ความเงียบงันภายในห้องสตูดิโอออกแบบอันโอ่โถงราวกับถูกแช่แข็งด้วยไนโตรเจนเหลว เมื่อร่างระหงในชุดเดรสแบรนด์เนมสีชาแนลก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เคลือบไว้ด้วยความมั่นใจเกินร้อย พริมาหรี่ตามองผู้มาเยือนอย่างพินิจพิเคราะห์ สมองของนักเขียนบทสาวประมวลผลด้วยความเร็วสูง ภาพพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งจากนิตยสารซุบซิบไฮโซเมื่อสัปดาห์ก่อนผุดวาบขึ้นมาในหัว... *'ล่มงานวิวาห์ฟ้าแลบ! ทายาทธุรกิจอสังหาฯ ขอถอนหมั้นเงียบเชียบ'*
และผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอก็คือ 'คุณ الطิชา' อดีตคู่หมั้นสาวไฮโซของท่านสถาปนิกจอมเนี๊ยบที่กำลังยืนกอดอกทำหน้าเครียดเป็นตูดหมึกอยู่ข้างๆ นี่เอง
"ศิลาคะ..." เสียงหวานใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานไม้โอ๊คตัวใหญ่ โดยไม่แม้แต่จะชายตากล่าวทักทายหญิงสาวแปลกหน้าอย่างพริมาที่ยืนถือแฟ้มเอกสารค้างอยู่ "ติชารู้ว่าคุณกำลังยุ่งกับโปรเจกต์รีสอร์ทใหม่ แต่เรื่องงานแต่งของเราที่ถูกยกเลิกไป คุณพ่อท่านอยากให้เราเคลียร์กันให้เรียบร้อย..."
ศิลาถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มฉายแววรำคาญอย่างปิดไม่มิด มือหนายกขึ้นเสยผมปรกหน้าผากอย่างหงุดหงิด "นี่มันเวลางานครับคุณณิชา แล้วที่นี่ก็คือสตูดิโอออกแบบ ไม่ใช่ศาลไคฟงที่จะมาสะสางเรื่องส่วนตัว"
"แต่เรื่องของเรามันไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวนะคะ มันคืออนาคตของ..."
"ขอโทษนะคะ..." เสียงใสๆ แต่กวนประสาทดังแทรกขึ้นกลางวงสนทนา พริมาก้าวเข้าไปแทรกกลางระหว่างอดีตคู่หมั้นกับสถาปนิกหนุ่มอย่างถือวิสาสะ ดวงตากลมโตเป็นประกายเจ้าเล่ห์ "พอดีว่าฉันเป็น 'คนปัจจุบัน' เอ้ย... เป็นเลขาฯ ส่วนตัวที่ท่านสถาปนิกจ้างมาดูแลคิวงานแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ถ้าคุณณิชาจะมาคุยเรื่องหัวใจ รบกวนจองคิวล่วงหน้าผ่านระบบออนלاینนะคะ พอดีคิววันนี้ยาวไปจนถึงชาติหน้าแล้วค่ะ!"
ศิลาสะดุ้งสุดตัว หันขวับมามองยัยนักเขียนบทตัวแสบด้วยสายตาคาดโทษที่แทบจะกินเลือดกินเนื้อ ใครเป็นเลขาฯ หล่อนไม่ทราบ! เขาจ้างเธอมาเป็นที่ปรึกษาเฉพาะกิจเพื่อจับผิดต่างหากเล่า!
ณิชาชะงักไปนิด ดวงตาคู่สวยตวัดมองพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยาม ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "เลขาฯ เหรอคะ? แต่งตัวเหมือนเด็กฝึกงานข้างถนนมากกว่านะศิลา รสนิยมคุณตกต่ำลงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงได้เก็บกวาดเศษ 1 ส่วน 4 เข้ามาป้วนเปี้ยนในสตูดิโอหรูๆ แบบนี้ได้"
บรรยากาศในห้องลดฮวบลงจนติดลบ พริมาไม่ได้สะทกสะท้านกับคำดูถูกนั้นเลยแม้แต่น้อย รอยยิ้มมุมปากของเธอatตวัดขึ้นอย่างท้าทาย มือเรียวเล็กจัดปกเสื้อให้ตัวเองอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดตัวไฮโซสาวชนิดที่อีกฝ่ายต้องผถะถอยหลังไปหนึ่งก้าว
"เศษ 1 ส่วน 4 อะไรกันคะคุณขา..." พริมาเอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงฉอดๆ ที่ฟังแล้วชวนหมั่นไส้ที่สุดในสามโลก "อย่างฉันเนี่ยเขาเรียกว่า 'เพชรเม็ดงาม' ที่สถาปนิกมือหนึ่งยังต้องอัญเชิญมาช่วยงานเลยนะคะ จริงไหมคะคุณศิลา?"
หญิงสาวหันไปส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้เจ้านายจำเป็น ศิลากัดกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็นสันนูน เขากำมือแน่นเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังพุ่งปรี๊ดขึ้นสมอง อยากจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กมาฟาดปากคนช่างพูดนี่เสียจริง!
"ออกไปจากห้องของฉันทั้งคู่!" ศิลาตวาดลั่น ใบหน้าคมคายแดงก่ำด้วยความโกรธปนความอับอายที่ถูกคนนอกล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัว "ณิชา... ถ้าคุณไม่ไปดีๆ ผมจะให้ รปภ. เชิญออก ส่วนเธอ... พริมา อยู่เคลียร์บัญชีความซวยที่ก่อไว้เดี๋ยวนี้!"
ณิชาเม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจ เธอยืนกรานจะสะบัดบ๊อบใส่พริมาอีกสักยก แต่เมื่อเห็นสายตาที่จริงจังและเย็นชาไร้เยื่อใยของศิลา เธอก็จำต้องยอมหันหลังกลับแล้วกระแทกส้นสูงเดินออกไปจากห้องกระแทกกระทั้นจนพื้นสะเทือน
ปัง!
ประตูห้องปิดลงพร้อมกับความเงียบที่กลับมาเยือนอีกครั้ง ทว่ามันเป็นความเงียบที่อัดแน่นไปด้วยพายุอารมณ์
ศิลาหันขวับมาเผชิญหน้ากับพริมาที่ยังคงยืนลอยหน้าลอยตาถือแฟ้มโปรเจกต์ยิ้มระรื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดวงตาคมกริบกวาดมองร่างบางด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ทั้งโมโห ทั้งหมั่นไส้ และ... ยอมรับลึกๆ ว่ายัยนี่แสบสันต์เกินมนุษย์มนาจริงๆ
"สนุกมากไหม?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยลอดไรฟัน ขณะที่ร่างสูงก้าวเข้าไปกดดันจนพริมาต้องถอยหลังไปติดผนังห้อง "เธอคิดว่าตัวเองเป็นใคร ถึงกล้าไปเล่นละครตบตาอดีตคู่หมั้นของฉันแบบนั้น!"
พริมาไม่ถอยหนี เธอเชิดหน้าขึ้นสบตากับเขาตรงๆ ระยะห่างระหว่างกันตอนนี้แคบเสียจนลมหายใจอุ่นๆ ของทั้งคู่ปะทะกัน ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากปลายจมูกโด่งเป็นสันของเขาไม่ถึงคืบ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวผิดจังหวะ แต่ภายนอกเธอยังคงรักษารอยยิ้มเย้าหยอกไว้ได้อย่างแนบเนียน
"ก็ช่วยไม่ได้นี่คะ..." พริมาลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท "เห็นคุณทำหน้าเป็นหมาหงอย ถูกผู้หญิงทิ้งแล้วมันน่าเวทนา ฉันในฐานะ... เอ่อ... มนุษยเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ก็แค่อยากจะช่วยกู้หน้าให้เท่านั้นเอง ไม่เห็นต้องทำหน้ายักษ์ใส่กันเลยนี่คะ คุณสถาปนิก"
"ใครหมาหงอย!" ศิลาคำรามในลำคอ ดวงตาคมเข้มดุจเหยี่ยวจ้องมองริมฝีปากอิบอิ่มที่ขยับเจรจาเจื้อยแจ้วไม่หยุดด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด ความโกรธเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยระลอกคลื่นความปั่นป่วนในช่องท้องอย่างน่าประหลาดใจ ยัยนี่มันอันตราย... อันตรายต่อหัวใจที่เขาพยายามปิดตายมานานนับปี
"ก็คุณนั่นแหละค่ะที่หน้าตาฟ้องว่าอาลัยอาวรณ์เขาจะตาย..." พริมาแกล้งถอนหายใจยาวเหยียด "เอาล่ะๆ เลิกทำหน้าดุใส่ฉันสักทีเถอะค่ะ ไหนๆ คุณก็อุตส่าห์โดนตอกย้ำขนาดนี้แล้ว ฉันว่าเรามาตกลง 'กฎเหล็ก' ระหว่างเราให้มันชัดเจนดีกว่าไหมคะ จะได้ไม่ต้องมาปะทะกันแบบนี้อีก"
ศิลาหรี่ตาลงอย่างระแวง "กฎอะไรของเธออีก?"
มุมปากอิ่มยกยิ้มร้ายกาจ พริมายื่นมือเรียวไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตของสถาปนิกหนุ่ม ปัดฝุ่นจินตนาการที่ไม่มีอยู่จริงออกช้าๆ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำเอาศิลาถึงกับตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ
"ข้อแรก... ห้ามด่าฉันลับหลัง ยกเว้นจะด่าต่อหน้า..." พริมาไล่เรียงด้วยน้ำเสียงหวานเชื่อม "ข้อสอง... ห้ามไล่ฉันออกจากโปรเจกต์นี้เด็ดขาดไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น..."
ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวของหญิงสาวรัญจวนใจจนเขาแทบจะลืมว่าตัวเองกำลังโกรธอยู่ "แล้วข้อสามล่ะ..." เขาเอ่ยถามเสียงแหบพร่าโดยไม่รู้ตัว
พริมายิ้มกว้าง ดวงตากลมโตแพรวพราวระยิบระยับยิ่งกว่าดวงดาวบนท้องฟ้า ยามที่เธอขยับเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบจะแนบชิดกับใบหูของเขา กระซิบแผ่วเบาด้วยประโยคที่ทำเอาสถาปนิกหนุ่มถึงกับสติหลุดลอย
"ข้อสาม..." พริมาเว้นจังหวะให้หัวใจของคนฟังเต้นรัวระรัว "ห้ามตกหลุมรักฉัน... เด็ดขาดค่ะ"
ยังไม่ทันที่ศิลาจะได้โต้แย้งหรือกระชากร่างบางเข้ามารับโทษฐานที่บังMอาจมาปั่นหัวเขาเล่น ประตูห้องทำงานก็ถูกผลเปิดผวะเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงอุทานตื่นตระหนกของเด็กฝึกงานหน้าตาตื่นที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาโดยไม่เคาะประตู
"พี่ศิลาคะ! แย่แล้วค่ะ! แบบแปลนโครงสร้างหลักของรีสอร์ทถูกส่งอีเมลหลุดออกไปข้างนอกแล้วค่ะ!"
ศิลาชะงักกึก ความรู้สึกมึนงงจากสัมผัสใกล้ชิดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ ขณะที่พริมาหันขวับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏแจ้งเตือนสีแดงฉาน และในวินาทีที่ศิลาหันกลับมาสบตากับเธออีกครั้ง เขาก็พบว่า... รอยยิ้มขี้เล่นบนใบหน้าของหญิงสาวได้มลายหายไป เหลือเพียงแววตาดุดันและเต็มไปด้วยเล่ห์กลที่พร้อมจะพลิกกระดานเกมนี้ให้ลุกเป็นไฟ!
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านที่น่ารักทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เหมยฮวาแรกแย้ม" มาโดยตลอดนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 2
กฎสามข้อที่ต้องทำตาม
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!