หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กะพริบแสงสีแดงวาบอยู่ตรงหน้า ไม่ได้สร้างความตกใจให้พริมานานเกินสามวินาที หญิงสาวแส R ยิ้มมุมปากอย่างผู้กำชัยชนะ ขณะที่ศิลาซึ่งยืนค้ำโต๊ะทำงานอยู่เมื่อครู่ถึงกับผุดลุกขึ้นเต็มความสูง ดวงตาคมกริบกวาดมองโค้ดลับและไฟล์ข้อมูลที่กำลังถูกดูดออกไปอย่างรวดเร็วราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
“คุณ!” ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอจนพริมาต้องแหงนหน้าขึ้นมอง “คุณแฮกเข้าระบบฐานข้อมูลกลางของโปรเจกต์ ‘The Monolith’ ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
“อย่าใช้คำว่าแฮกให้มันดูคอขาดบาดตายสิคะคุณสถาปนิก ฉันแค่วาง ‘เหยื่อล่อ’ ไว้ แล้วคุณก็แค่... เดินตกลงมาหลุมพรางที่ฉันขุดดักรอไว้เองต่างหาก” พริมาลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงเจือความเย้าแหย่ที่ทำเอาเส้นเลือดขมับของชายหนุ่มกระตุกวาบ
ศิลาไม่พูดพร่ำทำเพลง มือหนาคว้าหมับที่ข้อมือเล็กเพื่อจะดึงสายแจ็คและปิดเครื่องบังคับ แต่มีหรือที่นักเขียนบทสาวสายลุยอย่างพริมาจะยอมจำนน เธอบิดข้อมือหลบอย่างรวดเร็วพร้อมกับใช้มืออีกข้างคว้าแก้วกาแฟเย็นที่วางอยู่บนโต๊ะทำท่าจะราดลงบนคีย์บอร์ด
“หยุดนะ!” ศิลาอุทานเสียงดังลั่น ยื่นมือไปคว้าข้อมือเธอไว้แน่นกว่าเดิม แรงปะทะทำให้ร่างทั้งร่างของพริมาเซถลาเข้าไปกระแทกกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนจางๆ ปะทะเข้ากับปลายจมูกจนหญิงสาวเผลอกลั้นหายใจ
ระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงแค่คืบ ดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาสีเข้มที่พราวระยับด้วยความกรุ่นโกรธและ... อะไรบางอย่างที่ร้อนรุ่มยิ่งกว่าไฟ พริมาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน แต่กระนั้น เธอก็ยังไม่วายส่งยิ้มยั่วเย้าส่งไปให้
“ปล่อยค่ะคุณศิลา หรือว่ากลัวว่าความลับเรื่อง ‘แบบแปลนลับ’ ที่คุณซ่อนไว้ มันจะถูกเปิดเผยล่ะคะ?”
“คุณนี่มัน... ดื้อด้านและอันตรายเป็นบ้าเลยนะพริมา” ศิลาขบกรามแน่น ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดอยู่เหนือหน้าผากมน สายตาของเขาไล่ต่ำลงมาจากดวงตาคู่สวย เคลื่อนผ่านจมูกรั้น ไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังคลี่ยิ้มท้าทาย
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบกับกระจกหน้าต่างด้านนอกเป็นจังหวะทุ้มต่ำ ทว่าภายในห้องกลับร้อนระอุราวกับมีเปลวไฟโหมกระหน่ำ ศิลารู้สึกราวกับตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหว ความใกล้ชิดนี้มันอันตรายเกินไป อันตรายต่อหัวใจที่เขาพยายามควบคุมมันมาตลอดหลายเดือน
“ถ้าไม่อยากให้ความลับรั่วไหล คุณก็ต้องยอมทำตามข้อเสนอของฉัน...” พริมาเอ่ยกระซิบเสียงพร่า แสร้งทำเป็นกล้าทั้งที่มือที่ไขว้ไว้ข้างหลังแอบจิกเข้าหากันแน่นเพื่อเรียกสติ
ก่อนที่ศิลาจะได้เอ่ยปากโต้เถียง เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างหัวเสีย ยอมผละร่างออกจากความแนบชิดอย่างไม่เต็มใจนัก เขากดรับสายด้วยน้ำหวนห้วนสั้นก่อนจะขมวดคิ้วมุ่น
“ครับผู้จัดการ... อะไรนะ? ฝนตกหนักจนน้ำท่วมทางเข้าไซต์งานโครงสร้าง B โซนปูนเทสดใหม่เหรอ? โธ่เว้ย!”
ศิลาวางสายด้วยใบหน้าบึ้งตึง เขากวาดสายตามองเอกสารและข้าวของบนโต๊ะสลับกับพริมาที่ยืนกอดอกมองเขาด้วยความสงสัย
“มีปัญหาอะไรเหรอคะ หรือว่างานก่อสร้างเรือธงของคุณกำลังจะพังไม่เป็นท่า?”
“ถ้าคุณไม่อยากให้โปรเจกต์ที่ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจมาเป็นปีต้องพังเพราะความโง่เง่าของคนงาน ก็หยิบเสื้อกันฝนแล้วตามมา!” ศิลาตวัดเสียงดุใส่ ก่อนจะคว้าแจ็คเก็ตหนังสีเข้มแล้วสาวเท้ายาวๆ ออกจากห้องไปทันทีโดยไม่รอคำตอบ
พริมาเบะปากใส่แผ่นหลังกว้างนั้น “ปากร้ายชะมัด... แต่ก็น่าสนุกดีเหมือนกันแฮะ” หญิงสาวรวบกระเป๋าแล้ววิ่งตามร่างสูงออกไปทันที
***
ณ ไซต์งานก่อสร้างตึกระฟ้าใจกลางเมือง บรรยากาศยามนี้ถูกปกคลุมไปด้วยความมืดครึ้มของเมฆฝน เม็ดฝนเม็ดใหญ่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก สายน้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่เทปูนโครงสร้างชั้นใต้ดินจนระดับน้ำเฉอะแฉะ เสียงฟ้าคำรามครั่นครื้นสะเทือนไปทั่วบริเวณ
ศิลาในชุดเสื้อกันฝนสีเหลืองสดกำลังตะโกนสั่งการคนงานเสียงดังแข่งกับเสียงสายฝน ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายและโคลนตม สายตาคมกริบกลับเหลือบไปเห็นเงาร่างคุ้นเคยในชุดเสื้อแจ็คเก็ตกันฝนสีชมพูอ่อนกำลังเดินก้มๆ เงยๆ ถ่ายรูปโครงสร้างเสาปูนที่เกิดรอยร้าวอยู่มุมอับด้านใน
“พริมา!” ศิลาผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ รีบวิ่งฝ่าสายฝนตรงดิ่งเข้าไปหา “คุณบ้าไปแล้วหรือไง! ตรงนั้นมันเขตอันตราย คานปูนยังไม่เซ็ตตัวดี แถมฝนตกหนักแบบนี้ เกิดโครงสร้างทรุดลงมาคุณไม่ตายคาที่เหรอ!”
พริมาสะดุ้งเล็กน้อย เธอหันมามองหน้าเขาแล้วยักไหล่ใส่หน้าตาเฉย “ฉันก็แค่มารyเก็บข้อมูลประกอบบทความค่ะคุณสถาปนิก กลัวอะไรนักหนา ฉันไม่ใช่คุณหนูเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อสักหน่อย”
“นี่ไม่ใช่เวลามาอวดเก่งนะ!” ศิลาโมโหจนหน้าดำคร่ำเครียด เขาคว้าข้อมือเธอแล้วกระชากให้ถอยร่นออกมาจากจุดอันตรายทันที แรงดึงทำให้พริมาเซถลาล้มลงไปบนกองกระสอบทรายที่กองอยู่ข้างเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ ศิลาพยายามจะประคองเธอให้ลุกขึ้น แต่เพราะพื้นเฉอะแฉะและลื่น ทำให้ร่างสูงเสียหลักล้มทับลงมาคร่อมร่างบางไว้พอดิบพอดี!
โลกทั้งใบคล้ายหยุดหมุนชั่วขณะ เสียงสายฝนที่เคยโหมกระหน่ำราวกับถูกปิดสวิตช์ ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร หยดน้ำฝนเกาะพราวอยู่บนแพขนงและไรผมของหญิงสาวชวนมอง ศิลาค้ำมือลงกับกระสอบทรายข้างกายเพื่อไม่ให้น้ำหนักตัวทับลงไปบนตัวเธอ ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าหวานที่เปียกปอนไปด้วยหยดน้ำฝนและรอยเปื้อนโคลนจางๆ
หัวใจของศิลาเต้นระรัวราวกับกลองเพล ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
“คุณ... ตัวหนักเป็นบ้าเลยนะศิลา ลุกขึ้นได้แล้วมั้งคะ” พริมาเอ่ยเสียงแผ่วเบa ความมั่นใจทั้งหมดก่อนหน้านี้หายไปไหนหมดไม่รู้ เมื่อยามที่สบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ฉายแววปรารถนาอย่างปิดไม่มิด
“ถ้าผมบอกว่าไม่อยากลุก... คุณจะทำไมล่ะ” ศิลาโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนผสมกับความเย็นเยียบของสายฝน ยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความสั่นไหว
พริมาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากต่อปากคำโตกลับไปตามนิสัย แต่ทว่า...
*เปรี้ยงงงง!*
เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นหวั่นไหวพร้อมกับแสงสว่างวาบที่สาดส่องเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้าง ตามมาด้วยเสียงโครงเหล็กขนาดยักษ์ทางด้านทิศเหนือที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอาด และในวินาทีที่ศิลาหันขวับไปมองตามเสียงนั้น ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นเครนยกของขนาดใหญ่กำลังเอียงตัวล้มลงมาทิศทางที่พวกเขาอยู่!
“ระวัง!” ศิลาตะโกนลั่น ร่างสูงพุ่งเข้าโอบกอดร่างของพริมาไว้แน่นแล้วกลิ้งหลบไปอีกทางอย่างไม่คิดชีวิต แรงกระแทกจากการล้มทำให้ฝุ่นปูนและเศษหินกระจายฟุ้งไปทั่วบริเวณ
ความมืดเข้าปกคลุมชั่วขณะเมื่อไฟสำรองในไซต์งานดับลง เหลือเพียงความเงียบงันที่น่ากลัว และเสียงลมหายใจหอบถี่ของคนทั้งคู่ที่แนบชิดติดกันอยู่ภายใต้ซากผ้าใบกันฝนผืนใหญ่
ศิลารีบยันตัวลุกขึ้นเล็กน้อยเพื่อสำรวจอาการของคนในอ้อมแขน “พริมา! คุณเป็นอะไรไหม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยเป็นมาก่อน
พริมาหลับตาปี๋ซุกหน้าเข้ากับแผงอกกว้างด้วยความตกใจกลัว ส่ายหน้าช้าๆ “ฉัน... ไม่เป็นไรค่ะ”
หญิงสาวค่อยๆ ลืมตาขึ้นในความมืดสลัว เธอเงยหน้าขึ้นมองสถาปนิกหนุ่มที่ตอนนี้เนื้อตัวเปียกโชกและมีรอยแผลถลอกที่มุมปาก ทว่าแววตาที่เขามองเธอนั้น... มันเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ล้นปรี่จนปิดไม่มิด
ศิลาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่สายตาจะเลื่อนต่ำลงมาหยุดที่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอค้างด้วยความตกใจ สติปัญญาที่เคยควบคุมตัวเองได้เป็นอย่างดีพังทลายลงในพริบตา ความใกล้ชิดและความรอดตายจากเฉียดฉายเมื่อครู่ ผลักดันให้เขาโน้มใบหน้าลงไปหาเธอช้าๆ...
“ถ้าคุณยังดื้อดึงแบบนี้อีก...” ศิลาเอ่ยกระซิบเสียงพร่ามัว ชิดริมฝีปากของเธอเพียงนิดเดียว “ผมคงต้อง ‘ลงโทษ’ คุณด้วยวิธีที่คาดไม่ถึงแล้วล่ะ...”
พริมาหัวใจกระตุกวูบ เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธคำขู่ที่ชวนใจสั่นนั้น ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะสัมผัสกัน...
แสงไฟฉายสว่างจ้าก็สาดส่องเข้ามาพร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลของทีมงานที่วิ่งกรูเข้ามาหาพวกเขา
“คุณศิลา! คุณพริมา! อยู่แถวนี้ไหมครับ ปลอดภัยกันหรือเปล่า!”
ศิลาชะงักกึก ดวงตาคมไหววับด้วยความเสียดายอย่างที่สุด เขาจำใจต้องผละใบหน้าออกจากหญิงสาวแล้วลุกขึ้นยืนบังร่างเธอไว้จากสายตาคนงานที่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
พริมาหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบระเบิด เธอยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังคงร้อนผ่าวจากสัมผัสเมื่อครู่ ขณะที่หางตากลับเหลือบไปเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากของศิลา ซึ่งหันกลับมาส่งสายตาคาดโทษให้เธอเบาๆ ก่อนจะหันไปตะโกนตอบลูกน้อง
เกมนี้... ดูท่าทางว่าเธอจะเพิ่งเผลอเปิดช่องให้ศิลา ‘รุกฆาต’ เข้าเสียแล้วสิคะ!
***
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ บทหน้าบอกเลยว่าเตรียมหมอนไว้จิกกันได้เลยค่ะ! - เหมยฮวาแรกแย้ม
แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 3
สมรภูมิในไซต์งาน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!