวกมันเป็นฝ่ายเปิดเกม เขาพุ่งตัวเข้าใส่กองลังกระดาษลังข้างกำแพง ผลักมันล้มโครมครามเสียงดังสนั่นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ พร้อมกับคว้าแขนเรนิตาพุ่งหลบไปหลังตู้เหล็กเก็บแฟ้มประวัติคดีอุกฉกรรจ์
*ปัง! ปัง! ปัง!*
กระสุนเจาะทะลุบานไม้เข้ามาอย่างไร้ความปรานี เศษไม้และกระดาษฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ กลิ่นดินปืนฉุนกึกแสบจมูก ธันวากัดฟันแน่น มือขวากระชาก Glock 19 ออกจากซองขึ้นลำอย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองในความมืดเพื่อหาทางออกสำรอง ดวงตาสองสีที่ซ่อนเร้นในเงาของเขาฉายแววคำนวณ—เขากำลังถูกต้อนให้จนมุม แต่มันเป็นมุมที่ *ถูกกำหนดไว้แล้ว*
ใช่... นี่คือเกม มิสเตอร์เอ็กซ์ไม่ได้ต้องการฆ่าเขาที่นี่ แต่มันต้องการ "ส่งสาร"
“ธันวา ดูนั่น!” เรนิตากระชากเสื้อเขาเบาๆ พร้อมกับชี้ไปยังผนังฝั่งตรงข้าม
แสงไฟฉายจากภายนอกที่สาดส่องลอดรอยกระสุนเข้ามา สะท้อนเข้ากับกระจกเงาบานใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังห้องเก็บเอกสาร ซึ่งปกติมันไม่ควรจะอยู่ตรงนั้น กระจกบานนั้นสะท้อนเงาของกระสุนที่เจาะรูพรุน แต่สิ่งที่น่าขนลุกยิ่งกว่ารูกระสุน คือตัวหนังสือสีแดงฉานที่ถูกเขียนทับลงบนผิวหน้ากระจกด้วยลิปสติกหรืออาจจะเป็น... ของเหลวสีแดงข้นคลัช
*‘อดีตที่นายวิ่งหนี... กำลังไล่ล่า’*
ข้อความสั้นๆ แต่ทำเอาลมหายใจของธันวาสะดุดกึก ภาพความทรงจำสีเลือดในวัยเด็ก ภาพของน้องสาวที่ถูกพรากไปพร้อมกับเสียงร้องขอความช่วยเหลือที่เขาไม่มีวันลืมพรั่งพรูเข้ามาในหัวสมองราวกับเขื่อนแตก มือที่ถือปืนสั่นเทาชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีที่อันตรายที่สุดสำหรับมือปราบ
“ตั้งสติ, ธันวา!” เรนิตาตบหน้าผากเขาเบาๆ แต่หนักแน่นพอจะดึงสติของโปรไฟล์เลอร์หนุ่มกลับมาสู่ปัจจุบัน “นี่คือจิตวิทยาการควบคุมฝูงชนและการกระตุ้นปมด้อย มันกำลังเล่นกับจิตใต้สำนึกของคุณ!”
เสียงฝีเท้าข้างนอกหยุดลงทันที ความเงียบงันเข้าปกคลุมอีกครั้งราวกับว่าหน่วยจู่โจมเหล่านั้นไม่เคยมีตัวตนอยู่จริง ไม่มีเสียงคำรามสั่งการ ไม่มีเสียงหายใจ มีเพียงความเงียบที่กดดันจนแก้วหูแทบปริแตก
ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความโกรธที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก ดวงตาสีเข้มกลับมานิ่งสนิทเยือกเย็นดังเดิม เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ โดยไม่สนกระสุนนัดต่อไป เดินเข้าไปใกล้กระจกบานนั้น รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา
“มันไม่ได้มาเพื่อฆ่าเรา... เรนิตา” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ลอดไรฟัน “แต่มันมาเพื่อบอกว่า... มันรู้ว่าห้องทำงานส่วนตัวของฉันมีอะไรซ่อนอยู่”
หัวใจของเรนิตากระตุกวูบ เธอรู้ทันทีว่าธันวาหมายถึงอะไร
สิบนาทีต่อมา ทั้งสองหลบหนีออกมาทางอุโมงค์ระบายน้ำใต้ดินเก่าแก่ที่เชื่อมกับสถานีตำรวจ โดยปราศจากการขัดขวางใดๆ ราวกับว่ามีคนจงใจเปิดทางให้พวกเขาเดินกลับมาที่ห้องทำงานส่วนตัวบนชั้นสามได้อย่างปลอดภัย
บรรยากาศในห้องทำงานของสารวัตรธันวามืดสลัว แสงไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ จากภายนอกหน้าต่างสาดส่องเข้ามาเป็นจังหวะ ธันวาก้าวเท้าเข้ามาในห้องเป็นคนแรก มือผลักประตูเปิดออก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกลิลลี่สีขาวลอยแตะจมูก—กลิ่นเดียวกับที่อยู่ในแฟ้มคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเมื่อสัปดาห์ก่อน และเป็นกลิ่นเดียวกับที่ใช้ในห้องพักของน้องสาวเขาเมื่อสิบปีก่อน
เรนิตาก้าวตามเข้ามา เธอกวาดสายตาไปรอบห้องก่อนจะอุทานเบาๆ อย่างตกใจ
กลางห้องทำงาน บนเก้าอี้หนังสีดำประจำตำแหน่งของธันวา... มีกล่องของขวัญผูกโบสีดำสนิทวางไว้อย่างเรียบร้อย รอบกล่องมีรอยเปื้อนของหยดน้ำตาเทียนสีแดง
ธันวาเดินเข้าไปใกล้ชิดโต๊ะทำงานทีละก้าว ฝ่าเท้ากดลงบนพื้นไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอาร์ดท่ามกลางความเงียบงัน เขาก้มลงมองกล่องของขวัญนั้น มือข้างหนึ่งกำด้ามปืนแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวโพลน
เขายื่นมือออกไป แกะริบบิ้นสีดำออกช้าๆ ฝากล่องถูกเปิดเผยออก เผยให้เห็นสิ่งของที่อยู่ภายใน...
มันคือกรอบรูปเก่าคร่ำครึ ภายในกรอบรูปนั้นคือภาพถ่ายวัยเด็กของเขาและน้องสาวที่หายตัวไป แต่ใบหน้าของน้องสาวในรูปถูกกรีดด้วยของมีคมจนขาดวิ่น และตรงกลางภาพ มีกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ที่เขาจำได้ขึ้นใจ
*‘ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... พี่ชาย นายพลาดเบาะแสสำคัญไปหนึ่งอย่างในลิ้นชักโต๊ะทำงาน’*
ธันวาชะงัก สายตาคมกริบเลื่อนไปมองลิ้นชักขวาของโต๊ะทำงานที่แง้มอยู่เล็กน้อย ราวกับมีใครบางคนเพิ่งเปิดมันออกไปหมาดๆ
เขาก้าวเข้าไปกระชากลิ้นชักนั้นออกอย่างไร้ความปราณี สิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่เอกสารราชการ แต่มันคือ... โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่หน้าจอยังคงสว่างวาบ แสดงสายเรียกเข้าที่กำลังโทรเข้ามาสดๆ ร้อนๆ
บนหน้าจอแสดงชื่อผู้โทรที่ทำให้เลือดในกายของธันวาเย็นเฉียบจนแข็งค้าง:
**[สายเรียกเข้า: น้องสาว (ที่ตายไปแล้ว)]**
---
(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดนี้ด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 5
คำเตือนในกระจก
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!