กลิ่นอับชื้นของฝุ่นผงและปูนซีเมนต์เสื่อมสภาพตีเข้าจมูกทันทีที่ถีบประตูไม้ผุพังบานนั้นเปิดออก ร.ต.อ.ธันวา วิริยะ ไม่ได้สนใจคราบหยากหย่ายที่เกาะตามกรอบหน้าต่าง เขาสนใจเพียงความเงียบงันที่น่าขนลุกของเซฟเฮาส์ร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้—ความเงียบที่ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินเข้าไปในกรงขังของสัตว์ป่ากินเนื้อ
“ระวังพื้นด้วยสารวัตร ไม้พวกนี้ผุกร่อนจนแทบรับน้ำหนักไม่ไหวแล้ว” เสียงของ ดร.เรนิตา ดังขึ้นจากด้านหลัง เธอสวมถุงมือยางและถือไฟฉายแรง
high-intensity สาดส่องไปตามมุมมืดของห้องโถงโล่งๆ ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นโกดังสินค้า
ธันวาไม่ตอบ เขาเพียงยกมือขึ้นส่งสัญญาณให้เธอหยุดนิ่ง สัญชาตญาณดิบของโปรไฟล์เลอร์บอกเขาว่า... มีบางอย่างผิดปกติ อากาศในห้องนี้เย็นกว่าภายนอกเกือบห้าองศา และที่สำคัญกว่านั้น กลิ่นจางๆ ของน้ำยาฆ่าเชื้อผสมกับสนิมเหล็กกำลังลอยวนอยู่ในกระแสลม
สายตาคมกริบกวาดมองไปทั่วบริเวณ ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับรอยลากจางๆ บนพื้นปูนซีเมนต์ที่ถูกอำพรางด้วยขยะ รอยนั้นยาวหายเข้าไปหลังม่านพลาสติกกันฝุ่นผืนใหญ่ที่กั้นมุมอับด้านในสุดของอาคาร
“เรนิตา อยู่ห่างๆ ผมไว้” ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ มือขวาเอื้อมไปปลดล็อกซองพกปืนสั้น Glock 19
อัตราการเต้นของหัวใจเขาไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วยความกลัว แต่มันถูกขับเคลื่อนด้วยความโกรธระอุที่ถูกกดทับไว้ในอก—ความทรงจำสีเลือดเมื่อสิบปีก่อน ภาพน้องสาวที่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยผุดขึ้นมาในหัว สมองของเขาประมวลผลทันที *มิสเตอร์เอ็กซ์ไม่ได้แค่ทิ้งคำใบ้... มันกำลังเชื้อเชิญให้เราก้าวลงไปในหลุมพราง*
เขาก้าวเข้าไปทีละก้าวอย่างเงียบเชียบ ปลายรองเท้าบูทเหยียบย่ำลงบนเศษกระจกแตกละเอียดจนเกิดเสียงกรอบแกรบเบาๆ ธันวาเอื้อมมือไปกระชากม่านพลาสติกออกอย่างแรง
แสงไฟจากไฟฉายสาดกระทบเข้ากับวัตถุตรงหน้า จนเรนิตาที่เดินตามมาติดๆ ต้องหลบสายตาและอุทานออกมาเบาๆ
กลางห้องแคบๆ นั้น มีโต๊ะเหล็กสเตนเลสแบบเดียวกับที่ใช้ในห้องชันสูตรศพตั้งอยู่เด่นเป็นสง่า บนโต๊ะไม่ได้ว่างเปล่า... แต่มันเต็มไปด้วย “อุปกรณ์”
เครื่องมือโลหะเงับวับถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบราวกับเครื่องมือแพทย์ชั้นดี มีตั้งแต่คีมถอนเล็บขนาดเล็ก เลื่อยลวดสลิงเคลือบสารกันสนิม ไปจนถึงชุดอุปกรณ์ช็อตไฟฟ้ากระแสตรงที่ยังมีคราบไหม้สีดำติดอยู่ตรงขั้วต่อ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ธันวาต้องหยุดหายใจ
บนเบาะหนังเทียมสีดำที่รองรับร่างไร้วิญญาณ (หรืออาจจะยังไม่ไร้วิญญาณ) ของใครบางคน มีรอยคราบเลือดสีเข้มแห้งกรังส่งกลิ่นคาวคลุ้ง และที่มุมโต๊ะ มีกระดาษโน้ตสีขาวแปะไว้ด้วยเทปกาวใส ตัวอักษรที่พิมพ์ด้วยเครื่องพิมพ์ดีดเก่าๆ ปรากฏเด่นชัด:
*‘หลักฐานชิ้นที่สอง... เบากว่าชิ้นแรก แต่น่าเจ็บปวดกว่าเยอะ คุณคิดว่าเหยื่อรายนี้จะทนความเจ็บปวดได้กี่นาที,สารวัตร?’*
ธันวากัดกรามแน่นจนกล้ามเนื้อสันกรามปูดโปน มือที่สวมถุงมือยางสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความเดือดดาลที่พุ่งพล่านจนแทบจะควบคุมไม่อยู่ มันคือลายมือเชิงจิตวิทยาของมิสเตอร์เอ็กซ์—ฆาตกรที่ชอบควบคุมเกมและบีบให้เขาต้องวิ่งไล่ตามเงาของตัวเองเสมอ
“ธันวา ตั้งสติ” เรนิตาเอื้อมมือมาแตะที่ข้อศอกของเขา เธออ่านสีหน้าและภาษากายของเขาออกทะลุปรุโปร่ง “นี่คือกับดัก มันจงใจกระตุ้นปมในอดีตของคุณ เพื่อให้คุณขาดความรอบคอบและทำคดีพัง”
“ผมไม่ได้ขาดสติ เรนิตา” ธันวาหันมามองเธอ แววตาของเขาเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก “ผมแค่มองเห็นสิ่งที่มันซ่อนไว้”
เขาก้มตัวลงสำรวจใต้โต๊ะเหล็กสเตนเลส ท่ามกลางความมืดมิดและหยากหย่าย ธันวาใช้ด้ามปืนเขี่ยเศษกระดาษชิ้นเล็กๆ ที่ร่วงหล่นอยู่บนพื้น มันเป็นตั๋วรถไฟเที่ยวเดียวปลายทางสถานีร้างรอบนอกเมือง และที่ด้านหลังตั๋ว มีลายมือเขียนด้วยปากกาหมึกซึมราคาแพง เป็นตัวเลขพิกัด GPS ส องชุด
ชุดแรกคือพิกัดของห้องนี้...
ส่วนชุดที่สอง... คือพิกัดใจกลางเมืองที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงสามกิโลเมตร และเวลานัดหมายในพิกัดนั้นคือ ‘อีกสิบห้านาทีข้างหน้า’
ธันวารem สติกลับมาทันที เขากดวิทยุสื่อสารพกพาเพื่อเรียกกำลังเสริม แต่คลื่นวิทยุกรรมลับกลับมีแต่เสียงซ่าของสัญญาณรบกวน— *static*
“บ้าเอ๊ย!” ธันวาสบถ “มันบล็อกสัญญาณ”
ก่อนที่เรนิตาจะได้เอ่ยปากทักท้วง เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่ด้านนอกประตูทางเข้าเซฟเฮาส์ เสียงเหล็กกระทบกันบ่งบอกถึงการมาถึงของใครบางคนที่ไม่ได้รับเชิญ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... เสียงเพลงคลาสสิกของบีโธเฟน (Symphony No. 5) ดังแผ่วเบามาจากโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่งที่วางอยู่ใต้โต๊ะเครื่องมือแพทย์เครื่องนั้น
โทรศัพท์หน้าจอสีดำสว่างวาบขึ้น พร้อมกับสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลกที่โชว์ข้อความบนหน้าจอว่า:
*‘กำลังโทรเข้า... ผู้ติดต่อ: น้องสาวของคุณ’*
ธันวาชะביงัก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น สายตาของเขาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนหวาดผวา ขณะที่เสียงเพลงคลาสสิกยังคงบรรเลงต่ออย่างเยือกเย็น และเสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกัน— *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมดำดิ่งไปในความมืดมิดนี้ด้วยกันครับ
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 8
หลักฐานชิ้นที่สอง
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!