"ถ้าคุณยังก้าวเท้าเข้ามาอีกก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณยอมรับเงื่อนไขของเกมนี้แล้วนะ ร.ต.อ. ธันวา"
เสียงนุ่มทุ้มที่ผ่านลำโพงโทรศัพท์เครื่องเก่าดังแทรกผ่านความเงียบของห้องเก็บศพ เสียงนั้นไม่ได้สั่นไหว แต่มันแฝงไปด้วยความรื่นรมย์ที่ทำให้ขนคอของธันวาลุกชัน เขาไม่ตอบโต้ แต่หยุดเท้าลงตรงหน้าโถงทางเดินที่มืดมิด กลิ่นฟอร์มาลีนเข้มข้นจนแสบจมูกคละคลุ้งไปกับกลิ่นดินโคลนที่ผิดที่ผิดทาง
ธันวากดตัดสายทิ้งโดยไม่ร่ำลา ดวงตาคมกริบภายใต้แว่นสายตาไร้กรอบกวาดมองไปรอบห้อง ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศไม่ได้ทำให้เขาสั่นเทาเท่ากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า
บนเตียงสแตนเลสเย็นเฉียบร่างของเหยื่อรายแรกถูกจัดวางไว้ในลักษณะที่ผิดมนุษย์มนา ข้อมือทั้งสองข้างถูกรั้งด้วยลวดทองแดงจนจมหายเข้าไปในเนื้อหนัง ผิวหนังบริเวณหน้าอกถูกกรีดเป็นรอยลึกรูปวงกลมที่สมมาตรอย่างน่าประหลาดใจ—ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของธันวากระตุกวูบจนแทบหยุดเต้น คือสัญลักษณ์รูป 'กรงนกที่ไม่มีประตู' ซึ่งถูกวาดด้วยเลือดจางๆ บนแผ่นหลังของเหยื่อ
"มันกลับมาแล้ว..." ธันวาพึมพำ น้ำเสียงแหบพร่า
สัญลักษณ์นั้น... เขาเห็นมันครั้งสุดท้ายเมื่อยี่สิบปีก่อน บนผนังห้องนอนของน้องสาว ก่อนที่เธอจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยในคืนที่ฝนตกหนัก
"คุณกำลังมองหาความหมายในความไร้ระเบียบอยู่สินะ ธันวา"
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นดังขึ้นจากเงามืด ดร. เรนิตา ก้าวออกมาจากมุมห้อง แสงไฟสลัวสะท้อนใบหน้าเรียบเฉยที่อ่านอารมณ์ไม่ได้ เธอมองดูศพด้วยสายตาของนักวิทยาศาสตร์ที่กำลังวิเคราะห์ตัวอย่างเชื้อโรค มากกว่าจะรู้สึกสยดสยอง
ธันวาไม่หันไปมอง "ด็อกเตอร์ คุณมาทำอะไรที่นี่ในเวลาตีสาม"
"ตำรวจเรียกตัวผมมา... หรือพูดให้ถูกคือ พวกเขาต้องการ 'ตัวช่วย' ที่จะหยุดคุณไม่ให้สติแตกไปเสียก่อน" เรนิตาเดินเข้ามาใกล้เตียงศพ เธอใช้ปากกาเลเซอร์ชี้ไปที่แผลบนหน้าอกของเหยื่อ "เขารู้ว่าคุณกำลังดูอยู่ รอยกรีดนี่ไม่ใช่แค่ความรุนแรง แต่มันคือภาษา ถ้าคุณมัวแต่เอาอดีตมาทับซ้อนกับปัจจุบัน คุณจะไม่มีวันมองเห็นโครงสร้างทางความคิดของเขา"
"คุณก็รู้ว่านี่ไม่ใช่แค่ฆาตกรรมธรรมดา" ธันวาขยับตัวเข้าใกล้ศพ จ้องมองนิ้วมือของเหยื่อที่ถูกดัดให้งอเกร็งจนผิดรูป "มันคือการจงใจท้าทาย ผมเป็นโปรไฟล์เลอร์ และคนคนนี้... เขากำลังเล่นบทบาทที่เหนือกว่าผม"
"เขาไม่ได้แค่เล่นบทบาท" เรนิตาแย้ง สายตาของเธอตรึงอยู่ที่ใบหน้าของธันวา "เขาเป็นกระจกเงาของคุณ ธันวา คุณมองเห็นความแค้นที่ฝังรากลึกในใจเขาได้ชัดเจนขนาดนี้ ก็เพราะคุณมีสิ่งเดียวกันนั่นแหละ เพียงแต่คุณเลือกที่จะกักขังมันไว้ในกฎหมาย ส่วนเขา... เลือกที่จะปลดปล่อยมันออกมาเป็นศิลปะ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ธันวาสูดลมหายใจลึก พยายามรวบรวมสมาธิที่กระจัดกระจาย เขาหยิบถุงมือยางขึ้นมาสวม มือที่สั่นเทาเล็กน้อยเมื่อครู่กลับนิ่งสนิทดุจหินผา เขาเริ่มสังเกตเห็นบางสิ่งที่คนอื่นมองข้าม ภายในรูขุมขนของเหยื่อมีเศษละอองสีขาวละเอียด—ไม่ใช่แป้ง ไม่ใช่ฝุ่น แต่มันคือเถ้าถ่าน
เขายื่นนิ้วไปแตะเบาๆ ที่ซอกคอของศพ ก่อนจะพบแผ่นกระดาษชิ้นเล็กที่ถูกซ่อนไว้ในรอยพับของผิวหนัง
"เขาไม่ได้ฆ่าเพื่อความสนุกเพียงอย่างเดียว" ธันวากล่าวพลางดึงแผ่นกระดาษออกมา มันคือภาพวาดลายเส้นดินสอรูปเด็กหญิงที่นั่งกอดเข่าอยู่ในกรงนก
ใบหน้าของเด็กหญิงคนนั้น... คือหน้าของน้องสาวเขาในวัยเจ็ดขวบ
"เรนิตา... ดูนี่"
ดร. เรนิตาขยับเข้ามาดู แต่เมื่อเธอเห็นภาพนั้น รูม่านตาของเธอก็ขยายกว้าง ความสุขุมที่เธอพยายามรักษาไว้ดูเหมือนจะร้าวรานลงเพียงชั่วพริบตา เธอมองสลับไประหว่างภาพวาดกับใบหน้าของธันวา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดระดับลงจนแทบกระซิบ
"คนคนนี้ไม่ได้มาจากอดีต ธันวา... เขาอยู่ในห้องนี้มาโดยตลอด"
ขณะที่ธันวากำลังจะถามความหมายของคำพูดนั้น เสียงกดล็อกประตูด้านนอกก็ดังขึ้น 'คลิก' สัญญาณไฟเตือนภัยในห้องเก็บศพดับวูบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิท ดร. เรนิตาหายไปจากตำแหน่งเดิมที่ยืนอยู่ ทิ้งให้เขาอยู่กับร่างไร้วิญญาณกลางความมืด ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนจะค่อยๆ ย่างกรายเข้ามาจากมุมห้องที่ไม่มีใครคาดคิด
ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบแตะลงที่ท้ายทอยของเขา พร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจนน่าสะพรึงกลัวดังก้องข้างใบหู
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... พี่ชาย"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมดำดิ่งสู่ความมืดมิดในบทแรกนี้กับผมครับ
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 1
เหยื่อรายแรกของเงามืด
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!