แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 14

คืนที่ฝนพรำและคำสารภาพ

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
หยดน้ำฝนด้านนอกสาดซัดกระทบกระจกบานใหญ่ของห้องทำงานสถาปนิกราวกับเสียงกลองศึกที่เร่งเร้าจังหวะหัวใจให้เต้นผิดระเบียบ แรงลมกรรโชกยามค่ำคืนพัดพาเอาความเย็นยะเยือกเข้ามาเกาะกุมบรรยากาศภายในห้องจนแทบหายใจไม่ออก ทว่าความหนาวเหน็บข้างนอกนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความร้อนผ่าวที่แผ่ซ่านอยู่บริเวณลำคอระหง เมื่อคำพูดท้าทายจากตอนที่แล้วยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ระหว่างเราสองคน "คุณรู้ไหมพริมา..." เสียงกระซิบพร่าต่ำที่แนบชิดอยู่ข้างใบหูเมื่อครู่ ยังทิ้งร่องรอยความสั่นสะเทือนไว้บนผิวเนื้อราวกับกระแสไฟฟ้าแรงสูง พริมาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงกลับคืนมา หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น พยายามฝืนตีสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่หัวใจดวงน้อยกำลังเต้นระรัวราวกับกลองเพลในอก ร่างบางขยับตัวถอยหลังทีละน้อย ทว่าแผ่นหลังกลับชนเข้ากับชั้นวางหนังสือบิวต์อินไม้สักทองอย่างจัง ไม่มีทางหนี... ช่องว่างระหว่างเราถูกบีบให้แคบลงจนแทบไม่เหลืออากาศให้หายใจ ศิลาก้าวเข้ามาประชิดตัวในระยะประชิด มือหนายันลงกับขอบชั้นหนังสือข้างศีรษะของเธอ เป็นการกักกันตัวไว้อย่างเบ็ดเสร็จโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาคู่นั้นจ้องมองเธอเขม็ง แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความดุดันและคำคาดคั้นที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจุล แต่ในขณะเดียวกัน มันกลับซ่อนประกายความหวั่นไหวบางเบาที่ยากจะปิดมิด "ถอยไปเลยนะคุณศิลา" พริมาเชิดหน้าขึ้น แม้เสียงจะสั่นเล็กน้อยแต่เธอก็ไม่ยอมแสดงความอ่อนแอออกมาให้เขาเห็นเด็ดขาด นิ้วเรียวจิ้มลงบนอกแกร่งเบาๆ เพื่อเป็นการประท้วง "พูดจาชวนเข้าใจผิดเก่งเป็นที่หนึ่งเลยนะคะ บอสใหญ่แห่งสถาปนิกผู้เจ้าระเบียบกลายร่างมาเป็นนักขู่กรรโชกตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" "ผมไม่ได้ขู่..." ศิลาตอบเสียงต่ำ ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นกาแฟอ่อนๆ ปัดผ่านแก้มเนียน ทำให้พริมาต้องหลบสายตาโดยอัตโนมัติ "ผมพูดจริง และราคาที่เธอต้องจ่าย... เธอก็รู้อยู่แก่ใจ" "ฉันไม่รู้!" เถียงกลับทันควันพร้อมกับเอียงคอหนีสัมผัสใกล้ชิด "ฉันเป็นนักเขียนนะ อาชีพฉันคือการขุดคุ้ยความจริง หาข้อมูลมาเขียนแบบแปลนชีวิตของตัวละครให้สมจริงที่สุด ถ้าคุณมีความลับดำมืดอะไรซ่อนอยู่ ก็ถือว่าฉันทำหน้าที่บกพร่องไม่ได้หรอกน่า" "ตัวละครในนิยายของเธอมันคงไม่มานั่งจุ้นจ้านเรื่องส่วนตัวของสถาปนิกปากร้ายอย่างผมหรอกจริงไหม" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันที่มุมปากนั้นช่างน่าหมั่นไส้เสียเหลือเกิน "แต่เธอกลับล้ำเส้นเข้ามาในอาณาเขตของผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า พริมา... เธอกำลังเล่นกับไฟรู้ตัวบ้างไหม" "ไฟเหรอคะ?" หญิงสาวเลิกคิ้วท้าทาย ความแสบคันในตัวเริ่มทำงานเมื่อเห็นท่าทีเย่อหยิ่งของคนตรงหน้า "ขอโทษทีเถอะค่ะคุณสถาปนิก ฉันไม่ใช่แมลงเม่าบินเข้ากองไฟสักหน่อย ฉันนี่แหละคือคนที่จะเป็นคนดับไฟในตัวคุณเอง!" สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรอบตัวก็ราวกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่งงัน ท่ามกลางเสียงฟ้าคำรามลั่นสนั่นหวั่นไหวข้างนอก สายฝนที่เทกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงราวกับพยายามกลบเกลื่อนเสียงหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามของคนทั้งคู่ ศิลาไม่ได้ตอบโต้ด้วยวาจาเช่นเคย ทว่าแววตาที่มองมากลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความโกรธเคืองเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงประกายความลึกซึ้งบางอย่างที่อ่านไม่ออก นิ้วเรียวแกร่งของสถาปนิกหนุ่มค่อยๆ เคลื่อนมาแตะที่ปลายคางของเธออย่างแผ่วเบา สัมผัสอุ่นจัดนั้นทำให้พริมาสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนประหลาดใจ เพราะนี่คือครั้งแรก... ครั้งแรกที่ศิลาแสดงความอ่อนโยนและจงใจแตะต้องเธอด้วยความรู้สึกที่มากกว่าการต่อunปากต่อคำ "ดื้อด้าน..." ศิลาพึมพำออกมาเบาๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวกลับเจือความอ่อนระโหยและเว้าวอนอย่างประหลาด "ปากเก่งแบบนี้... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ทำให้ผมต้องมานั่งปวดหัวอยู่กับผู้หญิงอย่างเธอ" "คุณศิลา..." พริมาครางชื่อเขาแผ่วเบา สติสัมปชัญญะที่เคยมีเริ่มกระเจิดกระเจิงไปทีละน้อยเมื่อใบหน้าคมคายนั้นค่อยๆ โน้มต่ำลงมาเรื่อยๆ ช่องว่างระหว่างริมฝีปากลดระยะลงเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตร กลิ่นอายความเป็นผู้ชายและความเย้ายวนในยามวิกาลทำให้สติของเธอพร่าเลือน หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก พริมาหลับตาลงช้าๆ รอรับสัมผัสที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าในวินาทีที่ปลายจมูกของเราเกือบจะสัมผัสกันอยู่รอมร่อ— *กริ๊งงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของศิลาก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างไม่รู้กาลเทศะ ศิลาชะงักกึก สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสีย ก่อนจะถอยร่นตัวกลับไปอย่างจำใจ เขากดตัดสายทิ้งด้วยใบหน้าบึ้งตึงสุดขีด พริมาลืมตาขึ้น หอบหายใจถี่กระชั้น ใบหน้าร้อนผ่าวแดงก่ำด้วยความเขินอายที่เกือบจะเผลอใจไปกับเสน่ห์ร้ายกาจของสถาปนิกหนุ่มเข้าให้แล้ว "เอ่อ..." พริมาพยายามกระแอมไอเพื่อแก้เก้อ มือเล็กดันอกเขาเบาๆ "โทรศัพท์... เผื่อว่าเป็นเรื่องงานด่วนนะคะคุณศิลา" ศิลาขมวดคิ้วมุ่น กำโทรศัพท์ในมือแน่นด้วยความหงุดหงิด เขากำลังจะ... เกือบจะได้คำตอบที่ค้างคาใจอยู่แล้วเชียว ดวงตาคมกริบตวัดกลับมามองหญิงสาวที่กำลังพยายามหลบสายตาหนีความจริง "เรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว เดี๋ยวค่อยเคลียร์กันทีหลัง" ศิลาพูดเสียงลอดไรฟัน ทว่ายังไม่ทันที่พริมาจะได้เอ่ยปากเถียงอะไรกลับไป เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแรงผลักประตูกระจกห้องทำงานก็ดังขึ้นเสียก่อน *ปัง!* "พี่ศิลาคะ! แย่แล้วค่ะ เกิดเรื่องใหญ่ที่ไซต์งานฝั่งตะวันออก..." เสียงหวานใสของหญิงสาวอีกคนดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบ พร้อมกับร่างระหงในชุดเสื้อโค้ทเปียกปอนที่ก้าวพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต พริมาหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที และเมื่อเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัดเจน หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเขินอายเมื่อครู่ก็หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม รี้ดเดอร์คะ... ความลับที่ศิลาพยายามปกปิดกำลังจะถูกเปิดเผย พร้อมกับบุคคลที่ไม่คาดฝันที่ก้าวเข้ามาในคืนฝนพรำนี้! กดอ่านตอนต่อไปกันเลยนะคะ รับรองว่าเดือดแน่นอนค่ะ! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างและสนับสนุน "เหมยฮวาแรกแย้ม" มาโดยตลอดนะคะ
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%