“คุณกำลังจะบอกว่า... สถาปนิกเจ้าของรางวัลระดับประเทศอย่างผม คำนวณระยะรับน้ำหนักของเสาค้ำยันผิดพลาดงั้นเหรอครับ พริมา?”
เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานส่วนตัวที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นไอของกระดาษเขียนแบบและกาแฟดำที่เย็นชืด เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากจอคอมพิวเตอร์ แต่ปลายนิ้วที่เคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบกลับแสดงถึงความคุกรุ่นที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากความเยือกเย็น
พริมาไม่ได้สะทกสะท้าน เธอวางม้วนแบบแปลนลงบนโต๊ะทำงานของเขาด้วยท่าทีนิ่งสงบ ก่อนจะใช้นิ้วชี้เรียวสวยจิ้มลงบนจุดที่เธอทำเครื่องหมายไว้ด้วยปากกาสีแดงสด
“ไม่ใช่แค่คำนวณพลาดค่ะศิลา แต่มันคือ ‘ความประมาท’ ของคนที่มีอีโก้สูงจนลืมมองความเป็นจริงไปว่า ถ้าโครงสร้างนี้สร้างขึ้นมาตามแบบที่เซ็นอนุมัติไปเมื่อเช้า อีกไม่เกินสามปี... ห้องโถงรับรองของโปรเจกต์นี้จะกลายเป็นกับดักมรณะ”
ศิลาชะงักกึก เขาหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความไม่พอใจ แต่ทว่าเมื่อเขามองไล่สายตาตามนิ้วมือของหญิงสาวที่สั่นระริกด้วยความโกรธอยู่บนแบบแปลน ความมั่นใจที่เคยมีก็เริ่มสั่นคลอนไปชั่วขณะ
เขาโน้มตัวเข้าไปใกล้ พยายามจะรวบรวมสมาธิเพ่งเล็งตัวเลขที่เขามั่นใจว่าตรวจสอบมาดีแล้ว แต่ลมหายใจของพริมาที่ปะทะเข้ากับข้างแก้มเขานั้นกลับทำให้สมาธิที่ควรจะมีกระเจิงไปหมด กลิ่นหอมจางๆ จากเรือนผมของเธอช่างขัดแย้งกับคำพูดแสบสันเมื่อครู่เหลือเกิน
“อย่ามาทำเป็นเนียนเบี่ยงประเด็นด้วยการมองหน้าฉัน” พริมาแค่นยิ้ม ขยับตัวเข้ามาประชิดจนเงาของเธอกลืนไปกับร่างสูงใหญ่ “คำนวณใหม่เดี๋ยวนี้ค่ะคุณสถาปนิก หรือจะให้ฉันช่วยเขียนบทนำในข่าวหน้าหนึ่งให้ไหมว่า ‘สถาปนิกอัจฉริยะพลาดท่า เพราะมัวแต่ทำตัวเป็นคุณชายผู้เย่อหยิ่ง’”
“ปากคอเราะร้ายไม่เปลี่ยนเลยนะ” ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ แต่แววตากลับฉายชัดว่าเขากำลังหวั่นไหว เขาคว้าข้อมือเธอไว้เบาๆ ไม่ให้เธอก้าวถอยหลัง “ถ้าฉันแก้ให้ แล้วมันดันถูกตามที่ฉันคิด... เธอจะยอมแลกด้วยอะไร?”
“ถ้าฉันผิด ฉันจะเลิกยุ่งเรื่องงานของคุณตลอดชีวิต” พริมาเชิดหน้าขึ้น ท้าทายด้วยแววตาที่ไม่มีวันยอมก้มหัว “แต่ถ้าฉันถูก... คุณต้องเลิกทำตัวเป็นพ่อแง่แม่งอน และเลิกแสดงท่าทีคลั่งรักผ่านการด่าทอฉันเสียที”
คำว่า ‘คลั่งรัก’ ทำให้หัวใจของศิลาเต้นผิดจังหวะ เขาชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะกดสายตามองริมฝีปากที่ขยับเจื้อยแจ้วนั่น ความโกรธที่เคยมีเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่จะปิดปากช่างเจรจานี้ให้เงียบลงด้วยวิธีของเขา
เขาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะสัมผัสกัน เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อย “งั้นก็ดูให้ดีๆ ว่าใครกันแน่ที่กำลังจะพลาด”
ศิลาหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมา กดตัวเลขอย่างรวดเร็วท่ามกลางความกดดันที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ทันใดนั้น รอยร้าวในแบบแปลนที่เขามั่นใจนักหนาก็ปรากฏชัดขึ้นมาจริงๆ ค่าความคลาดเคลื่อนที่เขาละเลยไปเพราะความมั่นใจในสัญชาตญาณตัวเองเพียงอย่างเดียว ทำให้เขาถึงกับนิ่งงันไป
พริมามองปฏิกิริยาของเขาแล้วก็ได้แต่ยิ้มเยาะ “เห็นไหมคะ? อัจฉริยะที่ไหนเขาก็พลาดได้ ถ้ามัวแต่เอาความมั่นใจไปไว้บนหอคอยงาช้าง”
ศิลาปล่อยมือจากข้อมือเธอ ความนิ่งเงียบเข้าครอบงำบรรยากาศจนเกือบจะหายใจไม่ออก เขาเงยหน้าขึ้นสบตาพริมาด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก ความโกรธเคืองที่เคยแสดงออกหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาที่ลึกซึ้งและร้อนแรงจนคนถูกมองต้องเผลอกลั้นหายใจ
“พริมา...” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ทำให้ระยะห่างระหว่างเขากับเธอกลายเป็นศูนย์ “ฉันยอมรับว่าพลาด... แต่นั่นไม่ได้แปลว่าฉันจะยอมปล่อยให้เธอไปจากชีวิตฉันง่ายๆ ตามข้อตกลงหรอกนะ”
เขายื่นมือไปเชยคางเธอขึ้นมา ให้เธอต้องจำยอมจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาที่เหมือนจะมีเปลวไฟซ่อนอยู่ ทว่าในจังหวะที่หัวใจของพริมาเริ่มเต้นระรัวอย่างควบคุมไม่ได้นั้นเอง
ปัง!
เสียงประตูห้องทำงานเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนัง พร้อมกับร่างของหญิงสาวสวยเฉี่ยวในชุดเดรสสีแดงเพลิงที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“ศิลา! ทำไมคุณไม่รับสายฉันเลย นี่คุณกำลังทำบ้าอะไรอยู่กับผู้หญิงคนนี้!”
ศิลาชะงักกึก เขายังคงไม่ปล่อยคางของพริมาออก ในขณะที่สายตาคมกริบเหลือบไปมองผู้มาเยือนด้วยความเย็นชาที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ พริมาเองก็ใจหายวาบเมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนนั้นคือ ‘นลิน’ อดีตคู่หมั้นที่ใครต่อใครต่างรู้ดีว่ามีอิทธิพลต่อชีวิตศิลามากแค่ไหน
นลินกวาดสายตามองทั้งสองคนด้วยความเกรี้ยวกราด ก่อนจะเดินตรงเข้ามาหาแล้วจ้องหน้าพริมาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเกลียดชัง “อย่าคิดนะว่าแค่ได้จับแบบแปลนของศิลา แล้วจะทำให้คุณกลายเป็นเจ้าของหัวใจเขาได้... เพราะสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ตอนนี้ มันก็แค่การฆ่าเวลาเท่านั้น!”
ความเงียบงันกลับมาเยือนอีกครั้ง คราวนี้มันหนักอึ้งและเต็มไปด้วยความร้าวฉาน ศิลาปล่อยมือจากคางของพริมาอย่างช้าๆ แววตาของเขาที่เคยมองพริมาด้วยความร้อนแรง บัดนี้กลับดูว่างเปล่าและเย็นเยียบอย่างน่าประหลาด
พริมาแค่นยิ้มที่มุมปาก ทั้งที่ใจข้างในรู้สึกเหมือนถูกของมีคมกรีดลึก เธอหันไปมองศิลาที่ยืนนิ่งราวกับรูปปั้น และเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่บาดลึกยิ่งกว่า
“ขอบคุณที่เตือนสติค่ะคุณนลิน... เพราะฉันเองก็เกือบจะลืมไปแล้วว่าสถาปนิกที่เก่งแต่เรื่องโครงสร้างน่ะ มักจะอ่อนแอเรื่องความรู้สึกเสมอ”
เธอกำลังจะหันหลังเดินออกจากห้องไป แต่ทว่ามือแกร่งของศิลาที่คว้าต้นแขนเธอไว้แน่นกลับรั้งร่างเธอไว้ไม่ให้ไปไหน
“เดี๋ยว...” เสียงของศิลาแหบพร่าและสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด “เธอห้ามไป... ฟังฉันก่อน พริมา!”
เหมยฮวาแรกแย้มขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงรอยร้าวในใจของทั้งคู่ในตอนนี้ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ!
แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 6
รอยร้าวในแบบแปลน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!