เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 10

ช่องว่างของจิตใจ

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
"แกไม่ได้อยู่ที่นี่... แกเป็นแค่ภาพหลอนที่สร้างขึ้นจากความผิดพลาดของฉัน" ธันวากัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน มือที่ถือปืนสั่นเทาเล็กน้อยในจังหวะที่เขาหันขวับกลับไปเผชิญหน้ากับความว่างเปล่าเบื้องหลัง กระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นสะท้อนแสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ ราวกับจังหวะหัวใจของคนที่กำลังจะขาดใจตาย ทว่าไม่มีเงาของใครอยู่ที่นั่น นอกจากเศษเสี้ยวของภาพใบหน้าตัวเองที่บิดเบี้ยวในเศษกระจกคมกริบเหล่านั้น เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ส้นรองเท้าบดขยี้เศษแก้วจนเกิดเสียงดังกรึบ—เสียงที่ดูเหมือนจังหวะนับถอยหลังของระเบิดเวลา "ภาพหลอนเหรอครับคุณสารวัตร? น่าเศร้านะครับที่ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมอย่างคุณ เลือกจะใช้วิธีปฏิเสธความจริงเพื่อรักษาเศษเสี้ยวความมั่นคงในจิตใจที่ผุพัง" เสียงนั้นไม่ได้มาจากด้านหลัง แต่มันดังก้องมาจากลำโพงติดผนังที่ซ่อนอยู่ตามมุมมืดของคฤหาสน์ร้างแห่งนี้ น้ำเสียงของมิสเตอร์เอ็กซ์เรียบเนียน เย็นเยียบ และเต็มไปด้วยความเพลิดเพลินเหมือนเสียงไวโอลินที่กำลังบรรเลงในงานศพ ธันวาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามดึงสติที่กระเจิดกระเจิงกลับมาสู่ร่องรอยของนักสืบ "ออกมาเดี๋ยวนี้! ถ้าแกมั่นใจว่านั่นคือล็อกเก็ตของน้องสาวฉัน ก็แสดงตัวออกมาให้มันสมศักดิ์ศรีนักฆ่าหน่อยสิ ไม่ใช่เอาแต่เห่าหอนผ่านลำโพงเหมือนหมาข้างถนน" "โกรธแล้วหรือครับ... ความโกรธคือช่องว่างที่กว้างที่สุดในจิตใจมนุษย์ และนั่นคือที่ที่ผมโปรดปรานที่สุด" ทันใดนั้น ไฟทั้งโถงทางเดินก็เปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ราวกับเลือดที่สาดลงบนผนังสีขาวซีด ผ้าม่านกำมะหยี่หนักอึ้งที่ปิดกั้นโถงกลางค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นกรงเหล็กขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงกลางห้อง ในนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งในชุดนักศึกษาที่คุ้นตาเธอกำลังสั่นสะท้าน เธอคือเหยื่อรายที่สองที่ตำรวจกำลังตามหา แต่สิ่งที่ทำให้ธันวาแทบหยุดหายใจไม่ใช่สภาพของเธอ แต่มันคือนาฬิกาทรายขนาดใหญ่ที่วางอยู่เหนือหัวของเธอ ทรายสีดำข้างบนกำลังไหลลงอย่างรวดเร็ว "ธันวา..." หญิงสาวพึมพำผ่านผ้าปิดปาก เสียงของเธอแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน "อย่าเข้ามานะ!" ธันวาตะโกนสุดเสียงเมื่อเห็นว่าฆาตกรไม่ได้อยู่ลำพัง มันยืนอยู่ข้างกรงเหล็ก ร่างกายสูงโปร่งในชุดสูทสีเทาเนี้ยบกริบ ใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากรูปหัวกะโหลกสีเงินที่สะท้อนแสงไฟสีแดงจนดูราวกับปีศาจจากนรก มิสเตอร์เอ็กซ์หยิบรีโมทขึ้นมาในมือ เขาไม่ได้มองไปที่ธันวา แต่กลับจ้องมองเหยื่อในกรงด้วยสายตาที่แสดงความเห็นอกเห็นใจอย่างประหลาด "คุณเห็นไหมสารวัตร? มนุษย์เราชอบเชื่อว่าเรามีเวลาเหลือเฟือเสมอ แต่จริงๆ แล้วชีวิตเราก็เหมือนนาฬิกาทรายที่ถูกเขย่า... ยิ่งเราพยายามคว้าสิ่งที่หายไปมากเท่าไหร่ ทรายก็ยิ่งไหลออกไปเร็วขึ้นเท่านั้น" "ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!" ธันวาพุ่งตัวออกไป แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นฆาตกรกดปุ่มบางอย่าง ล็อกเก็ตสีเงินเส้นนั้นถูกโยนลงไปในกรงเหล็ก มันตกลงบนพื้นดินที่เปียกชื้น และทันใดนั้นพื้นกรงก็เริ่มสั่นสะเทือน เสียงกลไกเฟืองโลหะขบกันดังสนั่นจนน่าหวาดเสียว "เกมในตอนนี้ง่ายมากครับ" มิสเตอร์เอ็กซ์กล่าวพลางกางแขนออก "ในมือผมมีรีโมทสองปุ่ม ปุ่มซ้ายคือการหยุดกลไกที่กำลังบีบกรงให้แคบลงจนเธอหายใจไม่ออก ส่วนปุ่มขวา... คือการเปิดเผยความลับที่เก็บไว้ในล็อกเก็ตนั่น ความลับที่จะบอกคุณว่า ในวันที่น้องสาวของคุณหายไป ใครกันแน่ที่เป็นคนเปิดประตูหน้าบ้านให้ 'ผม' เข้าไป" ธันวานิ่งงัน หัวใจเขาราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น ความลับนั้นคือสิ่งที่เขาทรมานมาตลอดหลายปี คำถามที่ว่าน้องสาวเขาถูกลักพาตัวไปได้อย่างไร ทั้งที่บ้านล็อกแน่นหนา "แกโกหก..." ธันวาเค้นเสียง "ผมไม่เคยโกหกเรื่องความเจ็บปวดครับ" มิสเตอร์เอ็กซ์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะหันมามองธันวาผ่านหน้ากาก "คุณมีเวลาตัดสินใจเท่ากับปริมาณทรายที่เหลืออยู่... จะช่วยชีวิตผู้บริสุทธิ์ หรือจะรื้อฟื้นบาดแผลในอดีตที่ทำลายชีวิตคุณจนพินาศ? เลือกว่าจะยอมให้เธอตายไปพร้อมกับความไม่รู้ หรือจะยอมรับความจริงที่อาจจะเปลี่ยนคุณให้กลายเป็นปีศาจแบบเดียวกับผม" ดวงตาของธันวาเปลี่ยนไปทันที ความลังเลหายไปแทนที่ด้วยความเย็นชาที่น่ากลัวกว่าเดิม เขาลดปืนลงช้าๆ แต่ไม่ได้ลดความระแวดระวังลง สายตาของเขาจับจ้องที่นิ้วชี้ของฆาตกรที่วางอยู่บนปุ่มทั้งสอง "แกคิดว่าฉันจะเลือกเหรอ?" ธันวาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความเด็ดขาด "ในฐานะโปรไฟล์เลอร์ ฉันอ่านเกมแกออกตั้งแต่วินาทีแรกที่แกเปิดกรงนั่น" เขาก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมั่นคง สายตาจ้องลึกเข้าไปในช่องว่างของดวงตาใต้หน้ากากกะโหลกนั้น "แกไม่ได้ต้องการให้ฉันเลือกว่าจะช่วยใคร แต่แกต้องการให้ฉัน 'ตัดสินใจ' เพื่อที่แกจะได้สะท้อนตัวตนของแกผ่านการตัดสินใจของฉัน" ธันวายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่รอยยิ้ม แต่เป็นท่าทีของการยอมรับในเกมที่โหดร้าย "แต่แกพลาดไปอย่างหนึ่ง... ฉันไม่ได้มาที่นี่ในฐานะตำรวจที่ต้องการคำตอบ แต่มิสเตอร์เอ็กซ์... ฉันมาที่นี่ในฐานะคนที่รู้ว่า 'กระจก' บานนั้นน่ะ มันมีรอยร้าวตั้งแต่วันแรกที่แกสัมผัสมันแล้ว" ทันใดนั้น ธันวาก็ยิงกระสุนนัดหนึ่งออกไป แต่มันไม่ได้มุ่งไปที่ฆาตกร มันพุ่งเข้าใส่กลไกนาฬิกาทรายที่แขวนอยู่เหนือหัวหญิงสาวจนแตกละเอียด ทรายสีดำทะลักออกมาคลุ้งไปทั่วห้อง ร่างของหญิงสาวร่วงลงสู่พื้นกรงที่หยุดกะทันหัน ทว่าในวินาทีที่ฝุ่นควันจางลง เสียงปรบมือดังขึ้นจากมุมมืดด้านหลังของธันวา... ไม่ใช่จากฆาตกรตรงหน้า แต่เป็นเสียงปรบมือที่คุ้นเคยจากอีกฟากของห้อง "วิเคราะห์ได้แม่นยำมากครับธันวา แต่ดูเหมือนคุณจะลืมไปว่า... ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่ผม" ธันวาหันกลับไป และเขาก็ต้องหยุดหายใจเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ดร. เรนิตา ที่กำลังถืออาวุธปืนเล็งมาที่เขาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา และที่คอของเธอ... มีล็อกเก็ตสีเงินแบบเดียวกับที่เขากำลังตามหาห้อยอยู่ ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไขปริศนาไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ "โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง"
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%