“คุณกำลังมองกระจกเงา หรือกำลังมองนรกกันแน่ครับ ธันวา?”
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังมาจากเงามืดในมุมห้องของสถานีตำรวจ เสียงนั้นไม่ได้แฝงไปด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่มันกลับเต็มไปด้วยความสมเพชเวทนาที่บาดลึกถึงกระดูก ธันวาไม่ได้หันกลับไปมอง เขายังคงจดจ้องอยู่กับภาพถ่ายใบเก่าที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน ภาพถ่ายใบที่แสดงให้เห็นใบหน้าของฆาตกรที่เขาเพิ่งได้รับจากหลักฐานใหม่ ใบหน้าที่สะท้อนภาพลักษณ์ของตัวเขาเองอย่างน่าขนลุก... ราวกับเป็นฝาแฝดที่ถูกแยกออกจากกันด้วยโชคชะตาที่บิดเบี้ยว
ธันวากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นสภาวะจิตใจที่กำลังสั่นคลอน “คุณมาที่นี่ทำไม มิสเตอร์เอ็กซ์... หรือจะบอกว่านี่คือส่วนหนึ่งของ ‘เกม’ ที่คุณวางไว้ตั้งแต่วันที่น้องสาวผมหายไป?”
“เกมเหรอ?” ร่างในเงามืดก้าวออกมา เผยให้เห็นชายสวมสูทเนี้ยบกริบ ทว่าใบหน้าของเขาถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากสีขาวเรียบเฉยที่ไร้อารมณ์ “ผมแค่มาเตือนสติคุณ ในขณะที่คุณกำลังไล่ล่าหาความจริงเกี่ยวกับตัวตนของคุณ คุณกลับละเลยเสียงกรีดร้องของผู้บริสุทธิ์ที่กำลังจะตายในอีกไม่ถึงสิบนาทีข้างหน้า”
เสียงโทรศัพท์มือถือของธันวาดังขึ้นทำลายความเงียบงันที่กดดัน ดร.เรนิตาคือผู้ที่โทรเข้ามา
“ธันวา ฟังฉันนะ” เสียงของเรนิตาสั่นเครือแต่ยังคงความเยือกเย็นแบบนักจิตวิทยา “ฉันได้รับสายจากระบบที่ถูกแฮก พวกเขาจับตัวประกันไว้สามคนในโกดังร้างเขตอุตสาหกรรมเก่า และตัวประกันคนหนึ่ง... คือพยานปากสำคัญที่คุณตามหามาตลอดสามปี ถ้าคุณไปที่นั่น คุณจะช่วยพวกเขาได้ แต่คุณจะไม่มีทางรู้เลยว่าคนที่ปรากฏในรูปถ่ายใบนั้นคือใคร”
ธันวาหลับตาลง ภาพของน้องสาวที่ถูกพรากไปซ้อนทับกับภาพของฆาตกรเงาในรูปถ่าย เขาตกอยู่ในวังวนของเขาวงกตที่ไร้ทางออก หากเขาเลือกหน้าที่ เขาจะเสียโอกาสในการสืบสวนคดีที่ผูกมัดชีวิตเขาไว้ แต่หากเขาเลือกความจริง เขาจะปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเผชิญกับเงื้อมมือของฆาตกรตามความต้องการของมิสเตอร์เอ็กซ์
“นี่คือบททดสอบของจิตสำนึกสินะครับ” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ขณะลืมตาขึ้นมองไปยังหน้ากากสีขาวตรงหน้า “คุณต้องการให้ผมพิสูจน์ว่า ผมคือตำรวจที่ยึดมั่นในความยุติธรรม หรือเป็นแค่ชายผู้หลงทางที่ตามหาเงาของตัวเองจนสูญเสียความเป็นมนุษย์ไปแล้ว”
“คำตอบอยู่ในมือคุณแล้วครับ ธันวา” มิสเตอร์เอ็กซ์ยื่นซองจดหมายสีน้ำตาลวางลงบนโต๊ะ “เลือกเอาว่าจะดับไฟในใจตัวเอง หรือจะดับลมหายใจของคนที่คุณควรปกป้อง”
ธันวาคว้าซองจดหมายนั้นมา ก่อนจะหันไปคว้าปืนประจำกาย เขาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจา แต่การก้าวเท้าออกจากห้องทำงานด้วยแววตาที่เด็ดเดี่ยวคือคำตอบแรกที่เขามอบให้ เขาตัดสินใจขับรถมุ่งหน้าไปยังโกดังร้างด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางหยาดฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาเป็นสายราวกับจะชะล้างความโสมมที่กำลังจะเกิดขึ้น
เมื่อไปถึง โกดังร้างเงียบสนิทจนน่ากลัว ธันวาค่อยๆ ย่องเข้าไปข้างใน สายตาของเขาจดจ้องทุกอณูของความมืด แต่ทันใดนั้น แสงไฟสปอร์ตไลท์ก็สาดส่องลงมาที่ใจกลางโกดัง เผยให้เห็นตัวประกันสามคนถูกมัดไว้บนเก้าอี้ ทว่าสิ่งที่ทำให้ธันวาต้องหยุดชะงักไม่ใช่พวกเขา แต่เป็นคนที่ยืนอยู่ข้างหลังตัวประกันคนกลาง... คนคนนั้นถอดหน้ากากออกช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าเดียวกับเขาอย่างไม่มีผิดเพี้ยน
“ยินดีที่ได้พบกันนะ ธันวา” ฆาตกรที่มีใบหน้าเหมือนเขาเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว “แต่เสียใจด้วยนะ ในฐานะตำรวจคุณน่าจะรู้ดีว่า... กระสุนนัดเดียวมันตัดสินใจยากเสมอ เมื่อคุณต้องเลือกว่าจะช่วยคนทั้งสาม หรือจะกำจัด ‘ส่วนเกิน’ ที่เป็นคุณอีกคนออกไป”
นิ้วชี้ของฆาตกรคนนั้นแตะลงบนตัวจุดชนวนระเบิดที่ผูกติดอยู่กับตัวประกันทุกคน ขณะที่ในมืออีกข้างหนึ่ง เขากำลังจ่อปืนไปที่ขมับของพยานปากสำคัญคนนั้น ธันวาแทบหยุดหายใจ จังหวะหัวใจของเขาเต้นรัวราวกับกลองรบที่กำลังจะแตกสลาย นี่ไม่ใช่แค่การล่า แต่เป็นการล่มสลายของตัวตนที่เขาเคยรู้จัก
ธันวาเล็งปืนไปที่เป้าหมาย แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าของใครบางคนจากด้านหลังเขาก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นหูที่สุด “ธันวา อย่าทำแบบนั้น... เพราะถ้าคุณยิงเขา คุณก็กำลังฆ่าตัวเองด้วยเช่นกัน”
นั่นไม่ใช่เสียงของมิสเตอร์เอ็กซ์ แต่มันคือเสียงของคนในครอบครัวที่เขาคิดว่าตายไปแล้วเมื่อหลายปีก่อน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดในจิตใจของธันวานะครับ
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 23
ทางเลือกที่ยากลำบาก
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!