กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความเงียบงันในยามดึกดื่น แผ่ซ่านปกคลุมห้องทำงานสถาปนิกบนชั้นสามสิบของตึกระฟ้า
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่ตีตื้นขึ้นมา ดวงตาคมปลาบจ้องมองญาติสาวตัวแสบด้วยความคาดโทษอย่างชัดเจน ก่อนที่ร่างสูงสง่าในชุดเชิ้ตพับแขนจะสะบัดหน้าหนี แล้วก้าวเดินหายลับไปทางระเบียงด้านนอก เพื่อเปิดโอกาสให้ความโกลาหลในใจได้สงบลงตามลำพัง
เหลือเพียงพริมาที่ยืนอยู่กลางห้อง ท่ามกลางกองแบบแปลนและโมเดลจำลองอาคารที่ระเกะระะ หญิงสาวถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก ปนกับความรู้สึกผิดเล็กน้อยที่แล่นริ้วขึ้นมาในอก เธอไม่ได้ตั้งใจจะก้าวก่ายพื้นที่ส่วนตัวของเขาให้มันเลยเถอะขนาดนี้ แต่ความอยากรู้อยากเห็นในฐานะนักเขียนบทผู้เสพติดการขุดคุ้ยปมมนุษย์ มันมักจะสั่งการให้มือเร็วกว่าสมองเสมอ
ดวงตากลมโตสודประกายวาววับ กวาดมองไปรอบโต๊ะทำงานที่จัดระเบียบอย่างเนียบกริบราวกับทหารเกณฑ์ ทว่า สายตากลับสะดุดเข้ากับลิ้นชักชั้นล่างสุดที่ปิดไม่สนิท มีกระดาษมุมสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าโผล่อออกมาเล็กน้อย ราวกับมันกำลังกระซิบเรียกให้เธอเข้าไปค้นหาความลับที่ถูกฝังกลบไว้
"อุ๊ย... ขออนุญาตนะคะคุณสถาปนิกจอมเผด็จการ"
พริมาพึมพำกับตัวเองเบาๆ มือบางเอื้อมไปดึงลิ้นชักนั้นออกอย่างระมัดระวัง เสียงไม้เสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดท่ามกลางความเงียบงัน ด้านในสุดไม่ได้มีเพียงแค่เอกสารโครงการก่อสร้างอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันคือสมุดปกหนังสีดำสนิทที่ขอบกระดาษเริ่มเหลืองกรอบตามกาลเวลา
สมุดไดอารี่เล่มหนาที่ถูกล็อกกุญแจรหัสไว้... แต่โชคดีที่ตัวเลขสามหลักถูกแปะโน้ตเตือนความจำไว้ด้วยลายมือหวัดๆ ของเจ้าตัว—วันเกิดของเขาเอง
หญิงสาวกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะหมุนรหัสปลดล็อก 'คลิก' เสียงกลไกเล็กๆ ดังขึ้นเบาๆ แต่กลับดังสะท้อนก้องในโสตประสาทของเธอ
สมุดบันทึกถูกเปิดออกอย่างไร้เสียง หน้ากระดาษแรกปรากฏลายมือระเบียบเรียบร้อยต่างจากโน้ตเตือนความจำลิบลับ มันคือบันทึกข้อความเมื่อสิบปีก่อน วันที่โลกทั้งใบของเด็กหนุ่มชื่อศิลาพังทลายลง
*‘วันที่ 14 ตุลาคม... แม่บอกว่าบ้านเราจะสวยที่สุดในซอย บ้านที่พ่อกับผมช่วยกันร่างแบบ แต่วันนี้ไม่มีพ่ออีกแล้ว และไม่มีแม้แต่ร่องรอยของรอยยิ้ม’*
พริมาอ่านทวนประโยคเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความแสบคันและความสนุกสนานในการป่วนประสาทเขาเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความหนาบหน่วงที่เกาะกุมก้นบึ้งหัวใจ ภาพจำของศิลาผู้ชายปากร้าย เย่อหยิ่ง และถือดีในศักดิ์ศรีตลอดเวลา ถูกทับซ้อนด้วยภาพของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ คนหนึ่งที่กำลังยืนมองซากปรักหักพังของครอบครัว
เธอกวาดสายตาอ่านหน้าถัดไปอย่างรวดเร็ว ลายมือเริ่มหวัดและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ ตามแรงอารมณ์ในอดีต
*‘ผมเกลียดความไม่สมบูรณ์แบบ เพราะความผิดพลาดเพียงนิดเดียวในงานออกแบบ มันพรากคนที่ผมรักไปตลอดกาล ถ้าวันนั้นพ่อรอบคอบกว่านี้ ถ้าเส้นสายพวกนั้นมันถูกต้อง... ทุกอย่างคงไม่จบลงที่โศกนาฏกรรม’*
นี่เองคือปมเบื้องหลังกำแพงน้ำแข็งหนาทึบที่เขาสร้างขึ้นมา! ศิลาไม่ได้เป็นพวกเจ้าระเบียบเพราะโรคย้ำคิดย้ำทำ แต่เขากลัว... กลัวความผิดพลาดที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตและคนที่รัก ความสมบูรณ์แบบจึงกลายเป็นเกราะป้องกันอันเปราะบางที่เขาใช้ห่อหุ้มหัวใจที่แตกสลายเอาไว้
"สนุกมากไหมครับกับการละเมิดความเป็นส่วนตัวของคนอื่น?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากด้านหลัง ทำเอาพริมาสะดุ้งสุดตัว สมุดไดอารี่ในมือเกือบหลุดร่วงลงพื้น หญิงสาวรีบหันขวับกลับไปเผชิญหน้า หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล
ศิลายืนกอดอกพิงกรอบประตูกระจก ใบหน้าหล่อเหลาเรียบตึงไร้รอยยิ้ม แววตาคมกริบมองตรงมาที่สมุดในมือเธอด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล บรรยากาศรอบตัวอึมครึมและกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
"ฉัน..." พริมาอ้าปากค้าง สมองที่เคยฉลาดเป็นกรดและมีคำพูดโต้เถียงแพรวพราว กลับตีบตันลงอย่างกะทันหัน เธอเห็นร่องรอยความเจ็บปวดที่ฉาบอยู่ใต้แววตานั้นแวบหนึ่ง ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาตามเดิม
"วางมันลงซะ พริมา" ศิลาพูดเสียงเรียบเย็น แต่ทุุกคำหนักแน่นราวกับค้อนที่ทุบลงกลางใจ "แล้วออกไปจากห้องของผม ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนไปมากกว่านี้"
"คุณศิลา... ฉันไม่ได้ตั้งใจจะ..."
"ผมบอกให้วาง!" เสียงเขากระแทกใส่เธออย่างไม่ไว้หน้า ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็ว กลิ่นกายสะอาดผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะทะจมูก พริมาผถอยหลังกรูดจนสะโพชนิดติดกับขอบโต๊ะทำงาน ไร้ทางหนี
ศิลาใช้มือข้างหนึ่งยันขอบโต๊ะไว้ กักตัวเธอให้อยู่ในอาณัติ ดวงตาคมก้มลงมองใบหน้าที่ซีดเผือดลงเล็กน้อยของหญิงสาว ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ข้างแก้ม
ทว่า ในวินาทีที่พริมาเงยหน้าขึ้นสบตาเขาเพื่อจะเอ่ยคำขอโทษ ท้องฟ้าด้านนอกระเบียงก็สว่างวาบด้วยแสงแฟลชจากพายุฝนที่ตั้งเค้ามานาน เสียงคำรามของฟ้าผ่าสนั่นหวั่นไหวตามมาติดๆ
พรึบ!
ไฟในตึกระฟ้าดับวูบลงพร้อมกันทุกชั้น ความมืดมิดกลืนกินห้องทำงานกว้างใหญ่จนมองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วของตัวเอง มีเพียงแสงไฟนีออนกะพริบจากตึกฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องเข้ามาเป็นระยะ ทำให้เห็นเงาร่างของเขาสองคนแนบชิดกันยิ่งกว่าเดิม
ลมหายใจของศิลาสะดุดกึกเมื่อริมฝีปากของเขาเกือบจะสัมผัสกับเส้นผมของเธอในความมืด และก่อนที่ใครจะได้ทันตั้งตัว มือหนากลับคว้าข้อมือเล็กที่ถือไดอารี่อยู่ กดมันแนบลงกับอกแกร่งของเขา
เสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามของชายหนุ่มดังสะท้อนผ่านฝ่ามือเธอ ชัดเจนยิ่งกว่าเสียงฝนที่กำลังถלטกระหน่ำอยู่นอกกระจก
"คุณรู้ไหมพริมา..." เสียงกระซิบพร่าต่ำดังชิดริมหู มากเสียจนขนอ่อนลุกชันไปทั้งร่าง "ว่าการขุดคุ้ยความลับของผม... มันมีราคาที่เธอต้องจ่ายแพงมากแค่ไหน"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและคอยส่งกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 13
ความลับใต้โต๊ะทำงาน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!