กลิ่นอุ่นๆ ของเอธิโอเปียคั่วกลางลอยวนอยู่เหนือโต๊ะไม้สักขัดเรียบ ตัดกับความเย็นยะเยือกของเครื่องปรับอากาศในร้านกาแฟซ่อนตัวย่านอารีย์ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงบจนได้ยินเสียงช้อนกระทบเซรามิกแผ่วเบา แต่บรรยากาศระหว่างคนสองคนที่นั่งเผชิญหน้ากันกลับเต็มไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะสกิดให้เกิดประกายไฟได้ทุกเมื่อ
"กาแฟแก้วนี้ราคาแพงกว่าค่าบล็อกคอนเทนต์ที่คุณเขียนวิจารณ์งานฉันเมื่อเดือนก่อนเสียอีกนะคะคุณพริมา" ศิลาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันเล็กน้อยตามวิสัย แต่นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตากลับไม่ได้ละไปจากใบหน้าของหญิงสาวเลยแม้แต่วินาทีเดียว
พริมาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววท้าทาย เธอไม่ได้สะทกสะท้านกับคำเหน็บแนมนั้นแม้แต่น้อย ปลายนิ้วเรียวสวยเคาะแก้วเซรามิกเบาๆ เป็นจังหวะ
"นั่นแสดงว่าฝีมือฉันราคาถูกเกินไป หรือไม่ก็รสนิยมกาแฟของคุณมันแพงระยับเกินความจำเป็นล่ะคะคุณสถาปนิก... เลือกเมล็ดพันธุ์ที่คั่วจนเกือบไหม้ รสชาติเปรี้ยวปลายลิ้นแบบนี้ มันสะท้อนรสนิยมความเจ็บปวดลึกๆ ในวัยเด็กหรือเปล่าคะ ถึงได้ชอบอะไรที่มันขมๆ ฝาดๆ แบบนี้"
ศิลาชะงักไปนิด มือที่กำลังจะหยิบแก้วกาแฟหยุดกลางอากาศ มุมปากหยักลึกกระตุกขึ้นอย่างนึกขัน ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปล่อยให้ร่างสูงสง่าดูผ่อนคลายขึ้น ทว่าแววตากลับคมปลาบยิ่งกว่าเดิม
"ปากคอเราะร้ายสมกับที่เป็นนักเขียนบทละครโทรทัศน์ดีนี่ครับ... อ้อ ขอโทษที ติดปากไปหน่อย พอดีช่วงนี้ต้องคุยกับพวกเด็กฝึกงานสมองกลวงบ่อยเกินไป" เขาจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ครับ' เพียงเพื่อจะกวนประสาทเธอเล่นโดยเฉพาะ
พริมาหรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มแสบคันผุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม เธอยื่นหน้าเข้าไปใกล้โต๊ะอีกนิด ลดเสียงลงเพื่อให้บทสนทนามีเพียงแค่คนสองคนได้ยิน
"ไม่ต้องมาทำเป็นเหน็บหรอกค่ะ ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้รังเกียจเด็กฝึกงานเหล่านั้นหรอก แต่คุณแค่รำคาญเวลาที่ใครทำงานได้ไม่เนี๊ยบดั่งใจต่างหาก... อาการย้ำคิดย้ำทำระดับนี้ ในทางจิตวิทยาเขาเรียกว่า 'โรคควบคุมความสมบูรณ์แบบระยะสุดท้าย' นะคะคุณศิลา ระวังผมจะร่วงก่อนวัยอันควรนะ"
ศิลาไม่โกรธ เขาเพียงแต่หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างพิจารณา ลึก
ลงไปในแววตาดุๆ คู่นั้น มีความประหลาดใจระคนทึ่งฉายชัดขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด ปกติแล้วไม่มีใครกล้าวิเคราะห์นิสัยใจคอของเขาต่อหน้าต่อตาแบบนี้ แถมยังวิเคราะห์ได้ตรงเผงเสียจนน่าหมั่นไส้
"ปากเก่ง..." สถาปนิกหนุ่มพึมพำเบาๆ ก่อนจะยกกาแฟขึ้นจิบเพื่อกลบเกลื่อนรอยยิ้มที่เกือบจะหลุดออกมา "แต่เรื่องจริงคือ คุณเองต่างหากที่กำลังพยายามหาข้ออ้างกลบเกลื่อนความล้มเหลวในการส่งต้นฉบับบทละครตอนล่าสุด... ผมได้ยินมาว่าผู้จัดคอมมานมาว่ามันยัง 'ขาดมิติของความสัมพันธ์' สินะครับ"
คำพูดนั้นจี้ถูกจุดดำมืดของพริมาเข้าอย่างจัง รอยยิ้มพะบู๊บนใบหน้าของเธอแข็งค้างไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนจะถูกกลบด้วยสีหน้าเรียบเฉยอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเธอจะซ่อนมันได้ดีแค่ไหน แต่ศิลากลับมองเห็นประกายความเครียดที่พาดผ่านดวงตาคู่นั้นทันที
"เรื่องงานของฉัน ไม่เกี่ยวกับรสนิยมกาแฟของคุณค่ะ" พริมาเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย
"เกี่ยวสิครับ" ศิลาวางแก้วกาแฟลง เสียงกระทบโต๊ะดังเบาๆ แต่เด็ดขาด ดวงตาคมกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยความใส่ใจในรายละเอียดที่แม้แต่เจ้าตัวก็อาจไม่รู้ตัว "เพราะคนที่จะเขียนเรื่องความรักให้ออกมาลึกซึ้งได้... อย่างน้อยที่สุด ต้องกล้าที่จะมองทะลุกรอบความระแวงของตัวเองเสียก่อน ไม่ใช่เอาแต่สร้างกำแพงหนาเตอะแล้วบอกว่าโลกนี้มันใจร้ายกับเรา"
บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที คำพูดเรียบๆ แต่เฉียบคมของชายหนุ่มราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากหน้ากากที่พริมาสวมไว้ออกอย่างไม่เหลือชิ้นดี หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เธออ้าปากจะเถียงกลับด้วยถ้อยคำเจ็บแสบตามนิสัย แต่พอมองสบเข้ากับดวงตาสีนิลที่ลึกล้ำและเต็มไปด้วยความจริงจังคู่นั้น คำพูดทั้งหมดก็ติดอยู่ที่ลำคอ
ไม่มีความเยาะเย้ยในแววตาของเขา มีเพียงความเข้าใจที่น่ากลัว... ความเข้าใจที่ทะลุทะลวงเข้ามาถึงตัวตนภายใต้เปลือกนอกที่แข็งกระด้างของเธอ
ศิลาเห็นเธอนิ่งไป ก็พลอยชะงัก ชายหนุ่มกระแอมเบาๆ เพื่อปรับบรรยากาศ นิ้วเรียวยาวเลื่อนจานขนมเค้กช็อกโกแลตหนาแน่นที่สั่งมาเผื่อ ไปตรงหน้าเธอ
"ทานซะหน่อยเถอะครับ น้ำตาลในเลือดต่ำจะทำให้สมรรถภาพในการเถียงผมลดลงครึ่งหนึ่ง... ผมไม่ชอบเอาเปรียบคนที่อาวุธไม่ครบมือ" น้ำเสียงของเขากลับมาเป็นโทนราบเรียบติดจะกวนประสาทตามเดิม แต่แววตาที่มองตามมือเธอนั้นกลับอ่อนโยนลงอย่างประหลาด
พริมากลืนก้อนสะอื้นเล็กๆ ลงคอ เธอปรายตามองเค้กช็อกโกแลตสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่เชิดขึ้นนิดๆ ตามฟอร์มของสถาปนิกปากร้าย แต่ริมฝีปากของเธอกลับคลี่ยิ้มออกมาบางเบa เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีความเยาะหยันปะปนอยู่เลยเป็นครั้งแรก
"ปากเสียเป็นที่หนึ่ง แต่ใจดีไม่เข้าเรื่อง... คุณนี่มันซับซ้อนกว่าแบบแปลนตึกระฟ้าสิบลานเสียอีกนะคะคุณศิลา"
"ผมถือว่าเป็นคำชมก็แล้วกัน..." ศิลาตอบรับด้วยการยักไหล่เบาๆ ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยประโยคต่อรองอะไรออกไป เสียงกระดิ่งลมเหนือประตูร้านกาแฟก็ดังขึ้นกรุ๊งกริ๊ง พร้อมกับการก้าวเข้ามาของร่างระหงในชุดสูทสีเพอร์เฟกต์ที่ทั้งพริมาและศิลาคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี
"อ้าวน้องพริมา น้องศิลา... บังเอิญจังเลยนะคะที่เห็นสถาปนิกมือหนึ่งกับนักเขียนมือทองมานั่งสวีท... เอ๊ย มาประชุมงานกันมุมนี้พอดี"
เสียงทุ้มหวานแต่แฝงความนัยของ 'คุณกานดา' บรรณาธิการบริหารคนเก่งดังขึ้น ทำเอาทั้งคู่ต้องหันขวับไปมองเป็นตาเดียว และในวินาทีที่สายตาของพริมาประสานเข้ากับเอกสารในมือของบรรณาธิการ ร่างบางก็แข็งทื่อไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคต่อมาที่ทำให้โลกทั้งใบแทบหยุดหมุน
"พอดีเลยค่ะพี่กำลังจะเอา 'พล็อตเสริม' ที่ผู้ลงทุนเพิ่งอนุมัติมาให้พวกคุณช่วยปรับแก้ด่วนที่สุด... ในเมื่อพวกคุณเคมีเข้ากันขนาดนี้แล้ว งั้นโปรเจกต์ 'แต่งงานหลอกๆ เพื่อบ้านในฝัน' นี้ รบกวนช่วยกันรับผิดชอบร่วมกันแบบตัวติดกัน 24 ชั่วโมงไปเลยแล้วกันนะคะ!"
- เหมยฮวาแรกแย้ม -
แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 5
บทสนทนาที่ไม่มีในสคริปต์
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!