เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา•ตอนที่ 36

การจู่โจมยามค่ำคืน

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
“คุณกำลังมองหาเหยื่อในจุดที่แสงส่องถึง ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่า ‘มิสเตอร์ เอ็กซ์’ ไม่เคยล่าใครใต้แสงไฟ ธันวา...” เสียงของ ดร. เรนิตา ดังลอดผ่านลำโพงโทรศัพท์ที่เปิดทิ้งไว้บนโต๊ะทำงาน น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เฉียบคมราวกระจกที่ถูกเจียระไน มันเป็นโทนเสียงประจำตัวของจิตแพทย์ที่ไม่เคยปล่อยให้อารมณ์ใดเล็ดลอดเข้ามาเจือปน แม้ในบทสนทนาที่กำลังพูดถึงฆาตกรต่อเนื่องซึ่งกำลังตามล่าพวกเขาก็ตาม ร.ต.อ. ธันวา วิริยะ ไม่ได้ตอบกลับในทันที ปลายนิ้วชี้ของเขาแตะค้างอยู่บนขอบภาพถ่ายเหยื่อรายล่าสุดที่ตรึงไว้บนกระดานไม้ก๊อก สายตาคมกริบกวาดมองรอยบากรูปกากบาทบริเวณข้อมือของศพ รอยแผลนิ่งสนิท ไม่มีรอยกระตุกของกล้ามเนื้อ บ่งบอกว่าหัวใจของผู้ตายหยุดเต้นไปก่อนที่คมมีดจะจรดลง มันไม่ใช่ความโกรธแค้น ไม่ใช่ตัณหา... แต่มันคือ ‘พิธีกรรม’ “เขารู้จักวิธีทำให้เหยื่อสูญเสียการควบคุมทีละน้อย เรนิตา” ธันวาเอ่ยขึ้น เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าจากความเหนื่อยล้าสะสมมาหลายสัปดาห์ “เขาตัดประสาทสัมผัส ตัดการรับรู้ ทำให้เหยื่อรู้สึกว่าพื้นที่ปลอดภัยที่สุดกลายเป็นกรงขัง... และเมื่อไหร่ที่สมองส่วนอมิกดาลาทำงานจนล้นทะลัก มนุษย์เราจะยอมจำนนโดยไม่ต้องออกแรงบีบคอด้วยซ้ำ” “และตอนนี้ พื้นที่ปลอดภัยของคุณคือที่ไหนล่ะ ผู้กอง?” ปลายสายเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ คล้ายกับเธอกำลังเอียงศีรษะมองทะลุผ่านสัญญาณดาวเทียมเข้ามาสำรวจจิตใจเขา “คอนโดชั้นสิบสองใจกลางเมือง? ห้องพักที่มีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนา? หรือว่า... ห้องขังในอดีตที่คุณสร้างขึ้นมาขังตัวเองไว้ นับตั้งแต่วันที่น้องสาวของคุณหายตัวไป?” คำว่า ‘น้องสาว’ ทำหน้าที่เสมือนเข็มหมุดที่แทงทะลุเกราะกำบังอันหนาวเหน็บของเขา ธันวาชะงักไป ดวงตาสีเข้มไหวระริกเพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเยียบเย็นดังเดิม “คืนนี้คุณวิเคราะห์ผมลึกเกินขอบเขตงานแล้วนะ ด็อกเตอร์” “ฉันแค่ทำหน้าที่กระจกเงาค่ะ... กระจกเงาไม่เคยโกหก แต่คนที่ยืนส่องต่างหากที่มักจะหันหลังหนีภาพสะท้อน” เรนิตาตอบกลับอย่างแผ่วเบา “อย่าลืมล็อคประตูด้านระเบียงด้วยล่ะ คืนนี้ลมแรงผิดปกติ” สัญญาณตัดไป เสียงสัญญาณว่างเปล่าดังยาวต่อเนื่อง ธันวาลดโทรศัพท์ลง วางมันลงบนโต๊ะไม้โอ๊กสีเข้มข้างแก้วกาแฟที่เย็นชืดมาหลายชั่วโมง ความเงียบสงัดเข้ายึดครองห้องชุดขนาดหนึ่งร้อยยี่สิบตารางเมตรอย่างรวดเร็ว มันเงียบจนได้ยินเสียงกลไกของแอร์คอนดิชันเนอร์ที่ตัดการทำงาน และในวินาทีที่ทุกสรรพสิ่งสงบนิ่งนั่นเอง... สัญชาตญาณดิบของโปรไฟล์เลอร์ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชนก็ส่งสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานขึ้นในสมอง *มีบางอย่างผิดปกติ* ไม่ใช่เรื่องของเสียง แต่เป็น ‘มวลอากาศ’ แรงดันอากาศในห้องโถงเปลี่ยนไป กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศกลิ่นซีดาร์วูดที่เขาใช้เป็นประจำถูกเจือจางด้วยกลิ่นที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่—กลิ่นไอชื้นของดินเปียกฝนผสมกลิ่นคาวจางๆ ของโลหะสนิม ธันวายืนนิ่งไม่ไหวติง ลมหายใจถูกควบคุมให้แผ่วเบาจนแทบไม่ขยับหน้าอก สายตาของเขากวาดมองเงาสะท้อนบนกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นทิวทัศน์กรุงเทพฯ ยามราตรี เงาสะท้อนไม่ได้มีเพียงแค่ร่างของเขาคนเดียว มีเงาร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิท กำลังยืนนิ่งอยู่ตรงมุมมืดด้านหลังตู้หนังสือขนาดใหญ่ ห่างจากเขาไม่ถึงสี่ก้าว! *ฟุ่บ!* อากาศฉีกขาดด้วยความเร็วสูง ธันวาไม่เสียเวลาหันไปมอง เขาทิ้งตัวลงกับพื้นไม้ปาร์เกต์ตามสัญชาตญาณ วัตถุโลหะหนักฟาดผ่านตำแหน่งศีรษะของเขาไปเพียงเศษเสี้ยวของมิลลิเมตร ลมปะทะเฉียดใบหูจนรู้สึกแสบวาบ ก่อนที่เสียงของมีคมจะเฉือนเข้ากับพนักเก้าอี้หนังแท้จนขาดวิ่น ฟองน้ำด้านในปลิวกระจาย ธันวาหมุนตัวใช้สันเท้าถีบเข้าที่ข้อพับของร่างปริศนาอย่างแม่นยำ แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับมีปฏิกิริยาตอบสนองที่เหนือมนุษย์ มันบิดสะโพกหลบได้อย่างพริบตา พร้อมกับทิ้งน้ำหนักศอกลงมาหมายจะกระแทกเข้าที่ขมับของเขา *ผัวะ!* ธันวายกแขนทั้งสองข้างขึ้นการ์ดรับ แรงปะทะรุนแรงจนกระดูกแขนส่งเสียงลั่นสะท้านไปถึงหัวไหล่ ชายหนุ่มกัดฟันแน่นรับรู้ถึงรสชาติคาวเลือดที่ซึมออกมาจากไรฟัน เขาใช้จังหวะที่แรงส่งยังไม่หมด ผลักร่างของอีกฝ่ายออกไปสุดแรง แล้วดีดตัวลุกขึ้นยืนในท่าตั้งรับ แสงสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องให้เห็นผู้บุกรุกเพียงครึ่งซีกหน้า มันสวมหน้ากากซิลิโคนสีเทาไร้อารมณ์ ดวงตาภายใต้ช่องเจาะเป็นสีดำขลับที่ไร้แววของสิ่งมีชีวิต แต่สิ่งที่ทำให้หัวใจของธันวากระตุกวูบ คือชุดคลุมสีดำและท่วงท่าการยืนที่เอียงคอนิดๆ... มันเป็นภาษากายแบบเดียวกับที่เขาเห็นในภาพจากกล้องวงจรปิดคดีฆาตกรรมต่อเนื่องทุกคดี! “แก...” ธันวาเค้นเสียงรอดไรฟัน มือขวาเอื้อมไปทางด้านหลังเพื่อชักปืนพกกล็อก 19 ที่เหน็บอยู่ตรงเอว ทว่า ศัตรูไม่เปิดโอกาสให้เขาดึงอาวุธ มันพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว มีดสั้นด้ามดำตวัดเป็นรูปกากบาทสะท้อนแสงไฟวิบวับ ธันวาต้องถอยร่น หลบคมมีดที่เฉือนผ่านเสื้อเชิ้ตของเขาจนขาดเป็นทางยาว เลือดสีแดงสดซึมผ่านเนื้อผ้าสีขาวออกมาเป็นริ้ว *เพล้ง!* โต๊ะกาแฟกระจกนิรภัยแตกกระจายเมื่อธันวาถูกผลักกระแทกลงไป เศษแก้วกรีดเข้าที่แผ่นหลังและท่อนแขน ความเจ็บปวดแล่นริ้วเข้าสู่ระบบประสาท แต่ความเย็นชาในจิตใจของโปรไฟล์เลอร์กลับเข้าควบคุมร่างกาย อะดรีนาลีนสูบฉีดจนม่านตาของเขาขยายกว้าง มองเห็นทุกการเคลื่อนไหวช้าลงไปหนึ่งจังหวะ *‘มันรู้มุมบอดของฉัน’* ธันวาคิดในใจอย่างรวดเร็วขณะกลิ้งตัวหลบคมมีดที่ปักลงบนพื้นไม้ตรงจุดที่คอของเขาเคยอยู่ *‘มันรู้ว่าไหล่ขวาของฉันเคยบาดเจ็บ มันจงใจโจมตีซ้ำที่จุดเดิม... คนคนนี้ไม่ใช่แค่รับคำสั่งมา แต่ผ่านการวิเคราะห์แฟ้มประวัติของฉันมาอย่างละเอียดถี่ถ้วน!’* “เล่นเกมสนุกดีไหม... คุณตำรวจ?” เสียงกระซิบที่เล็ดลอดออกมาจากใต้หน้ากากนั้นผ่านเครื่องดัดแปลงเสียงจนแหลมสูงและไร้เพศ แต่ถ้อยคำนั้นกลับเสียดแทงลึกเข้าไปในจิตใต้สำนึก “น้องสาวคุณ... เธอก็ดิ้นรนแบบนี้เหมือนกัน” “หุบปาก!” ความเยือกเย็นของธันวาพังทลายลงในพริบตา เมื่อปมในอดีตถูกกระชากออกมาเหยียบย่ำ ความโกรธแค้นที่ถูกฝังไว้ลึกสุดใจปะทุขึ้นมาราวกับเปลวเพลิง ชายหนุ่มไม่สนใจเศษกระจกที่บาดเนื้อ เขาคว้าขาเก้าอี้เหล็กที่หักอยู่ข้างตัว ฟาดเข้าที่สีข้างของผู้บุกรุกเต็มแรง! *โครม!* ร่างในชุดดำเซถลาไปชนกับชั้นวางหนังสือ ตำราจิตวิทยาและแฟ้มคดีร่วงกราวลงมาราวกับห่าฝน ธันวาไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เขากระโจนเข้าใส่ ล็อคคอของมันจากด้านหลังด้วยท่า Rear Naked Choke ท่อนแขนแกร่งรัดแน่นเข้าที่หลอดลม มืออีกข้างกดศีรษะของมันให้ก้มต่ำ “บอกมาว่าแกพาธิชาไปไว้ที่ไหน! มิสเตอร์ เอ็กซ์ คือใคร!” ธันวาคำราม แววตาของเขาในเวลานี้ไม่ต่างจากสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง ผู้บุกรุกไม่ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด มันไม่แม้แต่จะพยายามแกะมือของเขาออก มือที่สวมถุงมือหนังสีดำของมันกลับเอื้อมขึ้นมาจับที่ข้อมือของธันวา... แล้วออกแรงบีบที่จุดชีพจรอย่างเชี่ยวชาญราวกับศัลยแพทย์ผู้ชำนาญการกายวิภาคศาสตร์ ความชาด้านแล่นปราดจากปลายนิ้วขึ้นสู่ข้อศอก กล้ามเนื้อแขนของธันวาคลายออกโดยไม่สามารถควบคุมได้! ในจังหวะนั้นเอง ผู้บุกรุกใช้ศีรษะกระแทกถอยหลังเข้าที่ดั้งจมูกของธันวาอย่างจัง *กร๊อบ!* เสียงกระดูกอ่อนแตกหักพร้อมกับเลือดกำเดาที่ไหลทะลัก ธันวาผงะถอยหลัง สายตาพร่ามัวไปชั่วขณะด้วยความช็อกของระบบประสาท ร่างกายของเขาทรุดลงคุกเข่ากับพื้น หอบหายใจอย่างเอาเป็นเอาตาย เลือดหยดลงบนพื้นไม้ทีละหยด... แปะ... แปะ... ผู้บุกรุกไม่ได้ตามเข้ามาซ้ำ มันยืนจัดเสื้อผ้าของตัวเองให้เข้าที่อย่างใจเย็น ท่วงท่าของมันสงบนิ่งอย่างน่าขนลุก ราวกับเพิ่งเสร็จสิ้นการดื่มชาบ่ายมากกว่าการต่อสู้เอาชีวิตรอด มันก้มลงมองธันวา จากนั้นก็ล้วงหยิบสิ่งหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อ แล้วโยนมันลงบนพื้นตรงหน้าเขา วัตถุชิ้นนั้นกลิ้งหลุนๆ มาหยุดอยู่แทบเท้าของธันวา มันคือ ‘กิ๊บติดผมรูปผีเสื้อสีเงิน’ ที่ขึ้นสนิมเกรอะกรัง... กิ๊บติดผมที่ธิชา น้องสาวของเขา สวมติดตัวไว้ในวันที่เธอหายสาบสูญไปเมื่อสิบปีก่อน! “ธิ... ชา...” ธันวาเอื้อมมือที่สั่นเทาออกไปหมายจะไขว่คว้าวัตถุชิ้นนั้น แต่ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะแตะต้องมัน ผู้บุกรุกก็ก้าวถอยหลังไปทางประตูกระจกระเบียงที่เปิดแง้มไว้ ลมกรรโชกแรงพัดพาม่านสีขาวให้โบกสะบัดราวกับวิญญาณร้าย มันก้าวข้ามระเบียงและทิ้งตัวหายไปในความมืดมิดของชั้นสิบสองอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งไว้เพียงเสียงลมหวีดหวิวและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง ธันวาพยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่พิษบาดแผลและการสูญเสียเลือดทำให้เรี่ยวแรงของเขาเหือดหาย เขาคว้ากิ๊บติดผมชิ้นนั้นมากำไว้ในมือแน่นจนปลายแหลมของมันจิกลึกลงไปในเนื้อ สติของเขาเริ่มเลือนราง ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาๆ ที่คุ้นเคยกลับดังขึ้นจากทางประตูหน้าห้องพักที่ถูกเปิดอ้าทิ้งไว้ ไม่ใช่เสียงวิ่งตื่นตระหนก... แต่เป็นจังหวะการเดินที่เชื่องช้า มั่นคง และสม่ำเสมอ รองเท้าส้นสูงสีดำก้าวข้ามกองเลือดบนพื้นเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเขา กลิ่นน้ำหอมกลิ่นดอกไอริสที่เขาจำได้ขึ้นใจลอยแตะจมูก ธันวาฝืนเงยหน้าที่อาบไปด้วยเลือดขึ้นมองด้วยความพร่ามัว ดร. เรนิตา ยืนอยู่ตรงนั้น เธอยังคงสวมชุดสูทตัวเดิม ใบหน้าสวยคมปราศจากความตกใจ มีเพียงรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปากที่ธันวาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต และในมือข้างขวาของจิตแพทย์สาวผู้แสนสุขุม... คือรีโมตตัดสัญญาณกล้องวงจรปิดของคอนโดที่กำลังกะพริบไฟสีแดงสม่ำเสมอ “บอกแล้วไงคะ ธันวา...” เธอโน้มตัวลงมากระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น “...ว่าอย่ามองหาเหยื่อในจุดที่มีแสงสว่าง” *** ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งสู่ห้วงลึกของจิตใจไปกับผมในบทนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาอำมหิตในม่านจิต: ล่าปริศนาฆาตกรเงา นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%