"นายกำลังโกหกผม... หรืออย่างน้อยที่สุด นายก็กำลังปกปิดบางอย่างอยู่ 'หมวดก้อง'"
เสียงของผมเรียบสนิท แต่มันหนักแน่นพอที่จะทำให้บรรยากาศในห้องสืบสวนขนาดสี่คูณสี่เมตรนี้เย็นเยียบลง ก้องเกียรติ เพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันในรั้วโรงเรียนนายร้อย ชะงักมือที่กำลังหยิบแฟ้มคดีขึ้นมา เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ ใบหน้าของเขาดูเป็นปกติเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา ทว่าแววตาที่เคยเปิดเผยกลับไหววูบเพียงเสี้ยววินาที
"ธันวา นายพักผ่อนน้อยไปหรือเปล่า?" ก้องเกียรติวางแฟ้มลงบนโต๊ะด้วยจังหวะที่นุ่มนวลเกินไป "ตั้งแต่คดีไอ้ฆาตกรเงาเริ่มรุนแรงขึ้น นายก็ระแวงไปหมดทุกคน แม้กระทั่งคนใกล้ตัวนายที่สุดอย่างฉัน"
ผมเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้สายตาจับจ้องไปที่ดวงตาของเพื่อนรัก ผมไม่ได้มองแค่ใบหน้า แต่มองลึกลงไปในไมโครเอ็กซ์เพรสชั่น (Micro-expressions) ของเขา ก้องเกียรติเป็นตำรวจฝีมือดี เขาถูกฝึกมาให้ควบคุมอารมณ์ แต่เขาลืมไปว่า ในฐานะโปรไฟล์เลอร์ ผมไม่ได้อ่านแค่สิ่งที่เขาพูด แต่ผมอ่าน 'ความไม่สอดคล้อง' ระหว่างคำพูดกับภาษากายของเขา
"การที่นายพยายามเบี่ยงเบนประเด็นด้วยการตั้งคำถามเรื่องสุขภาพจิตของฉัน มันคือเทคนิคมาตรฐานของการหลบเลี่ยงการตรวจสอบครับก้อง" ผมพูดพลางโน้มตัวไปข้างหน้า "ผลตรวจดีเอ็นเอจากที่เกิดเหตุล่าสุดที่นายเป็นคนดูแล... มันหายไปไหน? ฉันเช็กระบบฐานข้อมูลเมื่อสิบนาทีก่อน ไฟล์ถูกล็อกด้วยรหัสผ่านระดับสูง ซึ่งฉันรู้ว่ามีเพียงนายและผู้การเท่านั้นที่เข้าถึงได้"
ก้องเกียรติถอนหายใจยาว เขายกมือขึ้นถูต้นคอ ท่าทางที่ดูเหมือนคนเหนื่อยหน่าย แต่ในสายตาผม มันคืออาการ 'Defensive Posture' หรือท่าทางปกป้องตัวเองเพื่อลดความประหม่า
"ระบบมันรวน นายก็รู้ว่าเซิร์ฟเวอร์เก่าแค่ไหน" เขาตอบเสียงเรียบ "ส่วนเรื่องผลตรวจ ฉันส่งให้ดร.เรนิตาดูแล้ว เพราะนายดูเหมือนคนเสียสติจนฉันไม่กล้าให้ถือข้อมูลสำคัญ"
ผมกระตุกยิ้มที่มุมปาก ไม่ใช่ยิ้มที่แสดงความยินดี แต่เป็นยิ้มของคนที่เห็นจุดจบของเกมกระดาน "ดร.เรนิตาบอกฉันเมื่อเช้าว่าเธอไม่เคยได้รับแฟ้มนั้นเลย ก้อง... นายกำลังเล่นเกมอะไรอยู่?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสืบสวนกะทันหัน เสียงพัดลมเพดานเก่าๆ ที่หมุนเอื่อยๆ กลายเป็นเสียงที่ดังชัดเจนจนน่ารำคาญ ก้องเกียรตินิ่งเงียบไปนานผิดปกติ รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าเขามลายหายไป แทนที่ด้วยความเรียบเฉยที่ไร้ความรู้สึกอย่างน่าประหลาด เขาค่อยๆ ขยับลุกขึ้นยืน ก้าวเดินมาหยุดที่หน้าต่างบานแคบที่มองเห็นแสงไฟวับแวมของเมืองในยามวิกาล
"นายรู้ไหมธันวา..." ก้องเกียรติเริ่มพูดโดยไม่หันมามองผม "ในโลกของพวกเรา เราถูกสอนให้เชื่อมั่นในเพื่อนร่วมงานมากกว่าชีวิตตัวเอง แต่นายเคยคิดบ้างไหมว่า ถ้าคนที่เราเชื่อใจที่สุด คือคนที่รู้จักความลับที่มืดดำที่สุดของเราล่ะ?"
"นายกำลังพูดถึงเรื่องอะไร?" ผมถามพลางเลื่อนมือไปแตะซองปืนที่ข้างเอวโดยสัญชาตญาณ
เขากลับหลังหันมาเผชิญหน้ากับผม แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ก้องเกียรติเพื่อนรักที่ชอบชวนไปดื่มเบียร์หลังเลิกงานอีกต่อไป แต่มันคือสายตาของนักล่าที่จดจำเหยื่อได้แม่นยำ "เรื่องน้องสาวนายไง ธันวา... เรื่องที่นายปิดบังทุกคนไว้ แม้กระทั่งบันทึกในแฟ้มประวัติที่ถูกลบไปแล้ว นายคิดว่าไอ้ฆาตกรนั่นมันรู้จักนายดีขนาดนั้นได้ยังไง ถ้าไม่มี 'คนใน' คอยส่งข้อมูลให้?"
หัวใจของผมเต้นแรงขึ้นจนสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกที่หน้าอก ข้อมูลเรื่องน้องสาวผมเป็นเรื่องที่ผมฝังมันไว้ลึกที่สุดในจิตใจ มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ และหนึ่งในนั้นคือก้องเกียรติ
"นาย..." ผมคำรามในลำคอ พยายามคุมสติให้คงที่
"ใช่ ฉันเองที่ส่งข้อมูลให้มัน" ก้องเกียรติเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบราวกับกำลังพูดเรื่องสภาพอากาศ "เพราะไอ้ฆาตกรนั่นมันไม่ได้เป็นแค่คนร้าย แต่มันคือ 'อนาคต' ที่นายควรจะเป็น ถ้าหากนายกล้าพอที่จะยอมรับความจริงว่า ความยุติธรรมที่นายไล่ล่าอยู่ มันไม่มีวันมีอยู่จริง"
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น มันเป็นข้อความนิรนามที่ส่งตรงเข้าสู่เครื่องส่วนตัวของผมเพียงเครื่องเดียว ผมเหลือบมองหน้าจอ—รูปถ่ายของดร.เรนิตาที่กำลังถูกมัดอยู่บนเก้าอี้ไม้ในห้องใต้ดินที่คุ้นเคย มันคือห้องเดียวกันกับที่น้องสาวผมเคยถูกขังเมื่อสิบปีก่อน
ก้องเกียรติเดินผ่านผมไปที่ประตูห้อง ก่อนจะหยุดและหันกลับมามองด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบจนผมรู้สึกสันหลังวาบ "เกมบทที่สิบห้านี้เพิ่งเริ่มต้นขึ้นนะธันวา ถ้าอยากช่วยเธอ ก็รีบหน่อย... เพราะเวลาของนายไม่ได้เหลือเยอะขนาดนั้นแล้ว"
เขาก้าวออกไป ทิ้งให้ผมยืนอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่แสนทรมาน พร้อมกับหลักฐานชิ้นใหม่ที่เพิ่งเด้งขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์—บันทึกเสียงการสนทนาของตัวผมเองกับฆาตกรที่ถูกตัดต่อขึ้นมาจนดูเหมือนว่า 'ผม' คือคนบงการอยู่เบื้องหลังทั้งหมดในคดีนี้!
ผมต้องเลือก... ระหว่างการลากคอเพื่อนรักมาลงโทษ หรือการวิ่งไปช่วยหญิงสาวที่เป็นกระจกสะท้อนเดียวของจิตใจผมก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่เงามืดนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 15
สายลับสองหน้า
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!