กลิ่นควันบุหรี่จางๆ และกลิ่นอับของไวน์ราคาถูกลอยอวลอยู่ในห้องพักขนาดเล็กคับแคบ แสงไฟนีออนกะพริบจากป้ายร้านสะดวกซื้อด้านล่างสาดส่องลอดผ่านมู่ลี่สีทึบ ตกกระทบลงบนใบหน้าด้านข้างของ ร.ต.อ. ธันวา วิริยะ ผู้ซึ่งบัดนี้ถอดเครื่องแบบตำรวจออกจนหมด เหลือเพียงเสื้อเชิร์ตสีเข้มพับแขนขึ้นถึงข้อศอก ดวงตาคมกริบจดจ้องมองกระดานไวท์บอร์ดขนาดเล็กที่เขาแอบนำมาตั้งไว้กลางห้องพักส่วนตัว เอกสารสำนวนคดี คราบเลือดจำลอง และภาพถ่ายที่ถูกขโมยมาจากกองบัญชาการอย่างไม่เป็นทางการ ถูกตรึงไว้ด้วยหมุดสีแดงระโยงระยางราวกับใยแมงมุม
"คุณกำลังเล่นเกมที่อันตรายเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้วนะ,สารวัตร"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของ ดร.เรนิตา ดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง เธอไม่ได้ถูกเชิญมา แต่เธอเลือกที่จะก้าวเข้ามาในพื้นที่ดิบเถื่อนและอยู่นอกกรอบกฎหมายนี้ด้วยความสมัครใจ เรนิตายืนกอดอกพิงผนังห้อง ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองหลักฐานทั้งหมดบนกระดานด้วยความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ธันวาไม่แม้แต่จะหันกลับไปมอง เขายังคงใช้ปลายนิ้วเขี่ยภาพถ่ายชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นรอยกรีดบนผิวหนังของเหยื่อรายล่าสุด รอยแผลนั้นมีความสมมาตรอย่างน่าประหลาด มันไม่ใช่ฝีมือของคนบ้าคลั่ง แต่มันคือผลงานของจิตแพทย์ หรือผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องโครงสร้างประสาทมนุษย์เป็นอย่างดี
"ผู้บัญชาการสั่งพักราชการผมสามวันเพื่อความสงบเรียบร้อย... แต่ในโลกความเป็นจริง ฆาตกรมันไม่เคยหยุดพักร้อนตามราชการหรอกครับ ดร.เรนิตา" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เย็นชาไร้ระลอกคลื่น แต่แฝงไว้ด้วยแรงกดดันมหาศาล
"แต่การสืบสวนนอกระบบโดยไม่มีหมายค้น ไม่มีกำลังสนับสนุน และไม่มีแม้กระทั่งตราตำรวจคุ้มครอง มันต่างอะไรกับการเดินเข้าไปในกรงเสือด้วยมือเปล่ากันล่ะคะ... อ้อ ขออภัย ผมหมายถึง *ครับ*" เรนิตาแก้คำพูดตัวเองเบาๆ พร้อมรอยยิ้มที่มุมปากอย่างรู้ทัน เธอยังคงรักษาความเยือกเย็นของจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไว้ได้แม้ในสถานการณ์ที่ชวนอึดอัด
ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยัน "ตราตำรวจเหรอครับ? ตราที่ทำได้แค่รอคำสั่งจากเบื้องบน รอให้หลักฐานชิ้นต่อไปโผล่ขึ้นมาบนกองซากศพ... ถ้าผมยังเดินตามขั้นตอนของพวกเขาน้องสาวของผมคงไม่หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และเหยื่อรายใหม่ก็คงกลายเป็นแค่วัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ความตายของมิสเตอร์เอ็กซ์ไปแล้ว"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงพัดลมเพดานเก่าๆ ที่หมุนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหู เรนิตาถอนหายใจเบาๆ เธอยับยั้งความรู้สึกเห็นอกเห็นใจไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น เธอรู้ดีว่าบาดแผลในวัยเด็กของธันวาเกี่ยวกับน้องสาวที่ถูกลักพาตัวไปโดยฆาตกรต่อเนื่องเงาปริศนา คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่เผาผลาญความยับยั้งชั่งใจของเขาจนมอดไหม้
"คุณกำลังใช้อคติทางอารมณ์มาถอดรหัสจิตวิทยาของมันนะ, ธันวา" เรนิตาก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น เธอยื่นมือไปหยิบภาพถ่ายที่ธันวาเพิ่งวางลง "คุณคิดว่ามิสเตอร์เอ็กซ์กำลังท้าทายคุณด้วยความผูกพันในอดีต แต่ในมุมมองทางจิตวิทยา... บางทีคุณต่างหากที่กำลังวิ่งไล่ตามเงาของตัวเองในกระจก"
ธันวาหันขวับมามองเธอ ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นจนแทบจะสัมผัสได้ อากาศรอบตัวราวกับถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ธันวาไม่ชอบให้ใครมองทะลุปรุโปร่งถึงจิตใต้สำนึกที่ดำมืดที่สุดของเขา โดยเฉพาะเรื่องปมในอดีต
"ผมไม่ได้กำลังหลอนครับ" ธันวากล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงเข้มงวดและจริงจัง "หลักฐานทางนิติจิตวิทยาชี้ชัดว่า ฆาตกรรายนี้มีรูปแบบการจัดฉากที่เลียนแบบคดีเมื่อสิบห้าปีก่อนอย่างแม่นยำ ทุกรายละเอียด... แม้กระทั่งองศาของการวางศพ มันคือ ลายเซ็นบุคคล (Signature) ของมัน คนคนเดียวกันกับคนที่พาน้องสาวผมไป"
"ถ้ามันคือคนคนเดียวกันจริง... ทำไมมันถึงเพิ่งกลับมาตอนนี้ล่ะคะ... เอ่อ *ครับ*" เรนิตาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย จงใจทดสอบความอดทนของเขา "ทำไมต้องรอให้คุณเติบโตมาเป็นโปรไฟล์เลอร์มือหนึ่งของกรมตำรวจ แล้วค่อยเริ่มเกมฆกรรมนี้ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง? มันไม่ได้กำลังหลบหนีคุณ... แต่มันกำลังรอคอยคุณต่างหาก"
คำพูดนั้นราวกับมีดคมกริบที่กรีดลงกลางใจของธันวา ลมหายใจของเขาสะดุดไปเสี้ยววินาที สมองส่วนอะมิกดาลากำลังสั่งการให้เขาโต้ตอบด้วยความรุนแรง แต่ความเป็นมืออาชีพและสัญชาตญาณนักสืบดึงรั้งเขาไว้ได้ทัน
"นั่นคือเหตุผลที่ผมต้องสืบสวนแบบนี้" ธันวาผ่อนลมหายใจยาว เหยียดตัวตรงเพื่อลดความกดดัน "ถ้าผมใช้ช่องทางปกติ พวกมันจะปิดปากผมก่อนที่ผมจะเข้าใกล้ตัวจริงของมัน... คืนนี้ ผมมีนัดกับแหล่งข่าวคนสำคัญ คนที่เคยทำงานอยู่ในหน่วยสืบสวนลับเมื่อสิบห้าปีก่อน และเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนที่น้องสาวผมหายตัวไป"
เรนิตาหรี่ตาลง ประกายความกังวลฉายชัดขึ้นในแววตาของเธอ แม้เธอจะพยายามซ่อนมันไว้ภายใต้มาดของนักวิชาการ "แหล่งข่าวคนนั้นลาออกจากราชการอย่างกะทันหัน ใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ และถูกตราหน้าว่าเป็นคนเสียสติ... คุณแน่ใจเหรอว่าเขาไม่ได้ถูกจัดฉากให้รอคุณอยู่?"
"ผมไม่มีทางเลือกอื่นแล้วครับ" ธันวาหยิบปืนพกขนาด 9 มม. ขึ้นมาตรวจสอบกระสุน บรรจุเข้าเพลิงอย่างคล่องแคล่ว เสียงโลหะกระทบกันดังคลิกเด่นชัดในความเงียบ "ความจริงมันรอคอยผมมานานเกินไปแล้ว ต่อให้ปลายทางจะเป็นกับดัก ผมก็ต้องก้าวเข้าไป"
ธันวาเดินเลี่ยงผ่านร่างของเรนิตาไปยังประตูห้อง เขาหยุดยืนชั่วครู่โดยไม่หันกลับมามอง "อยู่ที่นี่รอผม หรือถ้ากลัวความเสี่ยง... คุณจะกลับไปที่โรงพยาบาลตอนนี้เลยก็ได้ครับ ดร.เรนิตา"
"ฉันไม่เคยเป็นคนขี้ขลาดที่จะวิ่งหนีความจริงหรอกนะ, สารวัตร" เรนิตาตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิทแต่หนักแน่น "ถ้าคุณจะเดินเข้าไปในรังเสือ... อย่างน้อยก็ควรมีคนคอยเตือนสติไม่ให้คุณกลายเป็นเหยื่อเสียเอง... ฉันไปด้วย"
ธันวาหันกลับมามองเธอเล็กน้อย รอยยิ้มจางๆ ที่มุมปากปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความสุข แต่มันคือการยอมรับในความเด็ดเดี่ยวของหญิงสาวตรงหน้า "ตามใจคุณครับ... แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้น ผมไม่รับประกันความปลอดภัยนะ"
ทั้งสองก้าวออกจากห้องพักแคบๆ มุ่งหน้าสู่ความมืดของค่ำคืนในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยอาชญากรรมและความลับอันดำมืด รถยนต์ซีดานสีดำคันเก่าแล่นฝ่าสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาอย่างเงียบเชียบ มุ่งหน้าสู่โกดังร้างริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นพิกัดนัดหมายของแหล่งข่าวลึกลับ
ผ่านไปเกือบชั่วโมง รถยนต์จอดสนิทในมุมอับสายตา ธันวาและเรนิตาก้าวลงจากรถ ความชื้นและกลิ่นเน่าของโคลนตมตีเข้าจมูก ทัศนียภาพรอบด้านถูกปกคลุมด้วยความมืด มีเพียงแสงไฟสลัวจากเสาไฟริมถนนที่อยู่ไกลออกไปสาดส่องลงมาเป็นเงาทอดตัวยาว
พวกเขาย่องเข้าไปในโกดังร้างอย่างระมัดระวัง รองเท้าคอมแบทเหยียบลงบนพื้นคอนกรีตที่แตก
"ระวังตัวด้วยครับ" ธันวากระซิบเตือน พร้อมชักปืนขึ้นมาถือไว้ในมือขวา สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัว ความรู้สึกไม่ชอบมาพากลเริ่มกัดกินประสาทสัมผัสของเขา กลิ่นอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นแปลกประหลาดบางอย่าง... กลิ่นที่เขาคุ้นเคยดีจากสถานที่เกิดเหตุทุกครั้งที่ผ่านมา
"ธันวา..." เสียงของเรนิตากระซิบแผ่วเบาด้วยความตกใจ เมื่อเธอเดินมาถึงมุมอับด้านในสุดของโกดังและใช้ไฟฉายจากโทรศัพท์มือถือส่องกระทบกับสิ่งของบางอย่าง
ธันวารีบก้าวเข้าไปหา ก่อนที่ความเย็นวาบจะแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
ร่างของชายวัยกลางคน ถูกมึงตรึงติดไว้กับเก้าอี้ไม้กลางห้อง ดวงตาเบิกโพงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ลำคอถูกปาดด้วยของมีคมจนเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดสดยังคงไหลหยดติ๋งลงสู่พื้นคอนกรีตส่งเสียงน่ากลัว บนหน้าอกของศพถูกกรีดสลักเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษสามตัวที่ธันวาจดจำมันได้ขึ้นใจ... ตัวอักษรที่เขาเห็นในแฟ้มคดีเมื่อสิบห้าปีก่อน
**"X-Y-Z"**
ธันวากัดฟันกรอด เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนด้วยความโกรธเกรี้ยว เขาก้าวเข้าไปใกล้ศพเพื่อตรวจสอบ แต่ก่อนที่เขาจะทันได้สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติอื่น โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของศพก็ส่งเสียงร้องดังลั่น ท่ามกลางความเงียบงัดของโกดังร้าง
เรนิตาก้าวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก "ธันวา... อย่ารับนะ นั่นมันกับดัก!"
แต่สายเกินไปแล้ว ธันวาก้าวเข้าไปคว้าโทรศัพท์เครื่องนั้นขึ้นมาด้วยมือเปล่า หน้าจอแสดงผลเป็นสายเรียกเข้าจากเบอร์แปลก แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นคือข้อความแจ้งเตือนที่เพิ่งเด้งขึ้นมาบนหน้าจอสดๆ ร้อนๆ
*ข้อความจาก: [มิสเตอร์เอ็กซ์]*
*"ยินดีต้อนรับสู่เกมรอบสุดท้ายครับ... สารวัตรวิริยะ ตอนนี้ คนที่อยู่ข้างหลังคุณ... ไม่ใช่ ดร.เรนิตา อีกต่อไปแล้ว"*
ธันวาเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่นในหัว เขากระชากปืนหันกลับไปด้านหลังทันที ทว่า... ปลายกระบอกปืนเย็นเฉียบของอาวุธปืนอีกกระบอกหนึ่ง กลับถูกจ่อตรงเข้าที่ขมับของเขาอย่างแม่นยำ พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปากของหญิงสาวผู้ยืนอยู่เบื้องหน้า
________________________________________
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งสู่ห้วงความคิดอันดำมืดไปกับผมครับ - โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 43
คนนอกกฎหมาย
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!