เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 24

เหยื่อรายที่สาม

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
“น้ำเสียงนั้น... มันไม่ใช่เสียงบันทึก แต่มันคือเสียงจากปลายสายที่สั่นเครือด้วยความสะใจ หรือความโศกเศร้ากันแน่ครับ ดร.เรนิตา?” ผมขว้างโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะทำงานไม้โอ๊คที่เต็มไปด้วยเอกสารคดีเก่า เสียงของมันกระทบพื้นดังสนั่นหวั่นไหว แรงสั่นสะเทือนนั้นไม่ต่างอะไรกับแรงกระแทกในอกของผมเมื่อครู่ ความเงียบงันภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟจางๆ และความกดดัน กลับกลายเป็นมวลอากาศที่หนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก ดร.เรนิตานั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม ดวงตาคู่สวยใต้กรอบแว่นจดจ้องมาที่ผมราวกับกำลังผ่าตัดสมองผมด้วยสายตา เธอไม่ได้ตอบทันที แต่หยิบสมุดบันทึกเล่มสีดำขึ้นมาขีดเขียนอะไรบางอย่างช้าๆ “ธันวาครับ... คุณกำลังสับสนระหว่าง ‘ความทรงจำ’ กับ ‘ความเป็นจริง’ จิตใจของมนุษย์เรานั้นซับซ้อน มันมักจะหยิบยืมเสียงของคนที่เรารักที่สุดมาใส่ในปากของคนที่เลวร้ายที่สุด เพื่อทดสอบว่าคุณจะยอมแพ้ให้แก่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี หรือยอมให้ความโกรธแค้นนำทางไปสู่กับดัก” “แต่ผมจำเสียงน้องสาวผมได้แม่นยำ!” ผมคำรามพลางลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้กระแทกผนัง “ยี่สิบปีที่ผ่านไป เสียงของ ‘ริน’ ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวผมทุกครั้งที่หลับตา แล้วจู่ๆ คนที่เรียกตัวเองว่ามิสเตอร์เอ็กซ์ก็หยิบยืมเสียงนั้นมาใช้... นี่มันไม่ใช่ความบังเอิญครับ มันคือคำท้าทาย!” “ถ้าอย่างนั้น คุณก็กำลังตกหลุมพรางของเขาเต็มเปา” น้ำเสียงของเรนิตานิ่งสนิทแต่น่าเกรงขาม “เขาต้องการให้คุณสูญเสียความเยือกเย็น ซึ่งเป็นอาวุธเดียวที่คุณมี หากคุณไร้ซึ่งเหตุผล ธันวาก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่าที่ติดอยู่ในกรง” เสียงโทรศัพท์วิทยุสื่อสารบนโต๊ะทำงานดังขัดจังหวะบทสนทนาอันตึงเครียดของพวกเรา เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนรายงานด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่ามีการพบตำแหน่งสัญญาณจากมือถือที่ถูกทิ้งไว้ในโกดังร้างแถบชานเมือง ซึ่งเป็นจุดที่ฆาตกรเงาเคยทิ้งปริศนาไว้ ผมคว้าเสื้อโค้ทตัวเก่งแล้ววิ่งออกจากห้องโดยไม่รอฟังคำทักท้วงใดๆ ผมขับรถด้วยความเร็วเกินกำหนด ฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาทำให้ทัศนวิสัยพร่ามัว แต่ภาพจำลองในหัวของผมกลับชัดเจนยิ่งกว่าเดิม มิสเตอร์เอ็กซ์ไม่ได้ต้องการแค่สังหาร แต่เขาต้องการ “ทำลาย” ตัวตนของผมให้แตกสลาย เมื่อไปถึงโกดังเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นสนิมและอับชื้น แสงไฟฉายของผมสาดส่องไปตามทางเดินแคบๆ จนกระทั่งหยุดลงที่ใจกลางโกดัง ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งถูกมัดไว้กับเก้าอี้กลางห้อง รอบตัวเธอมีกลไกนาฬิกาขนาดยักษ์ที่เดินถอยหลังอยู่ “ริน...?” ผมอุทานออกมาด้วยความสั่นสะท้าน เธอคนนั้นสวมชุดนักเรียนที่ผมจำได้ขึ้นใจ แต่มือของผมกลับสั่นเทาขณะพยายามก้าวเข้าไป “หยุดอยู่ตรงนั้น ร.ต.อ. ธันวา” เสียงผ่านลำโพงที่ซ่อนอยู่ดังสะท้อนก้องทั่วอาคาร เป็นเสียงเดิมที่ผมได้ยินผ่านสายโทรศัพท์เมื่อครู่ “คุณมีเวลาสามนาที ในการเลือกว่าจะตัดสายไฟเส้นสีน้ำเงินเพื่อช่วยผู้หญิงคนนี้ หรือเดินจากไปเพื่อรักษาชีวิตของตัวประกันอีกสี่คนในจุดอื่นของเมือง... ถ้าคุณเลือกช่วยคนเพียงคนเดียวที่อยู่ในความทรงจำของคุณ ชีวิตอีกสี่คนต้องดับสูญ นี่คือบทเรียนเรื่อง 'ตรรกะแห่งความเสียสละ' คุณจะเลือกใครครับ?” ผมหัวใจแทบหยุดเต้น เหงื่อกาฬไหลซึมตามไรผม ผมมองใบหน้าของหญิงสาวที่ถูกมัด เธอเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคู่นั้น... มันคือน้องสาวผมจริงๆ เธอไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่มองมาด้วยสายตาที่เจ็บปวดและร้องขอชีวิต “อย่าทำแบบนี้... อย่าเอาชีวิตคนมาเล่นเกมแบบนี้!” ผมตะโกนลั่นโกดัง “เกมนี้คุณเป็นคนเริ่ม ธันวา” มิสเตอร์เอ็กซ์ตอบกลับมา “คุณเลือกที่จะเป็นตำรวจเพื่อตามหาคนหาย แต่คุณกลับละเลยคนรอบข้างที่ต้องการคุณมากที่สุดตอนนี้... นาฬิกานับถอยหลังเหลือน้อยแล้วครับ” ในวินาทีนั้น ผมตัดสินใจพุ่งเข้าไปหาตัวเธอ มือที่สั่นเทาหยิบมีดพกออกมาเพื่อหวังจะตัดพันธนาการ แต่ทันทีที่ผมสัมผัสตัวเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยกลับไม่ใช่กลิ่นของริน แต่มันคือกลิ่นของสารเคมีบางอย่างที่ผมเพิ่งเคยได้กลิ่นในแล็บนิติเวชเมื่อสัปดาห์ก่อน ไม่... นี่คือกลกับดักทางจิตวิทยา! ผมหยุดชะงัก สายตาที่เฉียบคมของโปรไฟล์เลอร์เริ่มทำงานอีกครั้ง ผมสังเกตเห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ หลังใบหูของเธอ... รินน้องสาวของผมไม่มีรอยแผลนั้น “เธอไม่ใช่ริน...” ผมพึมพำด้วยความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ความล้มเหลวในการช่วยชีวิตครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ว่าผมจะกู้ระเบิดทันหรือไม่ แต่อยู่ที่การที่ผมเกือบจะยอมสูญเสียหลักการไปเพราะความโหยหาในอดีต ผมรีบวิ่งออกมาจากโซนระเบิดทันทีที่เสียงสัญญาณดังขึ้น แรงระเบิดสั่นสะเทือนอาคารจนผมกระเด็นออกไปด้านนอก หญิงสาวคนนั้น... หายไปพร้อมกับเปลวเพลิงที่ลุกโชน ราวกับเธอเป็นเพียงภาพลวงตาที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลอกล่อผม ผมยืนหอบหายใจอยู่ท่ามกลางสายฝนที่เริ่มตกหนัก มือที่กำแน่นสั่นสะท้านด้วยความโกรธแค้นและเสียใจ ผมพลาด... ผมปล่อยให้เหยื่อรายที่สามตายไปต่อหน้าต่อตา โดยที่ผมไม่แม้แต่จะมีโอกาสเข้าใกล้ตัวฆาตกร ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือของผมก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง เป็นเบอร์แปลกที่ไม่แสดงที่มา ผมรับสายด้วยความเงียบงัน “น่าเสียดายนะครับธันวา... คุณเลือกที่จะไม่ช่วย ‘ความทรงจำ’ ของตัวเอง” เสียงมิสเตอร์เอ็กซ์แผ่วเบาแต่ชัดเจนราวกับเขากระซิบอยู่ข้างหูผม “แต่คุณรู้ไหมครับ ว่าสิ่งที่ผมระเบิดไปเมื่อครู่ไม่ใช่แค่คนปลอมๆ... แต่คือกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพของ ‘ตัวจริง’ ที่กำลังเฝ้ามองคุณอยู่จากในรถคันสีดำที่จอดอยู่ด้านหลังคุณนั่นไงครับ” ผมค่อยๆ หมุนตัวกลับไปช้าๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ท่ามกลางความมืดมิดของค่ำคืนที่แสนยาวนาน รถคันสีดำสนิทเปิดไฟหน้าขึ้น สาดแสงสว่างวาบเข้าหาใบหน้าของผม และคนในรถคนนั้น... คนที่ลดกระจกลงเผยให้เห็นใบหน้าที่ผมคุ้นเคยดีที่สุดในโลก ไม่ใช่ฆาตกรที่ไหน... แต่คือคนที่ควรจะตายไปเมื่อยี่สิบปีก่อนจริงๆ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในความมืดมิดของคดีนี้นะครับ ครั้งหน้าเราจะมาไขความลับที่น่าสะพรึงกลัวนี้ไปด้วยกันครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%