"อย่าแตะต้องอะไรทั้งนั้น หมวด! ถอยออกมาให้ห่างจากรัศมีของแท่นบูชาเดี๋ยวนี้"
เสียงของผมดังก้องไปทั่วโบสถ์ร้างที่ผุพังราวกับคำสั่งสิทธิ์ขาด ร.ต.อ. ธันวา วิริยะ ชะงักเท้าที่กำลังจะก้าวข้ามรอยเลือดที่แห้งกรังบนพื้นไม้ผุ เขาสูดลมหายใจเข้าลึก จ้องมองร่างที่ถูกจัดวางอย่างประณีตเหนือแท่นหินอ่อนเก่าคร่ำคร่าด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็ง แม้ว่าภายใต้ความนิ่งนั้น ผมสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของความโกรธแค้นที่เขาสะสมมาตลอดหลายสัปดาห์
"ฆาตกรคนเดิม... ธันวา" ดร. เรนิตา กระซิบจากด้านหลัง เสียงของเธอแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ "ดูการวางตำแหน่งสิ เหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ราวกับเขากำลังจงใจวาดภาพศิลปะชิ้นเอกให้เราเห็น"
ธันวาไม่ตอบ เขาถอดถุงมือหนังออกแล้ววางมันไว้บนกระเป๋าเครื่องมือ ก่อนจะเดินเข้าใกล้ศพที่สี่ด้วยความระมัดระวัง ศพนี้เป็นชายวัยกลางคน สวมชุดสูทราคาแพงที่เปรอะเปื้อนคราบดินโคลน ดวงตาถูกปิดทับด้วยแถบผ้าสีขาวสะอาดตา แต่ที่น่าสยดสยองที่สุดคือปลายนิ้วทั้งสิบถูกตัดออกและวางเรียงเป็นรูปดาวห้าแฉกไว้บนหน้าอก
"นี่ไม่ใช่แค่การฆาตกรรม แต่มันคือพิธีกรรม" ธันวากล่าวพลางส่องไฟฉายไปรอบๆ ผนังโบสถ์ที่มีรอยขีดเขียนเป็นสัญลักษณ์ประหลาด "มันกำลังส่งข้อความบางอย่างถึงผม... เรนิตา คุณเห็นไหมว่าองศาของการวางมือนี้ มันไม่ได้ถูกจัดวางโดยบังเอิญ"
เรนิตาเดินเข้ามาใกล้ ขมวดคิ้วมุ่น "มันคือรหัส... หรือจังหวะเต้นของหัวใจที่หยุดลง? ธันวา คุณกำลังมองหาสิ่งที่มันทิ้งไว้ใช่ไหม?"
"ผมกำลังมองหาช่องโหว่" ธันวาตอบพลางนั่งคุกเข่าลงข้างศพ เขาไม่หลบสายตาจากใบหน้าที่ซีดเผือดนั่น "ฆาตกรที่ฉลาดระดับมิสเตอร์ เอ็กซ์ ไม่มีทางทำอะไรที่ไม่มีจุดประสงค์ ทุกรอยเลือด ทุกการวางตำแหน่ง คือการเยาะเย้ยโปรไฟล์ที่ผมสร้างขึ้น เขาต้องการบอกผมว่า ต่อให้ผมจะรู้จักเขาดีแค่ไหน ผมก็ไม่มีวันตามเขาทัน"
ภายในโบสถ์มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวลอดผ่านช่องหน้าต่างที่แตกละเอียด แสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดส่องเข้ามาในมุมอับ ทำให้เงาของแท่นบูชาดูเหมือนอสุรกายที่กำลังคืบคลาน ผมยืนกอดอกสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ ใจคอไม่ดีนักเมื่อเห็นว่าในมือของศพมีเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ถูกยัดเอาไว้
"ธันวา ระวัง" ผมเตือนขึ้นทันที
ธันวาชะงักมือที่กำลังจะหยิบกระดาษนั้นขึ้นมา เขาสบตากับผม แววตาของเขาสะท้อนความเหนื่อยล้าแต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว "ถ้าผมหยิบมันขึ้นมา เกมจะเริ่มขึ้นทันที คุณก็รู้"
"แต่ถ้าไม่หยิบ เราก็จะไม่รู้ว่าเป้าหมายต่อไปคือใคร" ดร. เรนิตาแย้ง เธอเดินไปแตะไหล่เขาเบาๆ "เราเดินทางมาถึงจุดนี้แล้ว ธันวา อย่าปล่อยให้ความกลัวในอดีตทำให้คุณตัดสินใจพลาด"
ธันวานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เสียงลมหายใจของเขาเริ่มถี่ขึ้น ผมรู้ดีว่าสิ่งที่เขากำลังเผชิญไม่ใช่แค่คดีฆาตกรรม แต่เป็นเงาของน้องสาวที่ถูกพรากไปเมื่อสิบปีก่อน ความทรงจำเหล่านั้นเป็นเหมือนโซ่ตรวนที่ผูกมัดเขาไว้กับมิสเตอร์ เอ็กซ์ อย่างไม่มีวันตัดขาด
มือของเขาค่อยๆ คีบเศษกระดาษนั้นออกมา มันเป็นภาพวาดลายเส้นดินสอสีดำสนิท รูปภาพของบ้านหลังเก่าที่คุ้นตา... บ้านที่ธันวาเคยอาศัยอยู่ก่อนเหตุการณ์เลวร้ายจะเกิดขึ้น
"นี่มัน... เป็นไปไม่ได้" ธันวาพึมพำ มือไม้เริ่มสั่นเทา
"นั่นบ้านของคุณนี่" เรนิตาเบิกตากว้าง
ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก็ดังขึ้นจากห้องใต้ดินที่อยู่หลังแท่นบูชา ทุกคนหยุดการเคลื่อนไหว หูของธันวาผึ่งขึ้น สัญชาตญาณนักล่าในตัวเขากลับมาทำงานอีกครั้ง เขาชักปืนพกคู่ใจออกมาเตรียมพร้อมก่อนจะพยักหน้าให้ผมและตำรวจคนอื่นๆ กระจายตัวออกไป
"ใครอยู่ตรงนั้น! ออกมา!" ธันวาตะโกนก้อง
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงลากลากโลหะครูดกับพื้นปูนที่ดังก้องไปทั่วโบสถ์ ความเงียบที่ตามมานั้นน่าขนลุกยิ่งกว่าเสียงกรีดร้องเสียอีก ก่อนที่เงาร่างหนึ่งจะค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืดมิดของมุมมืดหลังแท่นบูชา ร่างนั้นสวมฮู้ดสีดำสนิท ปกปิดใบหน้าจนมิดชิด แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ธันวาต้องแข็งค้างคือ สิ่งที่คนผู้นั้นถืออยู่ในมือ
มันคือสร้อยคอรูปตุ๊กตาไม้... ของเล่นชิ้นเดียวที่ธันวามอบให้น้องสาวในวันเกิดปีสุดท้ายก่อนที่เธอจะหายตัวไป
"พบกันอีกครั้งนะ... โปรไฟล์เลอร์" เสียงทุ้มต่ำและแฝงความขี้เล่นดังลอดออกมาจากใต้ฮู้ด ก่อนที่คนผู้นั้นจะขว้างวัตถุชิ้นหนึ่งลงบนพื้น มันคือระเบิดควันขนาดพกพาที่ทำหน้าที่เป็นฉากบังตาชั้นดี
ควันสีเทาฟุ้งกระจายไปทั่วโบสถ์ ทัศนวิสัยกลายเป็นศูนย์ ธันวารีบพุ่งตัวเข้าไปในกลุ่มควันนั้นทันทีโดยไม่สนความปลอดภัยของตัวเอง ผมตะโกนเรียกเขาแต่ก็สายเกินไป ท่ามกลางความวุ่นวาย เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นตามด้วยเสียงการต่อสู้ที่ดุเดือด และเสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างประหลาดดังขึ้นจากเบื้องบนเพดานโบสถ์
เมื่อควันเริ่มจางลง ผมและดร. เรนิตา รีบวิ่งไปที่จุดที่ธันวาหายตัวไป สิ่งที่พบมีเพียงปืนของธันวาที่ตกอยู่บนพื้น และร่างของใครบางคนที่นอนฟุบอยู่ข้างศพที่สี่ แต่นั่นไม่ใช่ธันวา...
นั่นคือชายในชุดดำที่เพิ่งปรากฏตัวออกมา แต่ทว่า เมื่อเรนิตาเข้าไปพลิกตัวร่างนั้นขึ้นมา เธอก็ถึงกับทรุดลงไปนั่งกับพื้นด้วยความตกตะลึง ใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากากนั้นไม่ใช่ฆาตกร... แต่เป็นใบหน้าของธันวา วิริยะ ที่ถูกถอดแบบออกมาจนเหมือนราวกับส่องกระจก ทว่าดวงตาของเขากลับปิดสนิทและมีรอยยิ้มที่วาดขึ้นด้วยหมึกสีดำสนิทบนริมฝีปากที่ไร้ชีวิตนั้น
ในขณะที่ผมกำลังจะตะโกนเรียกให้ทุกคนตรวจดูโดยรอบ สายตาของผมก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มของใครคนหนึ่งยืนอยู่บนระเบียงชั้นสองของโบสถ์ เขายืนมองลงมาด้วยท่าทางสงบนิ่ง มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือที่กำลังแสดงภาพถ่ายสดของผม เรนิตา และร่างที่นอนอยู่ตรงหน้า ก่อนที่เขาจะหันมามองผมโดยตรงแล้วขยับปากพูดโดยไม่มีเสียงว่า...
"เกมที่สองกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว... เตรียมตัวให้พร้อมนะครับ"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความมืดมิดไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 28
ความลึกลับของสถานที่เกิดเหตุ
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!