"ถ้านายยังมองรูปถ่ายใบนั้นด้วยสายตาแบบเดิม อีกห้านาทีหัวใจนายจะวายตายก่อนได้เริ่มสืบสวนคดีนี้เสียอีก ธันวา"
ดร. เรนิตา วางแก้วกาแฟดำที่ยังคุกรุ่นลงบนโต๊ะไม้โอ๊ค เสียงกระทบของเซรามิกดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและคราบเขม่าควัน เธอจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้า—ร.ต.อ. ธันวา วิริยะ ผู้กำลังนั่งนิ่งเป็นรูปปั้น มือขวาของเขากำภาพถ่ายหลักฐานจากที่เกิดเหตุแน่นจนข้อนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว
ภาพถ่ายใบนั้นคือร่างไร้วิญญาณของเหยื่อที่ถูกจัดวางในท่าคุกเข่า หันหน้าเข้าหาผนังปูนเปลือย และตรงกลางแผ่นหลังถูกกรีดเป็นรอยแผลเป็นคำว่า *'ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... พี่ชาย'*
"มันไม่ได้ทิ้งร่องรอยการต่อสู้" ธันวาเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่าและเย็นชาจนน่าขนลุก "มันคัดเลือกเหยื่อด้วยความละเอียดระดับศัลยแพทย์ และเลือกวิธีลงมือที่ทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเป็นระบบ"
"นายกำลังวิเคราะห์เหยื่อ หรือกำลังด่าตัวเองที่ปล่อยให้คนแบบมันลอยนวลมาได้สิบปี?" เรนิตาโน้มตัวลงมา สายตาของเธอคมกริบเหมือนมีดผ่าตัด "ธันวา ฟังนะ... สิ่งที่สลักบนหลังนั่นไม่ใช่แค่ข้อความ มันคือ 'ลายนิ้วมือทางจิตวิทยา' (Psychological Fingerprint) มันไม่ได้ฆ่าเพื่อความสะใจ แต่มันฆ่าเพื่อสื่อสารกับนายโดยเฉพาะ"
ธันวาลุกขึ้นยืนกะทันหัน เก้าอี้เลื่อนครูดกับพื้นเสียงดังสนั่น เขาเดินไปที่กระดานไวท์บอร์ดที่เต็มไปด้วยภาพถ่าย แผนที่ และเส้นด้ายสีแดงที่โยงใยความผิดปกติของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องตลอดทศวรรษที่ผ่านมา
"มันรู้ตารางงานผม" ธันวาพูดพลางไล่นิ้วไปตามภาพหลักฐาน "มันรู้ว่าผมเพิ่งย้ายกลับมาประจำการที่แผนกสืบสวนอาชญากรรมพิเศษ และมันรู้เรื่องที่ผมปิดตายไปนานแล้ว... เรื่องน้องสาวผม"
"มันไม่ได้แค่รู้ แต่มันกำลัง 'สร้าง' สถานการณ์" เรนิตาเดินมาหยุดข้างๆ เขา "ฆาตกรคนนี้มีทักษะการควบคุมอารมณ์สูงมาก (High-Functioning Psychopath) มันใช้ความทรงจำที่เจ็บปวดของนายเป็นเหยื่อล่อ ถ้าวันนี้เรายังมองว่ามันเป็นแค่ฆาตกรต่อเนื่องทั่วไป พรุ่งนี้เราจะกลายเป็นเบี้ยในเกมของมันอย่างเต็มตัว"
ธันวาหยิบปากกาเคมีขึ้นมา แล้ววงกลมที่ตำแหน่งหัวใจของเหยื่อในภาพถ่าย "ดูรอยแผลนี่สิ... มันไม่ได้กรีดลึกจนถึงเนื้อเยื่อชั้นใน แต่มันจงใจทิ้งร่องรอยไว้เพื่อให้เราแกะรอยรูปแบบความผิดปกติของตัวอักษร คนที่เขียนแบบนี้ต้องมีความหลงใหลในความสมมาตรและต้องการให้คนเห็นความงามในความอำมหิต"
"มันคือการโอ้อวด" เรนิตาเสริม "มันกำลังบอกว่า ตัวมันเองคืองานศิลปะที่มีชีวิต ส่วนเหยื่อคือนามธรรมที่มันใช้ประกอบฉาก"
"ใช่ และมันกำลังท้าทายผมให้ 'อ่าน' มัน" ธันวาหันกลับมา แววตาที่เคยว่างเปล่าเริ่มมีความขุ่นมัวของความเคียดแค้นซ่อนอยู่ "มันต้องการให้ผมโปรไฟล์มันเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเกม ถ้าผมแพ้ คนต่อไปที่จะต้องกลายเป็นงานศิลปะบนผนังอาจจะไม่ใช่แค่เหยื่อนิรนาม"
บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นอย่างฉับพลัน ธันวาเดินกลับไปที่โต๊ะ เขาหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่ถูกวางทิ้งไว้เมื่อเช้าขึ้นมาเปิดอีกครั้ง ภายในไม่มีอะไรนอกจากแผ่นกระดาษที่มีเพียงคำหนึ่งคำเขียนด้วยลายมือบรรจงงดงาม—* 'กระจก'*
"กระจก..." ธันวาทวนคำ "มันหมายถึงอะไร เรนิตา? มันกำลังบอกให้ผมสำรวจตัวเอง หรือมันกำลังบอกว่าฆาตกรคือคนที่สะท้อนภาพลักษณ์ของผมเอง?"
"อาจจะเป็นทั้งสองอย่าง" เรนิตาตอบพลางหยิบซองจดหมายขึ้นมาดู "นายสังเกตเห็นอะไรในกระดาษแผ่นนี้ไหม? กลิ่นของมัน"
ธันวาขมวดคิ้ว เขาโน้มใบหน้าลงไปดมกระดาษแผ่นนั้น กลิ่นอ่อนๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับกลิ่นดอกไม้ป่าที่คุ้นเคยพุ่งเข้าสู่จมูก มันเป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาจำได้แม่นยำในวันที่น้องสาวของเขาหายตัวไปเมื่อสิบปีก่อน
"กลิ่นนี่..." มือของธันวาสั่นเทา
"ใช่" เรนิตาเสียงเครียด "มันคือกลิ่นน้ำหอมจากสถานสงเคราะห์ที่น้องสาวนายเคยอยู่... ธันวา คนร้ายคนนี้ไม่ได้แค่รู้จักนาย แต่มันมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับอดีตที่นายพยายามทำลายทิ้งไป"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาหยิบขึ้นมาดู หน้าจอระบุว่าเป็นสายเรียกเข้าจาก 'หมายเลขส่วนตัว' เขากดรับและเปิดลำโพง
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ พี่ชาย" เสียงปลายสายไม่ใช่เสียงหุ่นยนต์หรือเสียงดัดแปลง แต่มันเป็นเสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูสุภาพและคุ้นหูอย่างน่าประหลาด "หวังว่าของขวัญที่ผมฝากไว้บนหลังเพื่อนรักของคุณจะช่วยให้คุณจำวิธี 'มอง' โลกในมุมของผมได้บ้าง"
ธันวากัดฟันแน่น "แกเป็นใคร! ต้องการอะไรกันแน่!"
"ต้องการอะไรน่ะเหรอ?" ปลายสายหัวเราะเบาๆ "ผมก็แค่กำลังจัดนิทรรศการน่ะสิ และคืนนี้... คุณคือแขกคนสำคัญที่สุด อย่าลืมเช็กในลิ้นชักโต๊ะทำงานของคุณนะ มีบางอย่างที่คุณควรเห็นก่อนที่เราจะได้พบกันจริงๆ"
สายถูกตัดไปทันที ธันวารีบพุ่งไปที่โต๊ะทำงาน เขาเปิดลิ้นชักที่เคยล็อกไว้อย่างแน่นหนาออก สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำเอาเขาถึงกับหยุดหายใจ
ในลิ้นชักนั้นไม่ได้มีแค่เอกสารลับคดีเก่า แต่มีตุ๊กตาไม้ตัวเล็กๆ ที่เขาสลักให้น้องสาวก่อนที่เธอจะหายตัวไป วางอยู่บนกองภาพถ่ายโพลารอยด์นับสิบใบ แต่ละใบเป็นภาพถ่ายของธันวาที่ยืนอยู่ที่หน้าสถานีตำรวจในวันนี้... ทุกมุม ทุกองศา และในภาพสุดท้ายที่อยู่ล่างสุด คือภาพของเรนิตาที่กำลังนั่งอยู่ในห้องนี้... เมื่อสิบนาทีที่แล้ว
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งไปกับความมืดมิดในจิตใจของมนุษย์ครับ - โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 2
จิตวิทยาที่บิดเบี้ยว
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!