เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 7

เกมไล่ล่าในสถานีรถไฟ

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
กลิ่นอับของน้ำมันดีเซล คละคลุ้งกับความชื้นของโครงสร้างเหล็กขึ้นสนิมในยามวิกาล คือกลิ่นอายที่ชัดเจนที่สุดของสถานีรถไฟร้างสายเหนือ หัวใจของ ร.ต.อ. ธันวา วิริยะ เต้นกระหน่ำในอกด้วยจังหวะที่ถูกควบคุมไว้อย่างดีเยี่ยม แม้เม็ดเหงื่อกาฬจะซึมชุ่มตามไรผมและแนวสันกระดูกสันหลัง ความเย็นยะเยือกของเหล็กกล้าในมือจากปืนพก Sig Sauer P226 ที่กำแน่น ไม่เท่ากับความหน I-ice ที่เกาะกุมอยู่ในจิตใต้สำนึกของเขา ทุกก้าวที่เหยียบย่างลงบนพื้นไม้ผุพังของชานชาลาที่สอง ถูกคำนวณไว้แล้วในเชิงยุทธวิธี ดวงตาคมกริบกวาดมองความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟนีออนกระพริบสีนวลส้มจากเสาไฟต้นสุดท้ายสาดส่องลงมา ทอดเงายาวบิดเบี้ยวราวกับสัตว์ประหลาด *มันรู้ว่าฉันมา* เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่ดังแว่วมาจากมุมมืดของตู้รถไฟโดยสารเก่าปลดระวาง ไม่ได้ทำให้ธันวาตื่นตระหนก ตรงกันข้าม... มันคือสัญญาณเตือนว่า 'เกม' ได้เริ่มขึ้นแล้ว "นายมาช้าไปสามนาทีนะ,สารวัตร" เสียงทุ้มต่ำ กังวาน และเจือแววเย้ยหยันดังขึ้นจากความมืดเบื้องหน้า ราวกับเสียงกระซิบข้างใบหู ธันวาหยุดชะงักฝีเท้าทันที ร่างกายของเขาตึงเกร็ง สายตาคมกวาดสำรวจพื้นที่รอบด้านในเสี้ยววินาที สมองส่วนหน้าทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลพฤติกรรมของเหยื่อล่อ หรือในที่นี้... คือผู้ล่าที่กำลังสนุกสนานกับการชักใย "ฉันไม่ได้มาช้า เอ็กซ์... แค่ให้เวลาแกได้สูดอากาศบริสุทธิ์ครั้งสุดท้าย" ธันวาตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เย็นชา ไร้ความหวาดกลัว แต่เต็มไปด้วยแรงกดดันที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ จากมุมมืดหลังตู้โดยสารขบวนที่สาม ร่างในชุดโค้ทสีดำสนิทก้าวออกมาอย่างช้าๆ หมวกปีกกว้างถูกดึงต่ำจนบังใบหน้าครึ่งหนึ่ง เหลือเพียงรอยยิ้มมุมปากที่เหยียดขึ้นอย่างท้าทาย มิสเตอร์ เอ็กซ์ ยืนไขว่ห้างพิงโครงเหล็กอย่างสบายอารมณ์ ราวกับเขากำลังยืนชมงานศิลปะในแกลเลอรี มากกว่าจะเผชิญหน้ากับสารวัตรสืบสวนมือหนึ่งของกรมตำรวจ "อากาศในกรุงเทพฯ เป็นพิษ... แต่กลิ่นอายของความสิ้นหวังในตัวคุณนี่สิ หอมหวานเสียจนผมแทบไม่อยากจากไปไหน" เอ็กซ์เอ่ยพร้อมกับเอามิเตอร์วัดอุณหภูมิในมือหมุนเล่นเบาๆ "คุณยังจำความรู้สึกตอนที่น้องสาวของคุณร้องขอชีวิตในความมืดได้ไหม, ธันวา? แววตาคู่นั้น... มันช่างคล้ายกับเหยื่อคนล่าสุดของผมไม่มีผิด" เส้นเลือดข้างขมับของธันวาเต้นตุบๆ ภาพความทรงจำสีเลือดในอดีตพุ่งเข้าโจมตีอย่างไร้ความปรานี ภาพเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เขารักยิ่งชีพถูกพรากไปจากอ้อมแขน ความรู้สึกไร้พลังและโกรธเกลียดตีรวนขึ้นมาในอก แต่นี่ไม่ใช่เวลาที่จะปล่อยให้สัญชาตญาณดิบครอบงำ ดร.เรนิตา เคยเตือนเขาไว้แล้วว่า *'เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณใช้ความโộสแค้นนำทาง คุณจะเดินเข้าไปในกรงที่มันสร้างไว้โดยไม่รู้ตัว'* ธันวาผ่อนลมหายใจยาว สลัดภาพอดีตทิ้งไปในพริบตา แววตาของเขากลับมาคมกริบและว่างเปล่าอีกครั้ง นี่คือจิตวิทยาขั้นพื้นฐานที่เอ็กซ์ใช้เพื่อบั่นทอนสมาธิ "แกควบคุมเกมไม่ได้ตลอดไปหรอก เอ็กซ์" ธันวาขยับเท้าเข้าไปใกล้ทีละนิด ระยะห่างลดลงเหลือเพียงเจ็ดเมตร "โปรไฟล์ของแกชัดเจนเกินกว่าจะซ่อนตัวได้ตลอดชีวิต แกเป็นพวกหลงตัวเอง ต้องการการยอมรับ และที่สำคัญที่สุด... แกโหยหาคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อเพราะแกเหงา" รอยยิ้มบนใบหน้าของเอ็กซ์ชะงักไปเล็กน้อย เสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาจากลำคอ "คมคายสมเป็นโปรไฟล์เลอร์มือฉมัง... แต่คุณประเมินความเร็วของตัวแปรในสมการนี้ต่ำไปหน่อย" สิ้นเสียงนั้น เอ็กซ์ดีดนิ้วดัง *เป๊าะ!* พรึบ! ไฟนีออนกระพริบดวงสุดท้ายดับวูบลงทันที ความมืดสนิทเข้ากลืนกินพื้นที่รอบตัวในเสี้ยววินาที ธันวาไม่รอช้า พุ่งตัวไปข้างหน้าพร้อมส่องไฟฉายแรงสูงติดลำกล้องปืนไปที่จุดที่เอ็กซ์ยืนอยู่เมื่อครู่ทันที ความว่างเปล่า... ร่างในชุดโค้ทสีดำหายลับไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกปนกลิ่นสนิมเหล็กที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ "เวรเอ๊ย!" ธันวาคำรามในลำคอ เขาหมุนตัวกวาดไฟฉายไปรอบทิศทางอย่างรวดเร็ว เสียงฝีเท้าวิ่งกระทบพื้นไม้ดังขึ้นที่ชั้นลอยของสถานีด้านบน เขาสביบความหงุดหงิด พุ่งทะยานขึ้นบันไดเหล็กอย่างไม่คิดชีวิต รองเท้าคอมแบทกระแทกขั้นบันไดเสียงดังสนั่น เป้าหมายคือดาดฟ้าสถานีรถไฟ จุดอับสายตาที่สมบูรณ์แบบสำหรับการซุ่มโจมตี ธันวาโผล่พรวดขึ้นไปบนดาดฟ้า ปืนในมือเล็งกราดไปทั่ว ท่ามกลางแสงจันทร์สลัวที่สาดส่องผ่านโครงหลังคาเหล็กที่ผุพัง เบื้องหน้าของเขา... คือร่างหนึ่งกำลังยืนหันหลังให้ริมขอบดาดฟ้าที่สูงลิ่ว ลมยามวิกาลพัดกระโชกจนชายเสื้อคลุมโบกสะบัด "จบแค่นี้แหละ เอ็กซ์! วางอาวุธแล้วหันหน้ามา!" ธันวาลั่นวาจาเฉียบขาด นิ้วชี้ทาบบนไกปืนพร้อมเหนี่ยวได้ทุกเมื่อ ร่างนั้นค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ เงาดำทอดทับใบหน้า แต่รอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปากนั้นเด่นชัดเจน ธันวากลั้นหายใจ นิ้วเริ่มออกแรงกดไก— *คลิิก...* ไม่ใช่เสียงปืน แต่เป็นเสียงกลไกบางอย่างดังขึ้นมาจากใต้พื้นรองเท้าที่เขากำลังยืนอยู่ ธันวากวาดสายตาลงมองด้วยสัญชาตญาณอันเฉียบ ใต้พื้นไม้แผ่นที่เขากำลังเหยียบอยู่ มีไฟกระพริบสีแดงดวงเล็กๆ กำลังนับถอยหลังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับข้อความดิจิทัลตัวจิ๋วที่เขียนด้วยลายมือสลักบนแผงวงจรเหล็กขึ้นสนิม: *[ ตรวจพบตัวแปรใหม่: คุณเดินมาถูกทาง... แต่มันสายไปเสียแล้ว ]* ธันวาเบิกตากว้างด้วยความตกใจขีดสุด ร่างตรงหน้าไม่ใช่เอ็กซ์ตัวจริง แต่เป็นหุ่นกระบอกตั้งเวลาที่สวมชุดโค้ทเพื่อล่อให้เขาเดินเข้ามาติดกับดักในรัศมีระเบิด! ก่อนที่สมองจะทันได้สั่งการให้กระโดดหนี แรงอัดมหาศาลจากใต้พื้นก็ระเบิดสนั่นหวั่นไหว เปลวไฟสีส้มพวยพุ่งกลืนกินร่างของเขาไปพร้อมกับเศษไม้และเหล็กที่ปลิวว่อนกลางอากาศ! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางระทึกขวัญไปด้วยกันครับ - โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%