แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 15

เมื่อความซึนทำงานเต็มระบบ

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
กลิ่นอายความเย็นชื้นของหยดน้ำฝนที่เกาะพราวอยู่บนชายเสื้อโค้ทเนื้อหนายังไม่จางหายไปจากห้องรับแขก แต่สิ่งที่เย็นเยียบยิ่งกว่ากลับเป็นบรรยากาศที่ถูกแช่แข็งด้วยสายตาของศิลา สถาปนิกหนุ่มอัจฉริยะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี้ยบและวาจาเชือดเฉือน บัดนี้เขายืนกอดอกนิ่งสนิท ใบหน้าคมคายเรียบตึงจนแทบจะกลายเป็นหินผา ดวงตาคู่คมที่เมื่อคืนยังฉายแววความอ่อนโยนและรุ่มร้อนในยามที่กระซิบข้างหูของพริมา บัดนี้กลับราบเรียบไร้คลื่นอารมณ์ ราวกับเหตุการณ์แนบชิดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนเป็นเพียงภาพลวงตาในความฝัน หญิงสาวผู้มาใหม่—คนที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูด้วยสภาพเปียกปอน—ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจาก ‘ลลิน’ สถาปนิกสาวรุ่นน้องร่วมสำนักงานและอดีตคู่หมั้นทางพฤติกรรมที่ศิลามักจะเว้นระยะห่างมาโดยตลอด ดวงตากลมโตของลลินกวาดมองพริมาตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาไหวระริก ก่อนจะตวัดกลับมามองศิลาที่มีร่องรอยความหงุดหงิดฉายชัดอยู่ระหว่างคิ้ว "พี่ศิลาคะ... ลินโทรหาพี่ตั้งแต่เมื่อคืนแล้วทำไมไม่รับสายคะ รู้ไหมว่าลินเป็นห่วงแค่ไหนที่รถล่มอยู่แถวนี้..." เสียงหวานเจือความตัดพอหลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทาเล็กน้อย ทว่าพริมากลับสัมผัสได้ถึงความจงใจบางอย่างในน้ำเสียงนั้น—ความพยายามที่จะประกาศความเป็นเจ้าของอย่างแนบเนียน พริมายืนตัวแข็งค้างอยู่กลางห้อง หัวใจที่เคยเต้นรัวด้วยความเขินอายจากสัมผัสอุ่นๆ ของศิลาเมื่อคืนนี้ ร่วงดิ่งลงสู่ก้นบึ้งด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันไม่ใช่ความหึงหวงแบบเด็กสาว แต่เป็นความสะอิดสะเอียนเล็กๆ ที่ต้องมาติดอยู่ท่ามกลางสามเส้าเร้นลับที่เธอยังไม่ได้อนุญาตให้ตัวเองก้าวเข้ามามีส่วนร่วมด้วยซ้ำ ศิลาไม่ตอบคำถามในทันที เขากวาดสายตาคมกริบมองลลินด้วยความรำคาญใจอย่างไม่ปิดบัง ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรงก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นชนิดที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนาวเยือกไปถึงไขกระดูก "ถ้าหมดธุระแล้ว ก็เชิญกลับไปครับ... อ้อ ไม่สิ เชิญกลับไปค่ะ พอดีบ้านหลังนี้ไม่ได้เปิดรับแขกยามวิกาล และผมก็ไม่มีนโยบายต้อนรับใครโดยไม่ได้รับนัด" คำพูดที่จงใจเน้นย้ำคำว่า ‘แขก’ และการไล่อย่างไม่ไว้หน้า ทำให้ลลินหน้าถอดสีทันที หญิงสาวเม้มปากแน่นด้วยความอับอายก่อนจะหันมามองพริมาด้วยสายตาที่เปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวขึ้นมาทันที "แล้วผู้หญิงคนนี้ล่ะคะ? พี่ศิลารับแขกคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงขนาดให้ค้างแรมกันถึงที่นี่เชียวรึคะ" ลลินแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ "แปลกนะคะ ปกติพี่ศิลาเกลียดความวุ่นวายและไม่เคยพาใครเหยียบเข้ามาในสตูดิโอส่วนตัวหลังนี้เลยสักคน... หรือว่าแบบแปลนรักฉบับใหม่ของนักเขียนบทชื่อดังคนนี้ จะทำให้สถาปนิกผู้เคร่งขรึมถึงกับยอมแหกกฎตัวเองกันแน่ล่ะคะ" พริมาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ สมองที่มักจะคิดพล็อตนิยายดราม่าเชือดเฉือนอยู่เสมอกลับทำงานฉับไวขึ้นมาในสถานการณ์จริง เธอไม่ได้ตกใจกลัว แต่ความท้าทายในสายเลือดนักเขียนบทสายลุยกำลังตื่นตัวอย่างเต็มพิกัด หญิงสาวก้าวเท้าเข้ามาข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มบางเบาแต่เปี่ยมด้วยความแสบคันถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างงดงาม "คุณลลินใช่ไหมคะ?" พริมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึก "เรื่องแบบแปลนรักน่ะ ฉันเป็นคนออกแบบโครงสร้างเองทั้งหมดค่ะ การจะให้ใครเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวหรือไม่นั้น... คงต้องถามเจ้าของบ้านตัวจริงเสียก่อนว่าเขายินดีต้อนรับ ‘แขกที่ไม่ได้รับเชิญ’ อย่างคุณหรือเปล่า ถึงได้ออกปากไล่ตะردเมื่อกู้นี้ไงคะ" บรรยากาศในห้องพลุกพล่านไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ ลลินหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัดที่โดนย้อนเกล็ดเข้าให้ ขณะที่ศิลาขมวดคิ้วมุ่นหนักกว่าเดิม รังสีความหงุดหงิดแผ่ซ่านออกจากตัวเขาจนน่ากลัว แต่แทนที่เขาจะปรามผู้หญิงคนใดคนหนึ่ง สถาปนิกหนุ่มกลับเลือกที่จะใช้วิธีที่เด็ดขาดและเย็นชาที่สุดเพื่อกลบเกลื่อนความวุ่นวายทั้งหมด—รวมถึงความรู้สึกว้าวุ่นในใจของตัวเองที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ "พอได้แล้วทั้งคู่!" ศิลาตวาดเสียงต่ำ ทรงพลังพอที่จะทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัดในเสี้ยววินาที ร่างสูงก้าวฉับๆ มายืนคั่นกลางระหว่างผู้หญิงทั้งสองคน ใบหน้าคมคายบึ้งตึง ดวงตาคู่คมมองตรงมาที่พริมาด้วยแววตาที่ว่างเปล่าอย่างจงใจ—แววตาที่ปฏิเสธความอ่อนโยนทั้งหมดที่เคยมีให้เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ราวกับต้องการขีดเส้นแบ่งเขตแดนใหม่อย่างชัดเจน "พริมา... คุณควรจะเก็บข้าวของแล้วกลับไปได้แล้ว งานของเราในส่วนของข้อมูลเบื้องต้นมันจบลงตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณจะต้องอยู่ต่อที่นี่อีก" คำพูดที่แสนจะไร้เยื่อใยนั้นทำให้พริมาถึงกับชะงัก รอยยิ้มแสบคันบนใบหน้าของเธอนิ่งค้างไปชั่วขณะ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบที่แล่นริ้วขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย นี่น่ะหรือคือวิธีที่เขาเลือกใช้เพื่อกลบเกลื่อนความจริง? การทำตัวเย็นชาและผลักไสเธอออกไปให้พ้นหน้า เพื่อหนีความจริงที่ว่าเขากำลังหวั่นไหวให้กับเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น ศิลากลอกตาหนีไปทางอื่น จงใจหลบสายตาที่กำลังมองตรงมายังเขาอย่างต้องการคำอธิบาย น้ำเสียงของเขายังคงแข็งกร้าวและห่างเหินราวกับคนแปลกหน้า "ส่วนคุณลลิน... เชิญกลับออกไปทางเดิม รถของคุณขวางทางเข้าออกอยู่ กรุณาเลื่อนออกไปด้วยครับ ผมไม่อยากให้พื้นที่ทำงานของผมต้องแปดเปื้อนความวุ่นวายไร้สาระ" พูดจบ ศิลาก็หมุนตัวเดินหนีกลับเข้าไปในห้องทำงานส่วนตัวทันทีโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับมามองผลงานแห่งความใจร้ายที่เขาก르ทิ้งไว้เบื้องหลัง ประตูห้องปิดลงเสียงดังสนั่นสะท้อนก้องไปทั่วโถงทางเดิน ลลินจ้องมองพริมาด้วยสายตาเย้ยหยันก่อนสะบัดหน้าพรวดพราดเดินออกไปจากบ้าน ทิ้งให้พริมายืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันและความเย็นชาที่อบอวลอยู่ในอากาศ หญิงสาวกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธระคนน้อยใจตีรวนขึ้นมาจนจุกอก เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายน้ำหอมของผู้ชายปากร้ายคนนั้น และบนโต๊ะทำงานใกล้ตัว... เอกสารแบบแปลนบ้านที่ศิลาเคยทำหล่นไว้เมื่อคืนยังมีรอยดินสอขีดเขียนแก้ไขด้วยลายมืออันเป็นเอกลักษณ์ พริมาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกพ่ายแพ้ ในเมื่อเขาอยากเล่นเกมเย็นชานัก เธอก็พร้อมจะสนองคืนให้สาสมเช่นกัน หญิงสาวก้าวเท้าเข้าไปใกล้ประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท มือเรียวยกขึ้นเตรียมจะเคาะเรียกให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเธอจะกระทบกับบานไม้ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงกลอนประตูด้านในที่ถูกปลดล็อกดังขึ้นกริ๊ก ก็ทำให้เธอต้องชะงัก ประตูห้องเปิดผางออกอย่างแรง ศิลากลับมายืนอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้ง ใบหน้าคมคายนั้นไม่ได้เรียบเฉยไร้อารมณ์เหมือนเมื่อครู่ หากแต่ดวงตากลับลุกโชนด้วยประกายบางอย่างที่อันตรายและร้อนแรงเสียยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่พริมาจะได้อ้าปากต่อว่าอะไร มือหนาก็คว้าหมับเข้าที่ข้อศอกของเธอแล้วดึงรั้งเข้าไปในห้อง ปิดประตูลงกลอนล็อกอย่างแน่นหนาในชั่วพริบตาเดียว แผ่นหลังบางของเธอชนเข้ากับบานประตูไม้เนื้อแข็งอย่างจัง ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะก้าวเข้าประชิดตัว กักขังเธอไว้ระหว่างอ้อมแขนและบานประตู ลมหายใจอุ่นร้อนที่รดรินอยู่ใกล้ชิดทำให้หัวใจของเธอเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก "คิดจะหนีไปไหน..." เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่ากระซิบชิดริมหู ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้ามาในดวงตาเธอนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยความเย็นชาเมื่อครู่นี้โดยสิ้นเชิง มีเพียงความซึนเดเระที่ระเบิดออกมาเต็มพิกัดจนน่าหมั่นไส้ "ในเมื่อคุณทำให้ผมเสียศูนย์ไปหมดแล้ว... อย่าหวังเลยว่าผมจะยอมปล่อยให้คุณเดินออกไปจากที่นี่ง่ายๆ พริมา" หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะฟินจิกหมอนและร่วมลุ้นไปกับความปากแข็งของพ่อสถาปนิกของเราในตอนนี้นะคะ! - เหมยฮวาแรกแย้ม -
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%