เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 19

ความทรงจำที่หายไป

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"ทิ้งปืนลงซะ ธันวา... ก่อนที่ผมจะทำในสิ่งที่แกแก้ตัวไม่ได้แม้แต่ในนรก" เสียงนั้นดังก้องอยู่ในหัวของผม ไม่ใช่จากปากของใคร แต่เป็นเสียงที่สะท้อนผ่านกระจกเงาตรงหน้า เงาสะท้อนในกระจกนั่นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่มันคือตัวผมเอง... ในสภาพที่เสื้อเชิ้ตขาวเปื้อนคราบดินโคลนและรอยเลือดจางๆ ที่แขนเสื้อ มือขวาของผมสั่นระริกขณะกำรูปถ่ายใบนั้นไว้แน่น รูปถ่ายใบที่ฆาตกรเขียนทับด้วยหมึกสีเลือดว่า *‘เกมเริ่มแล้ว พี่ชาย’* ความเจ็บปวดพุ่งพล่านเข้าสู่สมองส่วนหน้าดั่งเข็มนับพันเล่ม ผมทรุดตัวลงกับพื้นห้องมืดมิดที่กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าและน้ำมันหล่อลื่นปืนคละคลุ้งไปทั่ว ความทรงจำที่ขาดหายไปในช่วงยี่สิบสี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ที่ถูกเผาทิ้ง ผมจำไม่ได้ว่าไปอยู่ที่ไหน ผมจำไม่ได้ว่าทำไมเสื้อผ้าชุดนี้ถึงดูเหมือนเพิ่งผ่านการต่อสู้มาอย่างหนักหน่วง "ใจเย็นๆ ธันวา หายใจเข้าลึกๆ" เสียงของ ดร.เรนิตา ดังขึ้นผ่านเครื่องบันทึกเสียงที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน เธอยังคงนั่งนิ่งอยู่ในความมืด สังเกตการณ์ผมเหมือนกำลังดูหนูทดลองในกรงแก้ว "คุณกำลังพยายามฝืนบังคับจิตใต้สำนึกที่มันพยายามปกป้องคุณจากการแตกสลาย ความทรงจำที่หายไปไม่ได้ถูกลบ แต่มันถูกกักขังอยู่ในส่วนที่มืดมิดที่สุดของสมองคุณ" ผมกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน "ผมไม่ได้เป็นคนทำ... เรนิตา ผมไม่มีทางทำร้ายน้องสาวตัวเอง" "งั้นอธิบายมาสิครับ ว่าทำไมรูปถ่ายใบนั้นถึงอยู่ในมือคุณ" เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะเผยให้เห็นแววตาที่วิเคราะห์ทุกอนูความรู้สึกของผม "ในเมื่อไม่มีใครเข้าถึงเซฟในห้องทำงานคุณได้นอกจากตัวคุณเอง และรอยนิ้วมือบนรูปใบนี้... ก็มีแค่ของคุณ" ผมเงียบไป ความเงียบงันในห้องทำงานกดทับจนแทบหายใจไม่ออก สมองของผมประมวลผลอย่างรวดเร็ว ผมเป็นโปรไฟล์เลอร์ ผมรู้วิธีการทำงานของฆาตกร ผมรู้วิธีการสร้างรอยเท้าปลอม แต่นี่คือรอยเท้าของผมเอง นี่คือสิ่งที่ผมเป็นคนลงมือทำด้วยตัวเองในภาวะที่ไร้สติสัมปชัญญะงั้นหรือ? ผมหลับตาลง พยายามควานหาเศษเสี้ยวของภาพในหัว... *กลิ่นควันบุหรี่จางๆ... เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นบนพื้นไม้... เสียงดนตรีคลาสสิกที่แว่วมาตามสายลม...* "นั่นไง..." ผมพึมพำ น้ำเสียงสั่นเครือ "มีคนอยู่ในห้องนั้นกับผม" "ใคร?" เรนิตากระซิบถามราวกับเกรงว่าจะทำลายสมาธิของผม "เขาไม่ได้พูด... เขาแค่ยืนยิ้มอยู่หลังม่าน" ภาพในหัวของผมเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มที่ดูเนี๊ยบกริบ เขาถือแก้วไวน์ในมือเหมือนกำลังชมการแสดงโชว์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุดในชีวิต "นั่นมัน... มิสเตอร์เอ็กซ์" ทันทีที่ชื่อนั้นหลุดออกจากปากผม ลมหายใจของเรนิตาก็สะดุดไปชั่วขณะ เธอลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว ท่าทางที่เคยสุขุมเยือกเย็นเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดทันที "ธันวา ฟังผมนะ คุณกำลังโดนปั่นหัว เขาจงใจสร้างความทรงจำเทียมให้คุณเห็นภาพเขาในหัวเพื่อโยนความผิดให้คุณโดยสมบูรณ์" "ถ้ามันเป็นภาพลวงตา แล้วรูปถ่ายใบนี้ล่ะ?" ผมขยำรูปในมือจนยับยู่ยี่ "ถ้าผมถูกปั่นหัวจนลงมือทำเรื่องเลวร้ายลงไปจริงๆ ล่ะเรนิตา? ถ้าวันนั้นผมไม่ได้แค่เห็นเขา... แต่ผมเป็นคนเปิดประตูต้อนรับเขาเองล่ะ!" ผมลุกขึ้นยืนกะทันหัน ความมึนงงทำให้โลกหมุนคว้าง แต่สัญชาตญาณของนักล่าในตัวผมกลับตื่นตัวถึงขีดสุด ผมเดินตรงไปยังลิ้นชักลับใต้โต๊ะที่ผมไม่เคยบอกใคร แม้แต่เรนิตา ผมดึงมันออกมาและพบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งที่ผมไม่เคยจำได้ว่าเขียนไว้เมื่อไหร่ ผมเปิดหน้าสุดท้ายที่มีรอยปากกาเขียนทับถมกันจนแทบอ่านไม่ออก แต่มันกลับมีประโยคหนึ่งที่ชัดเจนที่สุด... *‘ความลับที่ฝังไว้ในก้นบึ้งของจิตใจ คืออาวุธที่ฆ่าได้แม้แต่ตัวเอง’* "ธันวา นั่นคุณจะทำอะไร?" เรนิตาก้าวถอยหลังเมื่อเห็นผมหยิบปืนขึ้นมาตรวจเช็คกระสุน ดวงตาของเธอฉายแววหวาดหวั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมหันไปมองเธอ สายตาของผมในตอนนี้คงจะเย็นชาจนน่ากลัว เพราะเธอเริ่มถอยกรูดไปจนชิดมุมห้อง ผมไม่ได้ต้องการคำตอบจากเธออีกต่อไป ผมต้องการคำตอบจากคนที่อยู่หลังม่านในความทรงจำนั้น "ผมไม่ได้จะฆ่าใคร เรนิตา" ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งสนิทจนน่าตกใจ "ผมแค่จะไปพบกับคนที่ผมควรจะจัดการให้จบตั้งแต่วันที่น้องสาวผมหายไป... เพราะตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ผมไม่ได้แค่ถูกลักพาตัวไปจากความทรงจำ แต่ผมถูกแทนที่ด้วยบางสิ่งที่เลวร้ายกว่าเดิม" ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานสามครั้งดังขึ้นเป็นจังหวะที่คุ้นเคย... *ตึก... ตึก... ตึก...* มันเป็นจังหวะเดียวกับที่อยู่ในเพลงคลาสสิกของฆาตกรคนนั้น ผมชะงักมือที่กำลังบรรจุกระสุน เรนิตาเบิกตากว้างพร้อมกับหันไปมองที่ประตูไม้บานหนา เสียงฝีเท้าที่คุ้นหูเดินย่ำผ่านเข้ามาจากโถงทางเดินอย่างใจเย็น ราวกับแขกผู้มาเยือนที่นัดหมายไว้อย่างดี ประตูห้องทำงานถูกผลักออกช้าๆ พร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น... เขาไม่ได้สวมหน้ากาก ไม่ได้ใส่ชุดดำ แต่เขากลับสวมชุดนายตำรวจเต็มยศในตำแหน่งที่สูงกว่าผมถึงสองขั้น และใบหน้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้หมวกหม้อตาลนั้น คือใบหน้าที่ผมรู้จักดีที่สุดในฐานะ 'คนตาย' เมื่อสามปีก่อน "ร้อยตำรวจเอกธันวา... ดูเหมือนว่าคุณจะจำผมได้ไม่ครบนะ" ชายตรงหน้าเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเยียบไปถึงกระดูก "ลืมไปได้เลยเรื่องความทรงจำที่หายไป เพราะนับจากวินาทีนี้... เกมการล่าที่แท้จริงจะเริ่มขึ้นด้วยตัวคุณเอง" ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับผมในจิตวิญญาณที่มืดมิดของคดีนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%