ปลายปากกาหมึกซึมยี่ห้อ Montblanc สีดำสนิทจรดลงบนกระดาษสาเนื้อหยาบ น้ำหนักของปลายนิ้วที่กดทหนักหน่วงจนกระดาษบุ๋มลงไปเล็กน้อย สะท้อนถึงความอัดอั้นที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ท่าทีนิ่งขรึมของ ร.ต.อ. ธันวา วิริยะ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบสันจมูกโด่งเป็นสันและเงาโครงหน้าที่ฉายแววความเหนื่อยล้าอย่างชัดเจน ห้องทำงานในกองบังคับการสืบสวนสอบสวนยามตีสองสามสิบเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจังหวะการหยดของน้ำจากก๊อกน้ำในห้องน้ำด้านนอก ทว่าเสียงที่ดังที่สุดในเวลานี้ กลับเป็นเสียงสะท้อนจากห้วงคำนึงในจิตใต้สำนึกของเขาเอง
*“ถึง... พิมพ์”*
ธันวาเริ่มต้นเขียนจดหมายด้วยสรรพนามที่ไม่ได้เอ่ยถึงมาเป็นเวลาแปดปีเต็ม นับตั้งแต่วันที่น้องสาวแท้ๆ ของเขาถูกลักพาตัวไปจากสนามเด็กเล่นแห่งเดิมในคดีที่ยังคงแขวนค้างอยู่ในแฟ้มคดีปริศนา ดวงตาคู่คมกริบกวาดมองข้อความบรรทัดแรกที่เพิ่งจรดลงไป หัวใจของโปรไฟล์เลอร์หนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเยือกเย็นที่สุดในกรมตำรวจ กลับสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับมีแผ่นดินไหวขนาดย่อมเกิดขึ้นในอก
ในฐานะนักวิเคราะห์พฤติกรรมอาชญากร เขาถูกฝึกฝนให้มองทะลุปรุโปร่งถึงแรงจูงใจ ความผิดปกติทางจิต และกลไกการป้องกันตัวของฆาตกรต่อเนื่องระดับประเทศมานักต่อนัก เขาสามารถแกะรอยจิตวิทยาของ ‘มิสเตอร์ เอ็กซ์’ ศัตรูตัวฉกาจผู้ท้าทายสติปัญญาได้อย่างแม่นยำทุกฝีก้าว แต่ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าของน้องสาวที่หายสาบสูญ ทักษะการวิเคราะห์เชิงระบบทั้งหมดที่เขามีกลับพังทลายลงเหลือเพียงความรู้สึกผิดที่กัดกินวิญญาณอย่างช้าๆ
"คุณยังไม่นอนอีกหรือครับ, ผู้กองวิริยะ"
เสียงทุ้มนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยพลังวิเคราะห์อันเฉียบคมดังขึ้นจากมุมมืดใกล้ชั้นหนังสือ ดร. เรนิตา จิตแพทย์ที่ปรึกษาประจำคดีก้าวออกมาจากเงาสลัว เธาสวมเสื้อสูทลำลองทับเสื้อคอเต่าสีเข้ม แววตาคู่สวยหลังกรอบแว่นทรง The Row บ่งบอกถึงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดนักวิชาการ
ธันวาชะอักมือที่ถือปากกาเล็กน้อย เขายังคงมองแผ่นกระดาษตรงหน้าโดยไม่หันไปมองผู้มาเยือน "ผมกำลังทบทวนโปรไฟล์ของตัวเองอยู่ครับ... ดร.เรนิตา"
"การเขียนจดหมายถึงคนที่เราสูญเสียไป ไม่ได้อยู่ในตำราจิตวิทยาการสอบสวนหรอกนะครับ มันเป็นกระบวนการระบายความเศร้าโศก (Grief Work) ที่คุณเองก็มักจะแนะนำให้เหยื่อหรือญาติผู้เสียหายทำเสมอ... แต่แปลกจังนะที่วันนี้ คนที่แนะนำคนอื่น กลับเป็นคนหยิบปากกาขึ้นมาเสียเอง" เรนิตาเดินเข้ามาใกล้ โน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อมองข้อความบนกระดาษผ่านแว่นสายตา เธอนิ่งเงไปชั่วครู่เมื่อเห็นเนื้อหาที่ถูกร่างขึ้น
*“พี่ขอโทษที่ในวันนั้น... พี่เลือกที่จะวิ่งตามรอยเท้าของฆาตกร แทนที่จะหันกลับไปคว้ามือพิมพ์เอาไว้”*
บรรยากาศภายในห้องเย็นเยียบลงทันตรักษ์ เรนิตาถอนหายใจยาวอย่างเข้าใจ เธอดึงเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงฝั่งตรงข้ามโดยไม่รบกวนสมาธิ แต่ทำหน้าที่เป็น ‘กระจกเงา’ สะท้อนความมืดในใจของเขาตามหน้าที่ที่เธอทำมาโดยตลอด
"คุณกำลังโทษตัวเองเรื่องคดีเมื่อแปดปีก่อนอีกแล้วสินะครับ, ธันวา" เรนิตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "คุณคิดว่าถ้าวันนั้นคุณเลือกปกป้องน้องสาวแทนที่จะไล่ล่าจับโจร พิมพ์อาจจะยังอยู่... แต่นั่นคือการบิดเบือนความทรงจำด้วยความรู้สึกผิด (Hindsight Bias) นะครับ ฆาตกรในตอนนั้นเป็นคนวางแผนลักพาตัวอย่างแนบเนียน ไม่ใช่ความผิดพลาดของคุณที่เป็นเด็กฝึกงานในวันนั้น"
"แต่ผมเป็นโปรไฟล์เลอร์นะเรนิตา!" ธันวาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่คมวาวโรจน์ด้วยความเจ็บปวดที่ปิดไม่มิด "ผมอ่านใจคนร้ายได้เป็นร้อยคน ผมรู้ว่าพวกเขาคิดอะไรก่อนจะลงมือฆ่า ผมรู้แม้กระทั่งว่ามิสเตอร์ เอ็กซ์ กำลังเล่นสนุกอะไรกับเรา... แต่ทำไมตอนที่ผมอายุสิบแปดและน้องสาวผมถูกลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตา ผมกลับอ่านเกมไม่ออกเลยแม้แต่น้อยล่ะครับ!"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจที่ผ่อนเข้าออกอย่างหนักหน่วงของธันวา การปะทะกันทางจิตวิทยาระหว่างเขากับอดีตของตนเอง ทำให้โครงสร้างทางเหตุผลที่เขาสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเองเริ่มสั่นคลอน
ธันวาหันกลับมามองกระดาษตรงหน้าอีกครั้ง เขาจรดปลายปากกาลงไปต่อด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
*“ตอนนี้พี่กำลังไล่ล่าคนที่มีรอยแผลเป็นแบบเดียวกันกับในอดีต... คนที่คิดว่าตัวเองอยู่เหนือกฎหมาย คนที่พยายามจะสร้างเกมจิตวิทยากับพี่ เรนิตารelieve ว่าเรากำลังเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกทีแล้วนะพิมพ์... อีกไม่นานเกินรอ คนที่พรากเธอไปจะต้องชดใช้ด้วยทุกอย่างที่เขามี”*
ในจังหวะที่หมึกปากกาขีดเขียนตัวอักษรตัวสุดท้ายลงบนกระดาษ เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้ารหัสลับจากระบบฐานข้อมูลกลางของกรมตำรวจ (CCIC) ที่ถูกติดตั้งไว้บนโต๊ะทำงานของธันวา ก็ดังขึ้นแทรกความเงียบงันขึ้นมาอย่างกะทันหัน
*ติ๊ด! ติ๊ด! ติ๊ด!*
หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เคยดับสนิท กลับสว่างวาบขึ้นมาด้วยแสงสีแดงฉาน พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับความปลอดภัยสูงสุด (SSS-Class Alert) ที่ปรากฏขึ้นกลางจอภาพโดยไม่มีที่มาที่ไป
ธันวาขมวดคิ้วมุ่นทันที เขาวางปากกาลงแล้วใช้มือปัดแป้นพิมพ์เพื่อเปิดดูข้อมูล เรนิตาเองก็ขยับเข้ามาใกล้หน้าจอด้วยความตื่นตัวเช่นกัน
บนหน้าจอสีดำสนิท ปรากฏภาพถ่ายหน้าตรงของใครบางคนที่มีรอยยิ้มมุมปากอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมกับข้อความทักทายที่ถูกส่งตรงมาจากเซิร์ฟเวอร์นิรนามในต่างประเทศ ซึ่งถอดรหัสออกมาได้ว่า...
*“จดหมายของคุณซึ้งกินใจมากครับ, ผู้กองธันวา... น่าเสียดายที่คนรับปลายทางไม่ได้อ่านมันหรอกนะ เพราะตอนนี้เธอกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่กับผมที่นี่... อยากรู้ไหมล่ะครับว่าที่ไหน?”*
สิ้นเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ภาพถ่ายในจอคอมพิวเตอร์ก็ขยายใหญ่ขึ้นเผยให้เห็นใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่เบื้องหลังเงาของมิสเตอร์ เอ็กซ์ และดวงตากลมโตคู่นั้นก็เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว... มันคือใบหน้าของ ‘พิมพ์’ น้องสาวที่เขาเพิ่งเขียนจดหมายหาเมื่อครู่โดยไม่มีทางเป็นไปได้!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสืบค้นร่องรอยแห่งความมืดมิดไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 34
จดหมายถึงคนตาย
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!