กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและไม้เก่าคละคลุ้งอยู่ในโพรงจมูก ทว่าสิ่งที่ทิ่มแทงประสาทสัมผัสของ ร.ต.อ. ธันวา วิริยะ กลับไม่ใช่กลิ่นแห่งความทรุดโทรม หากแต่เป็น "กลิ่นอาย" ที่คุ้นเคยจนน่าสะอิดสะเอียน—กลิ่นของความหวาดกลัวเมื่อยี่สิบปีก่อน กลิ่นที่ถูกฝังกลบไว้ใต้ชั้นตะกอนแห่งกาลเวลา บัดนี้กำลังถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้งด้วยฝีมือของใครบางคน
"ผู้กองครับ กำลังเสริมสภ. ภูธรท้องถิ่นมาถึงตามสั่งแล้วครับ รถหุ้มเกราะจอดปิดล้อมรอบรัศมีสามร้อยเมตร แต่ข้างใน... ตัวบ้านหลักถูกดัดแปลงโครงสร้างใหม่ ทีมจู่โจมรายงานว่าสัญญาณวิทยุถูกรบกวน"
เสียงกระซิบของหมวดวิกรมลอดผ่านเครื่องสื่อสารขนาดเล็ก แต่มันแทบไม่ได้เข้าโสตประสาทของธันวาเลย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าเคร่งขรึมกำลังจ้องมองบานประตูไม้สักสีเข้มเบื้องหน้า ประตูบานเดิมที่เคยมีรอยขูดขีดจากเล็บเล็กๆ ของเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ—น้องสาวของเขาเอง
ธันวากลืนก้อนความขมขื่นลงคอ ปลายนิ้วเรียวยาวเอื้อมไปแตะลูกบิดประตูโลหะขึ้นสนิม มันเย็นเฉียบ เย็นยะเยือกราวกับผิวหนังของศพ
"ถอนกำลังหน่วยจู่โจมออกไปครึ่งหนึ่ง" ธันวาเอ่ยคำสั่งผ่านวิทยุด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่มั่นคงจนคนฟังต้องชะงัก
"แต่ผู้กองครับ! นั่นมันคำสั่งฆ่าตัวตายชัดๆ มิสเตอร์ เอ็กซ์ อาจจะกำลังดักรอ..."
"ผมบอกให้ถอนกำลัง" ธันวาตัดบท น้ำเสียงทุบต่ำแต่เด็ดขาดราวกับประกาศิต "นี่ไม่ใช่การปิดล้อมจับกุมอาชญากรทั่วไป วิทยาการอย่างมันไม่ต้องการปะทะด้วยกำลังพล มันต้องการเล่นละคร... และเวทีนี้ถูกสร้างไว้สำหรับผมคนเดียว"
เขากดผลักประตูบานนั้นให้เปิดออก เสียงบานพับเก่าแก่กรีดร้องโหยหวนราวกับวิญญาณที่ถูกปลุกให้ตื่น
ความมืดภายในบ้านหลังเก่าโอบกอดร่างของเขาไว้ทันที แสงไฟฉายสაბนำทางสודส่ายไปตามผนังวอลเปเปอร์ลอกร่อน คราบหยากไย่หนาทึบสะท้อนแสงไฟเป็นประกายระยิบระยับราวกับดวงตานับร้อยคู่ที่กำลังจ้องมองผู้มาเยือน บรรยากาศเงียบงันจนได้ยินเสียงจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง—ตึบ... ตึบ... ตึบ...
ที่มุมห้องรับแขก โต๊ะไม้ตัวเก่าถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่ผิดเพี้ยนไปจากความทรงจำ บนนั้นมีเทียนไขไขสีขาวเล่มหนึ่งกำลังมอดไหม้ เหลือเพียงคราบน้ำตาเทียนหยดเรี่ยราด และข้างๆ กันนั้น... มีกล่องดนตรีไขลานโบราณที่กำลังบรรเลงเพลงกล่อมเด็กอันบิดเบี้ยว เสียงดนตรีติดๆ ขัดๆ ดัง *ก๊องแก๊ง... ก๊องแก๊ง...* ราวกับฟันเฟืองภายในกำลังฝืนหมุนด้วยความเจ็บปวด
ธันวาก้าวเท้าเข้าไปช้าๆ ทุกย่างก้าวบนพื้นไม้ลั่นเอี๊ยดอ๊าดราวกับเสียงกระดูกลั่นทับ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ภาพซ้อนทับก็พวยพุ่งขึ้นมาในมโนสำนึกอย่างไร้การควบคุม
*เปรี้ยง! เสียงฟ้าผ่าคำรามก้องนอกหน้าต่าง*
*เด็กชายธันวาในวัยสิบขวบกำลังยืนตัวสั่นเทาอยู่หลังตู้เสื้อผ้า ร่างกายเล็กจ้อยซ่อนตัวด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ดวงตาเบิกโพลงมองลอดช่องแคบๆ ออกไปข้างนอก*
*ที่กลางห้อง... รองเท้าหนังสีดำมันวาวคู่หนึ่งกำลังเดินย่างสามขุมเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและมั่นคง เด็กหญิงธัญญา น้องสาวตัวน้อยของเขากำลังถูกชายแปลกหน้าคนนั้นอุ้มพาดบ่า ร่างเล็กๆ ดิ้นรนสุดแรงเกิด เสียงร้องไห้สะอื้นฮักดังระคนเสียงทุบตี*
*"พี่ธัน... ช่วยด้วย..."*
*เสียงเล็กๆ นั้นกรีดร้องเรียกชื่อเขา ดวงตากลมโตคู่นั้นหันมาสบตากับเขาผ่านช่องตู้เสื้อผ้าพอดี มันเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม... ทำไมพี่ถึงไม่ช่วยหนู? ทำไมพี่ถึงนิ่งเฉย?*
*เด็กชายธันวาอยากจะวิ่งออกไป อยากจะตะโกนอยากจะคว้ามือรั้งน้องสาวไว้ แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปู ปากถูกมือของตัวเองปิดกั้นเสียงสะอื้น ความขลาดกลัวในวัยเด็กกัดกินหัวใจจนวิญญาณแทบแตกสลาย และในวินาทีที่ประตูปิดลง เสียงกระซิบเยือกเย็นก็ลอยล่องมาตามอากาศ—"เด็กดี... คนต่อไปคือนายนะ"*
ฮือก!
ธันวาสะดุ้งเฮือก ร่างสูงใหญ่เซถอยหลังไปชนกับผนังห้องอย่างแรง ลมหายใจหอบกระชั้น หน้าอกกระเพื่อมไหวขึ้นลงอย่างรุนแรง เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับและลำ颈 ภาพความทรงจำที่ถูกผนึกไว้ด้วยกลไกการป้องกันทางจิตใจ (Repression) บัดนี้พังทลายลงมาเป็นเสี่ยงๆ มันไม่ใช่ภาพลวงตา ไม่ใช่ฝันร้าย แต่มันคือความจริงที่เขาพยายามลบเลือนมาตลอดชีวิต—เขาไม่ใช่ฮีโร่ผู้รอดชีวิต แต่เขาคือ "ผู้สมรู้ร่วมคิด" ที่ยืนมองน้องสาวถูกลักพาตัวไปต่อหน้าต่อตาโดยไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัว!
"แหม... ความทรงจำสีจางๆ เริ่มกลับมารosy (สดใส) ขึ้นแล้วสินะครับ ผู้กองธันวา"
เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากความมืดตรงโถงบันไดเบื้องบน
ธันวาเงยหน้าขึ้นขวับ ดวงตาแดงก่ำด้วยเพลิงโทสะและหยาดน้ำตาที่คลอหน่วย เขาไม่ได้พกพาความกลัวหลงเหลือไว้อีกต่อไป มีเพียงความโกรธเกรี้ยวขั้นขีดสุดที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่ง
ร่างในชุดสูทสีเข้มก้าวลงมาจากบันไดทีละขั้น รอยยิ้มพึงพอใจประดับอยู่บนใบหน้าเรียוניนั่น มิสเตอร์ เอ็กซ์ กางแขนออกเล็กน้อยราวกับเจ้าบ้านกำลังต้อนรับแขกคนสำคัญ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นสะท้อนประกายความสนุกสนานอย่างปิดไม่มิด
"นาย..." ธันวาเค้นเสียงลอดไรฟัน กัดกรามแน่นจนสันนูนเด่นชัด มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามปืนพกประจำกายที่พกอยู่ข้างเอวเตรียมพร้อมปลดล็อก
"ช้าก่อนครับผู้กอง ใจเย็นๆ สิครับ" มิสเตอร์ เอ็กซ์ ยกมือขึ้นเชิงห้ามปราม รอยยิ้มบนมุมปากยิ่งกว้างขึ้น "การเหนี่ยวไกใส่ผมในสถานที่แห่งนี้ จะไม่ทำให้นายได้คำตอบว่า... ตอนนี้น้องสาวของนาย 'ยังมีชีวิตอยู่' หรือไม่"
ธันวาชะงัก มือที่กำลังจะดึงปืนหยุดนิ่งกลางคัน หัวใจกระตุกวูบ
"แกหมายความว่ายังไง" เสียงของธันวาแหบพร่าแต่น่ากลัว
มิสเตอร์ เอ็กซ์ หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะโยนวัตถุบางอย่างลงมาบนพื้นไม้แทบเท้าของธันวา
มันคือตุ๊กตาผ้าเก่าๆ หน้าตาเปรอะเปื้อนคราบดิน... ตุ๊กตาตัวเดียวกับที่น้องสาวของเขาถือไว้ในอ้อมแขนก่อนจะหายลับไปในคืนนั้น และที่สำคัญ... บนตัวตุ๊กตามีรอยเปื้อนสีแดงฉานของ 'เลือดสดๆ' ที่ยังไม่แห้งสนิท!
"เกมเพิ่งเริ่มต้นต่างหากล่ะครับ" มิสเตอร์ เอ็กซ์ ยิ้มเยาะ "เชิญตามหาชิ้นส่วนที่เหลือของความทรงจำให้ทัน... ก่อนที่ลมหายใจของเธอดับสูญไปตลอดกาล"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมไขปริศนาไปด้วยกันเสมอนะครับ
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 48
ความทรงจำในวัยเด็ก
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!