แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 18

มื้อค่ำที่ไม่ได้มีแค่เรื่องงาน

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
เสียงกริ่งใสระฆังทองที่ดังขึ้นตรงทางเข้าห้องอาหารฝรั่งเศสสไตล์นีโอคลาสสิกไม่ได้ช่วยดึงสติพริมาให้หลุดออกจากตัวเลขงบประมาณในสมุดโน้ตเล่มเล็กเลยแม้แต่น้อย เธอยังคงก้มหน้าก้มตาขีดฆ่าตารางเวลาการรีโนเวตที่บิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริง พร้อมกับบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ อย่างหัวเสีย "ถ้าผู้รับเหมายังตอดงบเพิ่มอีกสามเปอร์เซ็นต์ ฉันจะเอาแบบแปลนฉบับนี้ไปปาใส่หัวเขาจริงๆ ด้วย..." "ถ้าคุณยังทำหน้าบึ้งเป็นตูดแมวแบบนั้น อาหารจานหลักที่กำลังจะมาเสิร์ฟคงจะเปรี้ยวติดลิ้นไปหมดพอดีค่ะคุณนักเขียน" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยจนน่าหมั่นไส้ลอยมาปะทะโสตรประสาท พร้อมกับการทรุดตัวลงนั่งของชายหนุ่มในชุดเชิ้ตสีขาวพับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ เผยให้เห็นเส้นเลือดปูดโปーンที่ท่อนแขนจากการถือม้วนกระดาษแปลนมาทั้งวัน ศิลาวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะไม้สักขัดเงา ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากวาดมองสภาพของหญิงสาวฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาที่ผสมผสานระหว่างความระอาและความเอ็นดูที่เขาพยายามซ่อนไว้แทบตาย พริมาเงยหน้าขึ้นจากกองกระดาษ ดวงตากลมโตฉายแววหาเรื่องทันทีตามสัญชาตญาณ "นี่คุณสถาปนิก ฉันไม่ได้นัดคุณมาทานข้าวเคลียร์งานนะคะ นี่มันเวลานอกราชการ... อ๊ะ เดี๋ยวก่อน ทำไมพนักงานถึงเอาเมนูมาให้สองเล่มล่ะคะ?" เธอยังไม่ทันโวยวายจบ พนักงานเสิร์ฟหนุ่มหน้าตาดีก็ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ พร้อมกับวางเมนูเล่มหนังสีดำสนิทลงตรงหน้าเธอและเขาอย่างรู้หน้าที่ ศิลาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองหญิงสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ร้ายกาจเสียจนเหมยฮวาแรกแย้มยังต้องแอบอมยิ้มตาม "ก็เพราะผมเป็นคนจองโต๊ะนี้ และบังเอิญว่าโต๊ะนี้มันรองรับได้แค่สองที่นั่ง... ที่สำคัญ ผมยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงเพราะต้องตามไปแก้หน้างานที่คุณทำพังไว้" ศิลาเอ่ยเสียงเรียบ แต่ดวงตาสีเข้มกลับพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ "ฉันไม่ได้ทำพังนะยะ! ก็ทางเจ้าของบ้านเขาเปลี่ยนใจอยากได้ห้องครัวสไตล์มินิมอลผสมลอฟท์ จะให้ฉันเอาหัวโขกผนังปูนเปลือยหรือยังไงถึงจะถูกใจคุณ!" พริมาวางปากกาลงกระแทกโต๊ะเบาๆ อย่างเหลืออด เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะฝั่งตรงข้าม แววตาดุดันแต่กลับทอประกายความท้าทายที่ทำให้หัวใจของคนมองกระตุกวูบ ศิลาไม่ตอบโต้ด้วยการขึ้นเสียง เขาเพียงแค่ยกแก้วน้ำเปล่าขึ้นจิบช้าๆ สายตาคมกราบกรานสำรวจใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนน่าจับตีแรงๆ สักที สองปีที่รู้จักกันมา ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยทำให้เขารู้สึกสงบได้เลย มีแต่จะทำให้ระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานหนักขึ้นทุกครั้งที่เข้าใกล้ และเขาก็เกลียดตัวเองเหลือเกินที่ดันเสพติดความวุ่นวายนี้ไปเสียแล้ว "สั่งอาหารซะ ก่อนที่ผมจะเปลี่ยนใจพาคุณไปกินก๋วยเตี๋ยวข้างทางแทน" เขาสรุปด้วยน้ำเสียงเผด็จการตามแบบฉบับสถาปนิกเจ้าระเบียบ บรรยากาศรอบโต๊ะเงียบลงไปชั่วขณะเมื่อเมหันต์มาสนใจรายการอาหารตรงหน้า แต่ทว่า ‘เคมี’ ระหว่างคนทั้งสองกลับเข้มข้นขึ้นจนอากาศรอบตัวคล้ายจะร้อนระอุขึ้นมาดื้อๆ พริมากวาดสายตาไล่ดูชื่ออาหารฝรั่งเศสยาวเหยียดที่อ่านยากเย็นแสนเข็ญ ก่อนจะเหลือบมองคนฝั่งตรงข้ามที่กำลังจดจ้องเธออยู่ก่อนแล้วอย่างไม่วางตา "มองอะไรคะ หน้าฉันมีรอยหมึกพิมพ์แปลนบ้านติดอยู่หรือไง" เธอถามเสียงห้วน พยายามกลบเกลื่อนความวูบไหวแปลกๆ ในอก "เปล่าครับ แค่กำลังคิดว่า... เวลาที่คุณทำหน้าดื้อๆ แบบนี้ มันน่ารำคาญดีแท้" ศิลาตอบหน้าตาย แต่ริมฝีปากหยักกลับยกยิ้มขึ้นอย่างปิดไม่มิด "ปากเสีย!" พริมาค้อนให้วงใหญ่ ก่อนจะหันไปสั่งสเต็กเนื้อ Medium Rare กับพนักงานด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ขณะที่ศิลาสั่งไวน์แดงวินเทจชั้นดีและอาหารเรียกน้ำย่อยอีกสองสามอย่าง เมื่ออาหารเริ่มทยอยเสิร์ฟลงบนโต๊ะ แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมระย้าคريสทัลก็ช่วยขับเน้นบรรยากาศให้มื้อค่ำนี้กลายเป็น 'เดท' กลายๆ โดยที่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากปฏิเสธความจริงข้อนั้น บทสนทนาเรื่องงานเริ่มเจือจางลง ถูกแทนที่ด้วยการหยอกล้อเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่พริมามักจะเป็นฝ่ายเปิดฉากปะทะ ส่วนศิลาก็พร้อมจะต้อนเธอด้วยคำพูดเชือดเฉือนแต่แฝงความใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างแนบเนียน "กินเลอะเป็นเด็กไปได้" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมกับที่ปลายนิ้วแข็งแรงเอื้อมข้ามโต๊ะมาอย่างรวดเร็ว นิ้วหัวแม่มือของสถาปนิกหนุ่มเกลี่ยเบาๆ ที่มุมปากอิ่มของหญิงสาวเพื่อเช็ดคราบซอสสีเข้มออกให้ พริมาสะดุ้งสุดตัว ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ ช็อตเข้าที่กลางใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจระคนเขินอาย ศิลาเองก็ดูเหมือนจะเพิ่งรู้ตัวว่าทำอะไรลงไป เขาชักมือกลับช้าๆ ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงจางๆ ที่ข้างแก้มอย่างหาได้ยากยิ่ง แต่ยังคงตีสีหน้าขรึมกลบเกลื่อนความปั่นป่วนในอก "อะ... ไรของคุณเนี่ย มือไม้ไม่ ฯลฯ" พริมาเสียงสั่น หลบสายตาวับWawที่มองมาอย่างลึกซึ้งเกินกว่าจะรับไหว แต่ก่อนที่บรรยากาศหวานอมเปรี้ยวชวนจิกหมอนจะได้ดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเงาที่ทาบทับลงมาบนโต๊ะอาหารก็ทำให้ทั้งคู่ต้องหันขวากับไปมองพร้อมกัน "อ้าวน้องศิลา! บังเอิญจังเลยนะคะ ไม่คิดว่าจะมาเจอสถาปนิกคนเก่งที่นี่... แล้วนี่... มากับใครคะเนี่ย?" น้ำเสียงแหลมสูงที่คุ้นหูดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของ ‘ลลิล’ ลูกค้าสาวไฮโซเจ้าของโปรเจกต์บ้านหรูที่ศิลาเพิ่งปฏิเสธงานไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ที่กำลังยืนส่งยิ้มหวานเยิ้มมาให้ พร้อมกับสายตาที่มองพริมาด้วยความประเมินและไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย ศิลาขมวดคิ้วมุ่นทันที รังสีความหงุดหرضแผ่ซ่านออกจากตัวเขาอย่างชัดเจน ขณะที่พริมาหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มแสบคันผุดขึ้นที่มุมปากทันทีเมื่อรู้ว่าความสงบสุขในค่ำคืนนี้ได้จบลงแล้วอย่างเป็นทางการ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้กับความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอนหัวใจแล้วนะคะ - เหมยฮวาแรกแย้ม
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%