แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 17

รอยยิ้มที่หาดูยาก

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
แก้วกาแฟเซรามิกสีดำด้านในมือของศิลาร้าวรานไปทั้งใบ... ไม่ใช่เพราะมันตกกระแทกพื้น แต่เป็นเพราะแรงบีบจากปลายนิ้วแข็งแกร่งที่กำมันไว้แน่นราวกับต้องการระบายความหงุดหงิดที่อัดแน่นจนล้นปรี่ "ถ้าคุณยังแก้สัดส่วนของคานรับน้ำหนักตรงนี้ไม่ได้ เราคงไม่ต้องคุยกันเรื่องงบประมาณก้อนต่อไปหรอกนะคะ คุณสถาปนิก" เสียงหวานใสที่เจือความกวนประสาทเล็กๆ ดังขึ้นเหนือโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ในห้องประชุมโปร่งโล่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวและกลิ่นกาแฟเข้มข้น พริมาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ข้อศอกมนค้ำยันลงกับขอบโต๊ะ ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความท้าทาย เธอจ้องมองชายหนุ่มผู้ขึ้นชื่อว่าเนียบที่สุดในวงการออกแบบราวกับแมวปơรกำลังหยอกล้อกับเหยื่อในกรง ศิลาเงยหน้าขึ้นจากกระดาษร่างแบบ แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนความดุดันตามสัญชาตญาณของนักล่า เขาไม่ได้โกรธ... อันที่จริง เขากำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่หลุดยิ้มให้กับความดื้อรั้นที่ฉายชัดอยู่บนดวงหน้าเรียวสวยนั้นต่างหาก ผู้หญิงคนนี้ช่างหาญกล้ายิ่งนัก ตั้งแต่เข้ามาวุ่นวายในชีวิตการทำงานของเขา เธอก็ไม่เคยทำให้เขามีช่วงเวลาที่สงบสุขเลยสักวัน แต่แปลก... แทนที่จะไล่ตะเพิดเธอออกไปให้พ้นหน้าเหมือนอย่างที่เคยทำกับลูกค้ารายอื่น ศิลากลับพบว่าสายตาของตนเองมักจะเผลอไปหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ นั้นอยู่บ่อยครั้ง "ผมแก้มาสามรอบแล้วพริมา และทุกรอบที่แก้ มันก็เป็นเพราะคุณเปลี่ยนใจอยากได้ 'พื้นที่สเปซที่ดูโปร่งโล่งแต่ต้องแข็งแรงเหมือนหลุมหลบภัยรังสี' นี่แหละค่ะ" ศิลาเน้นเสียงคำว่า 'ค่ะ' ด้วยความประชดประชันเล็กน้อย ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างขัดใจ "สถาปัตยกรรมไม่ใช่ดินน้ำมันนะคะที่จะได้ปั้นแต่งตามอารมณ์ศิลปินไส้แห้งของคุณได้ตลอดเวลา" "อ้าว! ว่าฉันเป็นศิลปินไส้แห้งเหรอคะ?" พริมาเลิกคิ้วสูงอย่างไม่ยอมแพ้ เธอยืดตัวตรงแล้วกอดอกแน่น หน้าอกอิ่มกระเพื่อมตามจังหวะหายใจที่เร่งขึ้นเล็กน้อยด้วยความหมั่นไส้ "พูดให้มันดีๆ นะคะคุณศิลา นิยายของฉันขายดีติดอันดับท็อปเจ็ดวันเจ็ดคืน ค่าลิขสิทธิ์พอจะซื้อกาแฟคั่วบดราคาแพงที่คุณกำลังดื่มอยู่ได้ทั้งปีเลยล่ะค่ะ" "เหรอครับ... อ๊ะ!" ศิลาชะงักไปชั่วขณะเมื่อเผลอหลุดสรรพนามที่ไม่ได้ตั้งใจ พริมาหรี่ตามองทันที มุมปากอิ่มยกย่องขึ้นอย่างได้ใจ "แหม... เมื่อกี้คุณแทนตัวเองว่าอะไรนะคะ? 'ครับ' อย่างนั้นเหรอคะ? โอ้โฮ เจ้าพ่อสถาปนิกผู้เย่อหยิ่งยอมพูดจาอ่อนหวานกับสามัญชนอย่างฉันแล้วหรือนี่ บันทึกประวัติศาสตร์ไว้เลยนะคะทุกคน!" พริมาแกล้งทำเป็นมองซ้ายมองขวาเสมือนว่ามีสักขีพยานนับร้อยอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ ใบหน้าหล่อเหลาของศิลาร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาเสมองไปทางอื่นเพื่อซ่อนร่องรอยความเก้อเขินที่นานๆ ครั้งจะเกิดขึ้นกับผู้ชายเย็นชาอย่างเขา ศิลาขยับแว่นตากรอบเงินบนสันจมูกโด่งเป็นสัน พยายามดึงน้ำเสียงเย็นชาและท่าทีเจ้ากسี้เจ้าการกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว "อย่าสำคัญตัวผิดเลยน่าพริมา ผมแค่ลิ้นพันกันเพราะรำคาญเสียงบ่นของคุณต่างหาก เลิกไร้สาระแล้วมาดูตรงนี้... นี่คือโครงสร้างที่ฉัน... ที่ผมคำนวณมาเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าคุณยังเรื่องมากอีก คราวนี้ผมจะออกแบบให้บ้านของคุณเหลือเสาแค่ต้นเดียวตรงกลางห้องรับแขก ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย!" คำขู่ที่ฟังดูเด็กน้อยและไร้เหตุสิ้นดีนั้นทำให้พริมาหลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้อง เธอไม่ได้กลัวคำขู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม เธอกลับมองว่ามุมที่เขากำลังหัวเสียจนหูแดงนิดๆ นั้น... น่ารัก ชะมัด บรรยากาศรอบตัวของพวกเขาทั้งคู่มีความหนาแน่นบางอย่างประหลาดก่อตัวขึ้น มันไม่ใช่ความตึงเครียดแบบการทำงาน แต่มันคือสนามอารมณ์ที่อบอวลไปด้วยเคมีอันตราย พริมาขยับเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของเขาอีกก้าวหนึ่ง จนระยะห่างระหว่างเธอกับเขาลดลงเหลือแค่คืบเดียว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ ลอยมาแตะจมูกโด่งของสถาปนิกหนุ่ม ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างให้ตื่นตัวขึ้นอย่างเงียบงัน "ถ้ามีเสาแค่ต้นเดียว... แล้วเวลาเรายืนเถียงกันใกล้ๆ แบบนี้ ฉันจะไม่เผลอชนหน้าผากคุณเข้าหรอคะคุณสถาปนิก" พริมาเอียงคอถามด้วยน้ำเสียงกระซิบพร่า ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสบตาเขาตรงๆ ไม่มีหลบ ศิลานิ่งงังไปในเสี้ยววินาทีนั้น ปลายนิ้วที่ถือดินสอเขียนแบบสั่นไหวเล็กน้อย หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของชายหนุ่มกลับกระตุกวูบอย่างไร้สาเหตุ เมื่อเผชิญหน้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทายแกมเย้าแหย่ ปรกติแล้วเขาเป็นคนควบคุมเกมได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกับหน้างานก่อสร้างที่ยุ่งเหยิงหรือกับลูกค้าที่เรื่องมากแค่ไหน แต่กับผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าคนนี้... เขากลับรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนสะพานไม้เก่าๆ ที่พร้อมจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ ทว่า ลึกลงไปในความรู้สึกดื้อรั้นและปากจัดที่เขามักจะแสดงออกเพื่อปกป้องกำแพงในใจนั้น ศิลากลับรู้สึกว่าโลกสีเทาและเต็มไปด้วยเส้นตรงที่ไร้ชีวิตชีวาของเขากำลังถูกระบายด้วยสีสันสดใสทีละน้อย... โดยฝีมือของนักเขียนสาวจอมแสบคนนี้เอง ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ เป็นฉากหลัง ศิลาก้มมองหญิงสาวที่กำลังยืนยิ้มเยาะรอฟังคำตอบของเขา ดวงหน้าหวานนั้นอยู่ใกล้เสียจนเขาสามารถนับเส้นขนตางอนงามทีละเส้นได้ ปลายจมูกเกือบจะชนกันหากเขาก้มลงไปอีกนิดเดียว ในวินาทีนั้นเอง... กำแพงน้ำแข็งที่ศิลาเพียรสร้างขึ้นมาตลอดหลายปีเพื่อปิดกั้นความรู้สึก ก็เกิดรอยร้าวขึ้นอย่างจัง ริมฝีปากหยักลึกที่มักจะเม้มแน่นเป็นเส้นตรงด้วยความเคร่งเครียด ค่อยๆ คลายออกทีละน้อย มุมปากข้างหนึ่งกระตุกขึ้นสูง ก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจางๆ... รอยยิ้มที่แทบไม่มีใครเคยได้เห็นจากสถาปนิกหนุ่มผู้เย่อหยิ่งคนนี้เลยตลอดการทำงานร่วมกันหลายเดือนที่ผ่านมา มันเป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยัน ไม่ได้รำคาญ และไม่ได้เสแสร้ง... แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและจริงใจที่สุดเท่าที่หัวใจดวงนั้นจะยอมมอบให้ พริมาเบิกตากว้างขึ้นโดยไม่รู้ตัว ลลมหายใจของเธอสะดุดกึกไปทันที หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพลเมื่อได้เห็นรอยยิ้มหายากนั้นปรากฏอยู่ตรงหน้า รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาราวกับงานประติมากรรมชิ้นเอกนั้นเปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนเธอแทบจะลืมวิธีหายใจ "คุณ... คุณยิ้มเหรอคะเนี่ย?" พริมาเผลออุทานออกมาด้วยความตกตะลึง นิ้วเรียวชี้หน้าเขาอย่างลืมตัว "ให้ตายเถอะ! นี่ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย คุณสถาปนิกน้ำแข็งขั้วโลกใต้กำลังยิ้มให้ฉันอยู่จริงๆ เหรอคะเนี่ย!" ศิลาหุบยิ้มแทบจะไม่ทันเมื่อได้ยินเสียงโวยวายนั้น เขากระแอมเบาๆ กลบเกลื่อนความเขิน "ใครยิ้ม? คุณตาฝาดไปเองแล้วพริมา ไม่มีอะไรทั้งนั้น กลับไปนั่งที่ของคุณไป แบบแปลนตรงนี้ยังไม่เสร็จ..." "ไม่เชื่อค่ะ! เมื่อกี้ฉันเห็นเต็มสองตาเลยนะ หน้าตาตอนคุณยิ้มเนี่ย... มันอันตรายต่อหัวใจคนอ่านนิยายของฉันชะมัดเลยรู้ตัวไหมคะ!" พริมาหัวเราะคิกคักอย่างได้ใจ เธอขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดหมายจะแซวต่อให้หนำใจ ทว่า ในจังหวะที่เธอกำลังจะเอ่ยปากแซวประโยคถัดไปนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกระจกบานใหญ่ก็ดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต "ศิลา! แย่แล้วคุณ! ไซต์งานก่อสร้างโซน B เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" ร่างสูงของเพื่อนร่วมงานหนุ่มพุ่งพรวดเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นตระหนก โดยมีเอกสารในมือสั่นระริก ศิลาหันขวับไปมองทันที ความหวานละมุนและเคมีอันตรายเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เหลือเพียงสายตาดุดันของสถาปนิกหนุ่มที่ต้องกลับมารับมือกับวิกฤตตรงหน้าอีกครั้ง พริมาถอยหลังกลับไปยืนตั้งหลักด้วยความเสียดาย ทว่าสายตาคมกริบของศิลากลับหันมาสบตากับเธอก่อนที่เขาจะก้าวเดินออกไปจากโต๊ะทำงาน "รอผมตรงนี้..." ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุบที่แฝงความจริงจังไว้เต็มเปี่ยม "อย่าเพิ่งหนีไปไหนเด็ดขาด... เรื่องของเรายังเคลียร์กันไม่จบนะคะ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจฟูไปกับรอยยิ้มแรกของพ่อหนุ่มปากแข็งคนนี้ด้วยนะคะ - เหมยฮวาแรกแย้ม
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%