"คุณกำลังเดินเข้าสู่หลุมพรางที่มิสเตอร์ เอ็กซ์ ขุดรอไว้ด้วยความสมัครใจ ร.ต.อ. ธันวา"
น้ำเสียงของ พล.ต.ท. ประทีป อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ได้ดังระคายหู แต่มันกลับหนักหน่วงและเย็นเยียบราวกับก้อนน้ำแข็งที่ถูกโยนลงบนแผ่นอก ความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวที่กรจกหนาทึบกันเสียงสะท้อน ยิ่งทำให้บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก บนโต๊ะทำงานไม้สักทองราคาแพง เอกสารสรุปสำนวนคดี "ฆาตกรเงา" ถูกปิดผนึกด้วยตราประทับสีแดงฉาน—ตราประทับที่หมายถึงจุดสิ้นสุดของภารกิจที่ธันวาอุทิศทั้งวิญญาณเข้าแลก
ธันวายืนนิ่งเป็นรูปปั้น ดวงตาคมกริบใต้กรอบหน้าเคร่งขรึมจ้องมองไปยังผู้บังคับบัญชาเบื้องหน้า กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขารู้จักประทีปดี—ชายผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนถึงจุดสูงสุดขององค์กร ย่อมไม่ตัดสินใจทำลายผลงานของมือหนึ่งในทีมสืบสวนด้วยอารมณ์ชั่ววูบ แต่มันคือผลประโยชน์และการเมืองสีเทาที่เริ่มกัดกินโครงสร้างภายใน
"ท่านอธิบดีครับ" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนิทแต่ซ่อนคลื่นใต้น้ำแห่งความกรุ่นโกรธ "หลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เราได้จากโกดังร้างเมื่อคืนวาน ชี้ชัดเจนว่ามิสเตอร์ เอ็กซ์ กำลังจะลงมืออีกครั้งในอีกไม่ถึงเจ็ดสิบสองชั่วโมงข้างหน้า การถอดผมออกจากคดีตอนนี้... เท่ากับปล่อยให้เหยื่อผู้บริสุทธิ์เดินเข้าสู่ลานประหาร"
ประทีปถอนหายใจยาว แววตาที่มองลอดแว่นสายตาเจือความเหนื่อยล้าและบางสิ่งที่ธันวาเกลียดชังที่สุด—ความกลัว
"คุณคิดว่าฉันอยากทำอย่างนั้นหรือ ธันวา?" ประทีปเคาะนิ้วลงบนแฟ้มเอกสาร "คำสั่งนี้ไม่ได้มาจากฉัน... แต่มันมาจากเบื้องบน รัฐมนตรีได้รับเรื่องร้องเรียนจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนว่า วิธีการโปรไฟล์ลิ่งของคุณเริ่มล้ำเส้น ละเมิดความเป็นส่วนตัว และสร้างความตื่นตระหนกให้สังคม คุณกำลังเล่นเกมจิตวิทยากับฆาตกรโดยไม่สนกฎระเบียบ และที่สำคัญ... ทางสำนักงานใหญ่เริ่มตั้งคำถามถึงสภาพจิตใจของคุณ"
คำพูดนั้นพุ่งเป้าเข้ากลางใจดำ ธันวารู้สึกเหมือนถูกกระชากหน้ากากออกต่อหน้ากระจกเงา ภาพเหตุการณ์ในอดีต—วันที่น้องสาวของเขาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยโดยทิ้งไว้เพียงเงาอันดำมืด—แวบเข้ามาในหัว สมองของเขาประมวลผลด้วยความเร็วสูง ความโกรธพยายามผลักดันให้เขาโต้แย้ง แต่การฝึกฝนในฐานะนักสืบมืออาชีพสอนให้เขารู้จักการควบคุมสติ
"สภาพจิตใจของผมปกติพอที่จะล่าไอ้สารเลวคนนั้น มากกว่าบรรดาคนนั่งโต๊ะทำงานที่เอาแต่กลัวเก้าอี้หลุดมือนะครับ" ธันวาเอ่ยลอดไรฟัน
"พฤติกรรมก้าวร้าวและการปฏิเสธคำสั่งผู้บังคับบัญชาแบบนี้แหละ ที่ทำให้คณะกรรมการมีน้ำหนักในการลงมติ" ประทีปยืนขึ้นเต็มความสูง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นคำสั่งเด็ดขาด "ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป คุณถูกพักงานจากคดีฆาตกรเงา ส่งมอบปืนประจำกายและบัตรเจ้าหน้าที่ให้สารวัตรวิชิตเสีย ปิดปากเงียบแล้วไปพักผ่อนซะ นั่นคือคำสั่ง"
ธันวาไม่ขยับเขยื้อน เขายังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง ดวงตาสีเข้มจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอธิบดีราวกับจะสแกนความคิดเบื้องหลังแว่นตานั้น เขารู้ดีว่าความกดดันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ มิสเตอร์ เอ็กซ์ ไม่เพียงแต่ฉลาดเป็นกรดในเชิงอาชญวิทยา แต่ยังมีความสามารถในการแทรกซึมเข้าสู่โครงสร้างอำนาจ การที่อธิบดีสั่งปลดเขาออกจากคดี แปลว่ามีหนอนกระดองเงินกำลังกัดกินองค์กรจากภายใน และมันอาจจะเป็นคนใกล้ตัวเสียยิ่งกว่าที่คิด
"ท่านคิดว่าผมจะยอมหยุดแค่นี้จริงๆ หรือครับ?" ธันวาเอ่ยเบาๆ แต่มันดังก้องในความเงียบ
ประทีปชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังให้ "คุณจะทำอะไรก็เรื่องของคุณ... แต่จำไว้ นอกรั้วกรมนี้ คุณเป็นแค่อดีตตำรวจนอกราชการคนหนึ่ง ไม่มีอำนาจ ไม่มีหมายค้น และไม่มีความคุ้มครองใดๆ ทั้งสิ้น"
ธันวาหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานโดยไม่กล่าวลาแม้แต่คำเดียว แรงกระแทกจากการปิดประตูห้องไม่ได่ดังลั่น แต่มันหนักแน่นพอที่จะประกาศสงครามเงียบระหว่างเขากับระบบที่เน่าเฟะ
ก้าวเท้าออกจากลิฟต์ลงมายังลานจอดรถใต้ดินของกรม บรรยากาศอับชื้นและแสงไฟนีออนกะพริบสลัวขับเน้นความรู้สึกโดดเดี่ยว ธันวากำมือแน่นในกระเป๋าเสื้อโค้ต โลหะเย็นเฉียบของกุญแจรถยนต์คือสิ่งเดียวที่ยืนยันตัวตนของเขาในเวลานี้ ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งที่ยืนพิงเสาปูนอยู่ข้างรถของเขา ทำให้ฝีเท้าต้องหยุดชะงัก
เรือนร่างเพชรฆาตในชุดสูทสีดำสนิท เส้นผมยาวประบ่าที่สะท้อนแสงไฟสลัว และรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความเย้ยหยัน ดร. เรนิตา ยืนกอดอกรออยู่ก่อนแล้ว
"ฉันเตือนคุณแล้วว่าอย่าเข้าใกล้รังของมันเกินไป" เรนิตาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความห่วงใยที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นตามวิชาชีพจิตแพทย์
"คุณรู้เรื่องคำสั่งพักงานแล้ว?" ธันวาถามเสียงต่ำ เดินเข้าไปหยุดห่างจากเธอเพียงก้าวเดียว
"ข่าวในกรมวิ่งเร็วกว่าที่คุณคิด ร.ต.อ. ธันวา" เรนิตาก้าวเข้ามาใกล้ เงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาอัจฉริยะของเธอกวาดมองใบหน้าเขาเพื่ออ่านสัญญาณความเครียด "และฉันเดาว่า... คุณไม่ได้คิดจะกลับไปนอนพักที่อพาร์ตเมนต์ตามที่อธิบดีสั่งใช่ไหม?"
ธันวาไม่ตอบ เขายิ้มรับมุมปาก รอยยิ้มที่ไม่มีความสุขเจือปน "ถ้าผมหยุดล่า แปลว่ามันชนะ และถ้าน้องสาวของผมต้องตายเพราะความขี้ขลาดของระบบนี้ ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องถือศีลอีกต่อไป"
เรนิตาถอนหายใจเบาๆ เธอยื่นแฟ้มเอกสารลับที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อโค้ตให้เขา "นี่คือประวัติการรักษาทางจิตเวชของอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงสามคนที่เคยคุมคดีนี้เมื่อสิบปีก่อน... สองคนฆ่าตัวตาย อีกคนกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชในโรงพยาบาลปิด และฉันคิดว่าคุณควรดูหน้าคนไข้รายล่าสุดที่เพิ่งถูกส่งตัวเข้าไปเมื่อคืนนี้"
ธันวารับแฟ้มมาเปิดดู แสงไฟสลัวจากลานจอดรถส่องกระทบใบหน้าในรูปถ่ายขาวดำของอดีตสารวัตรผู้ล่วงลับ แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ไม่ใช่ประวัติการรักษา... แต่มันคือชื่อของแพทย์เจ้าของไข่ผู้ทำการรักษา ที่เซ็นชื่อกำόไว้ท้ายเอกสาร
นั่นคือชื่อของคนสนิทที่อยู่เคียงข้างเขามาตลอดในทีมสืบสวน... และกำลังยืนอยู่ห่างจากห้องทำงานของอธิบดีไม่ถึงร้อยเมตรในตอนนี้เอง
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านห้วงเวลาแห่งความระทึกขวัญไปกับผมในบทนี้นะครับ
โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 42
รอยร้าวในองค์กร
ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!