เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 25

จุดสิ้นสุดของจุดเริ่มต้น

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"คุณกำลังบอกผมว่า บันทึกการชันสูตรศพเมื่อยี่สิบปีก่อนเป็นของปลอมงั้นหรือครับ?" เสียงของผมทุ้มต่ำและเย็นเยียบ ท่ามกลางห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟดำขมปร่า ธันวาจ้องมองแฟ้มเอกสารเก่าคร่ำที่วางอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊คราวกับมันเป็นระเบิดเวลา ร่องรอยกระดาษที่กรอบเหลืองตามกาลเวลาไม่ใช่สิ่งที่ดึงดูดสายตาผมเท่ากับลายเซ็นท้ายเอกสาร—ลายเซ็นของชายที่ควรจะกลายเป็นเถ้าถ่านในกองเพลิงสถานสงเคราะห์เมื่อสองทศวรรษที่แล้ว ดร.เรนิตา นั่งไขว่ห้างอยู่ฝั่งตรงข้าม เธอไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นั้น—ที่มักจะมองทะลุผ่านเกราะกำบังของผมเสมอ—กำลังสะท้อนความเวทนาที่ผมไม่ต้องการ "ธันวาครับ โลกของฆาตกรที่เล่นเกมกับคุณ ไม่เคยมีคำว่า 'บังเอิญ' ตั้งแต่ต้น" เธอเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลัง "คนที่ตายไปในวันนั้น คือคนที่ทำให้คุณกลายเป็นคุณในวันนี้... การที่เขาเลือกจะกลับมา มันไม่ใช่การหวนคืน แต่เป็นการประกาศศักดาว่า 'ต้นกำเนิด' ของความเจ็บปวดที่คุณแบกไว้ มันคือเรื่องโกหกคำโต" ผมกำมือแน่นจนสันหมัดขาวซีด ภาพใบหน้าของน้องสาวในความทรงจำที่เลือนรางค่อยๆ ชัดเจนขึ้นพร้อมกับความโกรธแค้นที่ปะทุเหมือนลาวา หากเขาคือคนคนนั้น... คนที่ผมเคยเชื่อว่าตายไปแล้วในคดีวางเพลิงครั้งใหญ่ที่ผมไร้ทางช่วย สิ่งที่ผมทำมาตลอดชีวิตคือการไล่ล่าเงาของคนตายมาโดยตลอดน่ะหรือ? "ใครคือคนส่งแฟ้มนี้มาให้คุณ" ผมเค้นเสียงถาม เรนิตาหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่วางข้างตัวขึ้นมา เธอไม่ได้ส่งให้ผม แต่กลับวางมันลงบนโต๊ะแล้วค่อยๆ เลื่อนมาทางผมช้าๆ "มิสเตอร์เอ็กซ์ไม่ได้ต้องการแค่ให้คุณไล่ล่าเขาครับธันวา เขาต้องการให้คุณ 'ยอมรับ' ว่าตัวคุณเองคือส่วนหนึ่งของงานศิลปะที่เขาสร้างขึ้น ข้อมูลในซองนี้คือจุดสิ้นสุดของจุดเริ่มต้น... หลังจากวินาทีนี้ไป คุณจะไม่ใช่แค่ตำรวจที่ตามหาฆาตกร แต่คุณจะกลายเป็นคนที่ถูกฆาตกรเลือกให้มาเล่นบทสรุปสุดท้าย" ผมหยิบซองนั้นขึ้นมา นิ้วมือที่เคยผ่านการเหนี่ยวไกปืนมานับครั้งไม่ถ้วนสั่นไหวเพียงเสี้ยววินาที ผมเปิดมันออก ข้างในมีรูปถ่ายโพลารอยด์ใบเดียว เป็นภาพของบ้านหลังเก่าในป่าที่ผมเคยลืมไปแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ลมหายใจผมสะดุด คือเงาสะท้อนในกระจกหน้าต่างของบ้านหลังนั้น... เงาของเด็กชายตัวเล็กๆ ที่กำลังกอดตุ๊กตาหมีเน่าๆ ไว้แนบอก—นั่นคือตัวผมเอง และข้างๆ กัน... ชายในชุดสูทสีเทาที่ยืนมองเด็กชายคนนั้นด้วยสายตาเอ็นดู เหมือนที่พ่อมองลูก "นี่มันหมายความว่ายังไง" ผมหันไปจ้องเรนิตา "เขารู้จักผม... ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเข้าสู่วงการตำรวจงั้นหรือ?" เรนิตาถอนหายใจ แววตาของเธอสั่นไหวเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี "ธันวาครับ ลองพลิกรูปดูสิครับ" ผมพลิกรูปถ่ายใบนั้น หัวใจของผมแทบหยุดเต้น ลายมือที่คุ้นตา—ลายมือที่ผมเห็นในจดหมายข่มขู่จากฆาตกรเงาเมื่อสัปดาห์ก่อน—เขียนไว้สั้นๆ ด้วยหมึกสีแดงสด *'ถึงเวลาตื่นจากฝันแล้ว ลูกชายของฉัน'* บรรยากาศในห้องเงียบสนิทจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาบนผนังเดิน เสียง 'ติ๊ก... ติ๊ก...' นั้นฟังดูเหมือนเสียงระเบิดเวลาที่นับถอยหลังเข้าใกล้ความจริงอันโหดร้าย ผมขว้างรูปถ่ายทิ้งลงบนโต๊ะ ความมืดมิดในใจที่ผมพยายามกดทับมาตลอดชีวิตกำลังกัดกินสติสัมปชัญญะของผม "ผมไม่ได้ตามล่าฆาตกร..." ผมพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นสั่นพร่า "ผมกำลังถูกต้อนเข้าสู่กรงขังที่เขาเตรียมไว้ให้ตั้งแต่แรก" ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูจังหวะหนักแน่นสามครั้งดังขึ้นจากด้านนอก ไม่ใช่เสียงเคาะของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่เป็นเสียงเคาะที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ผมชักปืนออกมาจากซองคาดเอวอย่างรวดเร็ว ส่งสัญญาณให้เรนิตาหมอบลง แต่ทว่า... เสียงล็อคประตูด้านนอกกลับเปิดออกเองด้วยรหัสที่ผมเพิ่งตั้งค่าไปเมื่อเช้า ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามา เขาหยุดยืนอยู่ตรงประตู แสงไฟจากทางเดินสาดส่องเข้ามาทำให้เห็นเพียงเงาดำทะมึนของชายผู้นั้น "สวัสดีครับคุณตำรวจ" เสียงนั้นเย็นเยียบและนุ่มนวลอย่างที่ผมจดจำได้แม่นยำ มันคือเสียงเดียวกับเสียงที่เคยกระซิบข้างหูน้องสาวผมในคืนที่เธอหายไป "เกมไล่ล่าเปลี่ยนกฎแล้วนะครับ คืนนี้... เรามาคุยกันในฐานะครอบครัวเถอะ" ปืนในมือผมสั่นระริก เมื่อชายคนนั้นก้าวเข้ามาในแสงไฟ ผมเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาชัดๆ ใบหน้าที่ควรจะสลายไปในกองเพลิงเมื่อยี่สิบปีก่อน... พ่อของผมเอง ผมจะขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในจิตใจที่มืดมิดของตัวละครไปพร้อมกับผมครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%