เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 21

ค่ำคืนแห่งการรอคอย

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
“อย่าขยับ” เสียงกระซิบของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในโกดังร้างริมน้ำ กลิ่นอับชื้นของสนิมเหล็กและเศษซากไม้ผุพังโชยเข้าจมูกราวกับจะตอกย้ำถึงความเน่าเฟะของสถานที่แห่งนี้ ปลายกระบอกปืนของเขาเล็งนิ่งอยู่ตรงจุดมืดมิดเบื้องหน้า ท่ามกลางแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแตกของหลังคาสังกะสีลงมาเพียงเบาบาง ดร. เรนิตาที่หมอบอยู่ข้างกายเขาไม่ได้ตอบโต้ แต่สายตาของเธอจับจ้องไปยังรอยเงาที่พาดผ่านผนังคอนกรีต หัวใจของเธอเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ผิดกับความร้อนรุ่มที่สุมอยู่ในอกของธันวาตั้งแต่วินาทีที่เขาเห็น ‘ใบหน้า’ นั้นในกระจกเงาของอาคารเมื่อชั่วโมงก่อน “คุณกำลังมองหาอดีตที่ผิดพลาด หรือกำลังมองหาฆาตกรตัวจริงกันแน่ครับ ธันวา?” เรนิตากระซิบถาม แผ่วเบาราวกับเสียงลมพัดผ่าน เธอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเล็กน้อยที่ไหล่ของชายหนุ่ม ธันวานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง กรามของเขาขบแน่นจนนูนเด่นชัด “ผมรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ เรนิตา เขาไม่ได้ทิ้งแค่หลักฐาน แต่เขากำลังเล่นเกมกับความทรงจำของผม” “บางที... ความทรงจำของคุณอาจจะไม่ได้โกหก แต่มันอาจจะถูกเขียนขึ้นใหม่โดยใครบางคน” เรนิตาขยับตัวเข้าใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ จากน้ำหอมของเธอไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดูผ่อนคลายลงเลย “มิสเตอร์ เอ็กซ์ รู้จุดอ่อนของคุณดีกว่าที่คุณรู้จักตัวเองเสียอีก การที่คุณพุ่งเป้ามาที่โกดังแห่งนี้ มันเป็นไปตามแผนที่เขาวางไว้ หรือคุณเป็นคนขีดเขียนมันขึ้นมาเอง?” ธันวาไม่ได้ตอบ เขาเปลี่ยนท่าทางให้กระชับขึ้น นิ้วชี้แตะอยู่ที่โกร่งไกปืนอย่างระมัดระวัง เขาไล่เรียงเหตุผลในหัวเหมือนการต่อจิ๊กซอว์ที่มีชิ้นส่วนหายไป คนที่เขาเห็นในเงาสะท้อน—ชายคนนั้นที่มีแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวที่หลังหู—เขาคือคนเดียวกับที่ลักพาตัวน้องสาวเขาไปเมื่อยี่สิบปีก่อน หากนั่นไม่ใช่ภาพหลอนที่เขาสร้างขึ้นมาเองตามคำวินิจฉัยของหมอจิตเวชทั่วไป งั้นนั่นก็คือการประกาศศึกที่ชัดเจนที่สุด “เขาไม่ได้ต้องการฆ่าเราตรงนี้” ธันวาเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน “เขาต้องการให้เราเห็น ว่าเขาอยู่เหนือเราเสมอ” “การรอคอยเป็นทักษะของนักล่า แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็นกับดักของผู้ที่ถูกล่าด้วย” เรนิตาพยักพเยิดไปยังมุมมืดสุดของโกดัง ที่นั่นมีเสียงบางอย่างกระทบกันเบาๆ คล้ายเสียงโลหะเสียดสีกับพื้นคอนกรีต ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและจงใจให้ได้ยินก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วโกดัง มันไม่ได้เร่งรีบ แต่มั่นคงราวกับจังหวะของนาฬิกาลูกตุ้ม ธันวาหรี่ตาลง สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขากำลังกรีดร้องเตือนถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามา “นั่นไงครับ...” ธันวาพึมพำ เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้นตรงประตูทางเข้า แสงจันทร์เผยให้เห็นโครงร่างสูงโปร่งที่สวมชุดโค้ทสีเข้ม ชายคนนั้นหยุดยืนนิ่ง ไม่มีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ ไม่มีท่าทีตื่นตระหนก เขายืนอยู่ตรงนั้นราวกับกำลังรอคอยให้ทั้งคู่ก้าวออกมาจากความมืดมิดที่ซ่อนตัวอยู่ ธันวาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ปลายกระบอกปืนยืดตรงไปที่เป้าหมาย “วางอาวุธซะ! ผมสั่งให้คุณวางอาวุธ!” ชายคนนั้นค่อยๆ หันมา ใบหน้าของเขาถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้างและเงามืดที่ทอดลงมา แต่เขากลับหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาด เสียงที่ธันวาเคยได้ยินในฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนมาตลอดสองทศวรรษ “คุณช้าไปก้าวหนึ่งเสมอ ธันวา” ชายคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเยือกเย็น “การไล่ตามเงาไม่ได้ทำให้คุณพบตัวตนของผมหรอก เพราะตราบใดที่คุณยังไม่ยอมรับว่าความจริงที่คุณยึดติดน่ะ... คือคำโกหกที่ใหญ่ที่สุด” “หุบปาก!” ธันวาก้าวเข้าไปหาโดยไม่สนคำเตือนของเรนิตาที่ร้องบอกให้เขาหยุด “เดี๋ยวครับ ธันวา!” เรนิตาร้องเรียก แต่ชายหนุ่มไม่ฟัง เขาพุ่งเข้าไปหาเป้าหมายด้วยความเดือดดาล ทว่าในวินาทีที่เขากระโจนเข้าหา ชายในชุดโค้ทกลับหยิบอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าแล้วกดมันลงบนพื้น แสงสว่างจ้าจากระเบิดแสง (Flashbang) ระเบิดขึ้นจนทำเอาตาของเขาพร่ามัว ความเจ็บปวดแล่นผ่านดวงตาพร้อมกับเสียงวิ้งในหู ธันวาล้มลงกับพื้น มือพยายามควานหาอาวุธ ทว่าในความเลือนรางนั้น เขากลับเห็นรองเท้าหนังคู่เดิมก้าวผ่านหน้าเขาไปอย่างใจเย็น เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นเฉียบของปลายเหล็กบางอย่างที่จ่อเข้าที่ขมับ “ผมบอกคุณแล้วไง” เสียงกระซิบของมิสเตอร์ เอ็กซ์ ดังอยู่ใกล้หู “ว่าคนที่จะจบเกมนี้ ไม่ใช่ตำรวจอย่างคุณ... แต่เป็นคนที่คุณไว้ใจที่สุดต่างหาก” กลิ่นกำมะถันจากการระเบิดจางลง ธันวาพยายามลืมตาขึ้นมอง ภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น เรนิตายืนอยู่ตรงนั้น เธอไม่ได้ถูกจับตัว แต่เธอกำลังยืนอยู่ข้างชายที่เขากำลังตามล่า เธอค่อยๆ ถอดถุงมือออก สายตาที่เคยอ่อนโยนและฉลาดล้ำกลับกลายเป็นความเย็นชาที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน “ขอบคุณที่พาเรามาถึงจุดนี้ได้เร็วขึ้นนะคะ ธันวา” เรนิตากล่าวพลางเอื้อมมือไปรับแฟ้มเอกสารจากชายคนนั้นมาไว้ในมือ “ภารกิจของเราจบลงตรงนี้... และนับจากวินาทีนี้ไป คุณไม่ใช่คู่สนทนาของฉันอีกแล้ว” ธันวาเบิกตากว้าง ความหนาวเหน็บแล่นริ้วไปทั่วไขสันหลัง นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของคนร้าย แต่มันคือการทรยศที่วางแผนไว้อย่างแนบเนียนตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาพบกัน หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านลุ้นระทึกไปกับความพลิกผันของโชคชะตาและจิตใจตัวละครนะครับ ขอบพระคุณที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับผมครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%