เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 26

ข้ามเขตแดนความตาย

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"คุณกำลังพยายามจะบอกอะไรผม... พ่อ" เสียงของผมแหบพร่าและสั่นเครือ แต่นัยน์ตากลับจ้องเขม็งไปที่ร่างในเงามืด ชายผู้มีใบหน้าเหมือนกับคนที่ผมควรจะฝังกลบไปพร้อมกับความทรงจำเมื่อสองทศวรรษก่อน เขายืนนิ่งราวกับรูปปั้นที่ถูกแกะสลักขึ้นจากความเย็นยะเยือก กลิ่นบุหรี่มวนเก่าลอยฟุ้งแทรกผ่านความชื้นของห้องใต้ดิน "ธันวา... ลูกชายของพ่อ" ชายคนนั้นเอ่ย น้ำเสียงที่ควรจะคุ้นเคยกลับฟังดูเหมือนเสียงกรีดร้องที่ถูกบีบอัดจนแบนราบ "คนตายไม่ได้หายไปไหน พวกเขาแค่เปลี่ยนรูปแบบการดำรงอยู่... และตอนนี้ ฉันกำลังจะมอบของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดให้แก" ปืนในมือผมแทบจะร่วงหล่นลงพื้น เมื่อชายคนนั้นหันหลังเดินเข้าสู่เงามืดลึกขึ้น ผมพุ่งตัวตามไปอย่างขาดสติ แต่สิ่งที่พบกลับมีเพียงเศษซากของรูปถ่ายใบเก่าที่ถูกเผาไหม้จนเกรียม มันคือภาพของน้องสาวผม... ในฉากหลังที่เป็นป่าทึบและบ้านไม้หลังเก่า ซึ่งผมจำได้แม่นว่ามันอยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่ในเมืองหลวงนี้ สามชั่วโมงต่อมา ผมนั่งอยู่ในรถส่วนตัวบนถนนสายมุ่งหน้าสู่ภาคเหนือ ความเงียบงันภายในรถถูกขัดจังหวะด้วยเสียงสั่นของโทรศัพท์ ดร.เรนิตา เป็นคนโทรเข้ามา "ธันวา... คุณกำลังขับรถออกนอกเขตอำนาจศาล" น้ำเสียงของเธอเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความกังวลที่ซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีทางวิชาการ "การไปปรากฏตัวที่นั่นโดยไม่มีคำสั่งจากเบื้องบน คือการฆ่าตัวตายในอาชีพการงาน" "เรนิตา... ถ้าสิ่งที่ผมเห็นคือพ่อจริงๆ ต่อให้ต้องเสียตราตำรวจนี้ไป ผมก็ต้องรู้ว่าเขาทำอะไรกับน้องสาวผม" ผมตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชา มือที่กำพวงมาลัยแน่นจนเห็นเส้นเลือดปูดโปน "คุณกำลังตกหลุมพรางของมิสเตอร์ เอ็กซ์" เธอเว้นจังหวะราวกับกำลังใช้ความคิด "เขาจงใจล่อให้คุณออกจากเขตพื้นที่ปลอดภัย เพราะเขารู้ดีว่าที่นั่นคือ 'สนามเด็กเล่น' ที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อต้อนรับคุณโดยเฉพาะ การที่คุณไปที่นั่น หมายความว่าคุณกำลังเต้นตามเกมที่เขาวางหมากไว้บนกระดานที่เขาเป็นเจ้าของ" "แล้วจะให้ผมทำอย่างไร? นั่งรอให้เขาฆ่าคนอื่นเพิ่มงั้นหรือ?" "ฟังนะธันวา..." เรนิตาถอนหายใจ "ในเชิงจิตวิทยา ฆาตกรที่เลือกใช้ตัวแทนของ 'ความหลัง' เป็นเหยื่อล่อ มักต้องการบีบให้เหยื่อสูญเสียการควบคุมสติสัมปชัญญะ หากคุณไปถึงที่นั่นด้วยความโกรธแค้น คุณก็คือเหยื่อ ไม่ใช่โปรไฟล์เลอร์" ผมตัดสายทิ้งทันที ความมืดมิดนอกหน้าต่างรถเปรียบเสมือนกรงขังที่กำลังบีบตัวเข้ามาเรื่อยๆ ผมขับรถผ่านป้ายบอกทางที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากเส้นทางหลวงสู่เส้นทางที่คดเคี้ยวและเงียบสงัด บ้านไม้หลังนั้นในรูปถ่ายเริ่มปรากฏให้เห็นลางๆ ท่ามกลางหมอกหนาของหุบเขา เมื่อถึงจุดหมาย ผมก้าวลงจากรถ อากาศที่นี่หนาวเหน็บจนเข้ากระดูก ผมชักปืนออกมา เตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ บ้านไม้หลังนั้นดูเหมือนบ้านร้างที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายสิบปี แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผิดปกติ... มีแสงไฟสีส้มสลัวๆ ลอดออกมาจากช่องหน้าต่าง ผมย่องเข้าไปอย่างเงียบเชียบที่สุด จังหวะการเต้นของหัวใจเต้นรัวจนได้ยินเสียงก้องอยู่ในหู ผมผลักประตูบ้านเข้าไป เสียงไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดดังสนั่นไปทั่วความเงียบภายในบ้านนั้นว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่... นอกจากโต๊ะตัวหนึ่งกลางห้องที่มีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่ ผมเดินเข้าไปใกล้ สมุดบันทึกเล่มนั้นถูกเปิดค้างไว้ที่หน้าที่มีลายมือที่ผมคุ้นเคยที่สุด ลายมือของพ่อผมเอง มันเขียนไว้เพียงประโยคสั้นๆ ว่า: *'ลูกหาของขวัญไม่เจอ... งั้นลองมองไปที่เก้าอี้ตัวข้างหลังดู'* ความเย็นวาบวิ่งพล่านไปทั่วแผ่นหลัง ผมไม่ได้หันกลับไปในทันที แต่ผมรับรู้ได้ถึงลมหายใจแผ่วเบาที่เป่ารดต้นคอ กลิ่นบุหรี่มวนเดิมที่ผมเพิ่งได้กลิ่นในห้องใต้ดินเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนวนเวียนอยู่ใกล้แค่คืบ "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกรัก" เสียงกระซิบข้างหูนั้นไม่ใช่เสียงของพ่อผม แต่มันเป็นเสียงที่คุ้นเคยยิ่งกว่า... เสียงของมิสเตอร์ เอ็กซ์ ที่มาพร้อมกับเสียงปลดล็อกไกปืนที่แนบอยู่กับท้ายทอยของผมพอดีเป๊ะ ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%