กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับความตึงเครียดระดับสิบแอมป์ลอยอบอวลอยู่ทั่วห้องทำงานสถาปัตยกรรมยามค่ำคืน เสียงแป้นพิมพ์ดีดรัวเร็วดั่งจังหวะหัวใจที่เต้นผิดระเบียบของศิลา ทว่าคนตัวสูงในเสื้อเชิ้ตพับแขนจนเห็นเส้นเลือดปูดโปนกลับไม่ได้สนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้าเลยสักนิด... ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากำลังจ้องเขม็งมายังร่างระหงของพริมาที่ถือวิสาสะหยิบแฟ้มแบบแปลนโครงการล่าสุดขึ้นมาพลิกดูหน้าตาเฉย
“ใครอนุญาตให้แตะต้องกระดาษพวกนั้น?”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทันทีที่พริมาทำท่าจะเปิดหน้าถัดไป มันไม่ใช่คำถาม แต่เป็นประกาศิตจากผู้ชายจอมเผด็จการที่คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าโลก
“แหม คุณสถาปนิกขา ฉันแค่อ่านประเมินโครงสร้าง ไม่ได้จะเอาไปเผาไฟเล่นสักหน่อย” พริมาลอยหน้าลอยตาตอบ น้ำเสียงเจือความแสบคันที่พร้อมจะกวนประสาทเขาให้สติหลุดได้ทุกเมื่อ เธอยกยิ้มมุมปากอย่างผู้เหนือกว่า “อีกอย่าง... ไหนคุณบอกว่าจะมา ‘ทวงสิทธิ์’ อะไรนั่นไม่ใช่เหรอคะ? นั่งพิมพ์งานหน้าเครียดอยู่แบบนี้ หรือว่าหมดมุกจะเล่นแล้วล่ะ?”
ศิลาขบกรามแน่นจนสันกรามขึ้นเป็น The Muscle ชายหนุ่มผุดลุกขึ้นเต็มความสูง แรงอัดอั้นจากประโยคท้าทายเมื่อคืนยังคงตีรวนอยู่ในอกจนน่าหงุดหงิด เขาก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาประชิดตัวหญิงสาวอย่างรวดเร็ว ชนิดที่เรียกว่าไม่เว้นแม้แต่ช่องว่างให้อากาศหายใจ พริมาสะดุ้งเล็กน้อยโดยสัญชาตญาณเมื่อแผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นวางหนังสือบิวท์อินเต็มแรง แต่ใบหน้าสวยเชิดกลับยังคงรอยยิ้มท้าทายไว้ได้อย่างเหนียวแน่น แม้หัวใจในอกจะเต้นรัวโครมครามจนแทบกระเด็นออกมาข้างนอกแล้วก็ตาม
“ปากเก่งนักนะพริมา...” ศิลาโน้มตัวลงมา กักขังเธอไว้ระหว่างวงแขนแกร่งที่ทาบลงบนชั้นหนังสือทั้งสองข้าง ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดอยู่ข้างแก้มเนียน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นเมนทอลอ่อน ๆ ทำเอาสติของนักเขียนสาวเกือบกระเจิง “คิดว่าตัวเองแน่มากใช่ไหมที่กล้าท้าทายผมในพื้นที่ของผมเอง?”
“ก็ไม่ได้คิดว่าแน่อะไรค่ะ... แค่คิดว่าคุณ ‘ปากแข็ง’ เกินกว่าจะทำอย่างที่พูดต่างหาก” เธอกล้าสบตาเขาตรง ๆ แม้ขาสองข้างจะเริ่มสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นปนหวาดหวั่น “ไหนล่ะคะสิทธิ์ที่คุณว่า? ไหนล่ะความเด็ดขาดที่คุณขู่ฉันไว้เมื่อตอนเย็น? ถ้าทำไม่ได้อย่างที่ปากพูด ก็กรุณาถอยออกไป ฉันจะกลับบ้าน!”
คำว่า ‘กลับบ้าน’ หลุดออกจากปากเธอได้ไม่เต็มเสียงดีนัก เมื่อศิลาขยับตัวเข้ามาใกล้เสียจนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน แววตาของสถาปนิกหนุ่มในเวลานี้ไม่ได้ฉายแววโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับลุกโชนไปด้วยประกายไฟบางอย่างที่ร้อนแรงและอันตรายยิ่งกว่าเดิม
“ใครบอกว่าผมจะปล่อยให้คุณกลับ?” ศิลาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ปลายนิ้วเรียวที่เคยจับแต่ดินสอเขียนแบบ เอื้อมขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาคลอเคลียแก้มใสของเธออย่างเบามือ สัมผัสนั้นแผ่วเบาจนขัดแย้งกับแววตาดุดันโดยสิ้นเชิง “คุณเป็นคนเปิดเกมนี้เองนะพริมา... อย่ามาทำเป็นเก่งในตอนที่ผมกำลังจะเอาคืน”
“ฉันเปล่าเปิด—”
คำพูดของเธอถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อศิลาโน้มใบหน้าลงมาปิดกั้นริมฝีปากที่เอาแต่เถียงไม่หยุดยั้งของเธออย่างอุกอาจและรวดเร็ว สัมผัสแรกไม่ใช่ความอ่อนโยน แต่เป็นความดุดันและเอาแต่ใจที่สะสมความอัดอั้นมาตลอดทั้งวัน ริมฝีปากหยักลึกบดขยี้กลีบปากนุ่มด้วยความหมั่นไสวผสมผสานกับความโหยหาที่เจ้าตัวพยายามปฏิเสธมาตลอด พริมาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ สมองขาวโพลนไปหมด ชั่วขณะหนึ่งเธอพยายามจะยกมือขึ้นดันแผงอกแกร่งให้ออกห่าง แต่ทว่า... ปฏิกิริยาทางร่างกายกลับทรยศคำสั่งของสมองอย่างสิ้นเชิง เมื่อปลายนิ้วเรียวของเธอกลับขยุ้มสาบเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว แรงปะทะที่ควรจะมีมลายหายไปสิ้น กลายเป็นความอ่อนยวบยาบที่ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายชี้นำเกมรักอันป่าเถื่อนนี้ตามอำเภอใจ
ศิลารับรู้ได้ถึงแรงตอบสนองที่สั่นเทาแต่ยอมจำนนในคราวเดียวกัน ความโกรธขึงเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความหอมหวานที่ทำให้เขาไม่อยากถอนริมฝีปากออกไปชั่วนิรันดร์ มือหนาเคลื่อนจากปอยผมลงมาโอบกระชับเอวบางเข้าหาตัวแนบแน่น ราวกับต้องการหลอมรวมร่างของเธอให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ลมหายใจหอบกระชั้นประสานกันเป็นจังหวะเดียวในความเงียบงันของห้องทำงาน
แต่ทว่า... ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำและดึงดูดใจจนเกินต้านทาน
*กริ๊ก... แอ๊ดดด—!*
เสียงปลดล็อกรหัสประตูห้องทำงาน ตามด้วยบานประตูไม้เนื้อดีที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ทำเอาทั้งสองคนผละออกจากกันแทบไม่ทัน พริมาหอบหายใจโยนตัวไปพิงชั้นหนังสือหน้าแดงก่ำ ขณะที่ศิลาหันขวับไปมองผู้บุกรุกด้วยสายตาดุดانที่พร้อมจะฆ่าคนได้คั้นตาย
“อ้าว... ตายจริง พี่รบกวนเวลาสวีตของคู่รักข้าวใหม่ปลามันหรือเปล่าคะเนี่ย?”
เสียงหวานหยดย้อยของ ‘พิมพ์ชนก’ ลูกพี่ลูกน้องสาวสวยเซ็กซี่ของศิลา ซึ่งควบตำแหน่งผู้บริหารร่วมบริษัทสถาปัตยกรรมดัง ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งมาแซวไม่หยุด พิมพ์ชนกยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยท่าทางสบายอารมณ์ ดวงตาคู่สวยกวาดมองสภาพกระเซอะกระเซิงของทั้งคู่ด้วยความขบขัน “พอดีเอกสารด่วนตัวนี้ท่านประธานฝากให้ศิลารีบเซ็นด่วน... เอ... หรือจะให้พี่วางไว้แล้วออกไปก่อนดีคะ? ดูท่าทางน้องศิลาคงไม่ได้อยากเซ็นกระดาษแถวนี้แล้วล่ะมั้ง อยาก ‘เซ็นสัญญา’ อย่างอื่นมากกว่ารึเปล่าหึ?”
ศิลาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่ตีตื้นขึ้นมา ดวงตาคมปลาบจ้องมองญาติสาวตัวแสบด้วยความคาดโทษอย่างชัดเจน
*ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนนิยายเรื่องนี้ด้วยหัวใจนะคะ*
แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 12
โลกของคนปากแข็ง
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!