“คุณเพิ่งทำแว่นหล่น... หรือว่าเพิ่งทำใจตัวเองร่วงกันแน่คะ คุณสถาปนิก?”
เสียงหวานที่แฝงไว้ด้วยความแสบคันของพริมาดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่บีบคั้นอยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของศิลา กลิ่นอายของไม้โอ๊คและกระดาษเขียนแบบราคาแพงไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับยิ่งขับเน้นความตึงเครียดให้เด่นชัดขึ้นเหมือนเส้นเชือกที่ถูกขึงจนตึงเปรี๊ยะ
ศิลาไม่ได้ตอบทันที เขาค่อยๆ ดันกรอบแว่นสายตากลับขึ้นไปบนสันจมูกโด่งสันคมด้วยท่าทีเชื่องช้า ดวงตาคู่คมหลังเลนส์ใสคู่นั้นวูบไหวเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่เย็นชาจนน่าหมั่นไส้เหมือนเช่นเคย
“เพ้อเจ้อ” เขาพ่นคำสั้นๆ ออกมา กระแสเสียงราบเรียบจนน่าตบ “สมองของคุณคงจะอัดแน่นไปด้วยบทละครน้ำเน่า จนแยกไม่ออกระหว่างจินตนาการกับความเป็นจริงแล้วมั้ง พริมา”
“เหรอคะ?” พริมาเลิกคิ้วเรียวสวยขึ้นข้างหนึ่ง เธอขยับกายเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเขาอีกก้าว ระยะห่างที่ลดลงทำให้เธอมองเห็นร่องรอยความประหม่าที่เขาซ่อนไว้ไม่มิดใต้ปลายนิ้วที่กำลังเคาะโต๊ะเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ “ถ้ามันเป็นเรื่องเพ้อเจ้อ แล้วทำไมแผนผังลับที่ฉันพบในแฟ้มลับนั่น ถึงมีลายมือของคุณกำกับไว้ว่า ‘จุดที่มองเห็นเธอชัดที่สุด’ ล่ะคะ?”
ศิลาชะงักไปจริงๆ รอบนี้เขาหันมาสบตาเธอตรงๆ ประกายในดวงตาของเขาไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือ ‘ความจนมุม’ ที่ถูกฉาบไว้ด้วยกำแพงหนาของความปากแข็ง เขาหัวเราะหึในลำคอ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนเธอกลายเป็นฝ่ายที่ต้องแหงนมอง
“ผมเป็นสถาปนิก” เขาโน้มตัวลงมาหาจนจมูกแทบจะแตะกัน กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จางๆ ของเขาโอบล้อมเธอไว้ “การจัดวางตำแหน่งที่นั่งเพื่อให้มองเห็น ‘องค์ประกอบ’ ทั้งหมดในพื้นที่ มันเป็นหน้าที่ของผม ไม่ใช่ความเสน่หา อย่าหลงตัวเองให้มากนักเลย”
พริมาไม่ได้ถอยหนี เธอแค่นยิ้ม ยิ้มที่ดูซุกซนและท้าทายจนศิลาต้องเม้มปากแน่น “องค์ประกอบเหรอคะ? แต่ทำไมในแบบร่างจำลอง มันถึงมีแค่ตำแหน่งที่นั่งของฉันตำแหน่งเดียวที่ถูกไฮไลต์ไว้ด้วยสีแดงสดล่ะคะคุณศิลา?”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ศิลาจ้องมองเธอราวกับจะค้นหาคำตอบในแววตานั้น ว่าเธอกำลังเล่นเกมหรือกำลังเริ่ม ‘รู้สึก’ อะไรบางอย่างขึ้นมาจริงๆ กันแน่ ภายในใจของเขามันเหมือนมีพายุหมุนวน ความอยากจะปฏิเสธให้สิ้นซากปะทะกับแรงดึงดูดมหาศาลที่อยากจะคว้าตัวหญิงสาวคนนี้มากอดให้หายแค้นที่เธอดันมาอ่านใจเขาออกเสียหมดเปลือก
“คุณมันก็แค่...” ศิลาลดระดับเสียงลงจนแหบพร่า “...ตัวปัญหาที่ชอบก้าวก่ายชีวิตคนอื่น”
“และคุณก็เป็นคนที่ชอบเก็บปัญหาไว้ใกล้ตัวที่สุดด้วยไม่ใช่เหรอคะ?”
พริมาเอื้อมมือไปแตะที่ปลายปกเสื้อเชิ้ตของเขาอย่างถือดี เธอไม่ได้หวังคำตอบหรอก แต่เธอต้องการเห็นอาการ ‘ซึนเดเระ’ ที่หลุดลอกออกมาให้ชัดกว่านี้ เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองในใจ... ทำไมเขาต้องทำดีกับเธอภายใต้หน้ากากดุๆ นี่? ทำไมต้องเป็นเขาที่คอยประคองเธอในวันที่เธอท้อ และทำไม... หัวใจของเธอถึงได้เต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมาจากอกเพียงเพราะการสบตาที่ใกล้ชิดขนาดนี้
ความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอเรียกว่า ‘กับดักความเห็นอกเห็นใจ’ กำลังทำงาน มันไม่ใช่แค่ความสงสาร แต่มันคือความรู้สึกผูกพันที่กำลังกัดกินเหตุผลของเธอไปทีละน้อย
“ถ้าฉันเป็นปัญหา...” พริมาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกจนศิลาต้องหายใจติดขัด “...แล้วทำไมคุณถึงไม่เคยผลักไสฉันออกไปจาก ‘แบบแปลน’ ของคุณสักทีล่ะคะ?”
ศิลาแทบจะเสียหลักกับคำถามนั้น เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่เขาสร้างขึ้นมาเอง มือหนาของเขาเผลอคว้าเอวบางของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ ก่อนจะดึงเข้ามาประชิดตัวจนเธอเบียดเข้ากับแผงอกแข็งแกร่ง ความร้อนจากร่างกายของเขาส่งผ่านเนื้อผ้าจนพริมาหน้าแดงซ่าน
“เพราะผมอยากจะดูว่า...” ศิลากระซิบชิดริมฝีปากเธอ สายตาคมปลาบจับจ้องดวงตาที่วูบไหวของหญิงสาว “...ยายตัวแสบอย่างคุณ จะพยศไปได้ไกลสักแค่ไหนก่อนที่จะยอมจำนนให้กับเงื่อนไขของผม”
บรรยากาศในห้องอัดแน่นไปด้วยความร้อนแรงที่ไร้การสัมผัส แต่กลับแผดเผาความนึกคิดของทั้งคู่จนแทบมอดไหม้ ศิลาขยับมือไปรวบผมของเธอที่ปรกหน้าออกให้อย่างเบามือ จังหวะนี้เองที่ความแข็งกระด้างที่เขาพยายามสร้างขึ้นมันละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่ปิดบังไม่ได้
ทว่าในจังหวะที่หัวใจของพริมากำลังจะหลอมละลายไปกับแว่นตาที่เริ่มพร่าเลือนจากการถูกเขาสะกดสายตา เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับร่างของหญิงสาวสวยเฉี่ยวในชุดเดรสสีแดงสดที่ผลักประตูเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต
“ศิลา! ฉันได้ยินมาว่าคุณกำลังจะเปลี่ยนดีไซน์โครงการใหม่ จริงเหรอคะ?”
ศิลาผลักตัวออกจากพริมาทันควัน ความเย็นชาถูกสวมกลับมาในเสี้ยววินาทีราวกับมันไม่เคยหายไป พริมาเซไปด้านหลังเล็กน้อยด้วยความมึนงง ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากออกจากความฝันหวานทำให้เธอต้องสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ
ศิลาปรายตามองพริมาด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะหันไปหาหญิงสาวที่เพิ่งเข้ามา “ผมกำลังยุ่งอยู่ คุณพริมา... ออกไปได้แล้วครับ ส่วนงานของคุณน่ะ ผมจะส่งคนไปตามเรื่องให้ที่หลัง”
พริมามองเขาสลับกับหญิงสาวคนใหม่ ความเจ็บแปลบที่แล่นผ่านหัวใจไม่ใช่เพราะคำสั่งไล่ แต่มันคือความรู้สึกที่ว่า ‘กำแพง’ ที่เขาสร้างขึ้นมานั้นแข็งแกร่งเกินกว่าที่เธอจะทลายมันลงได้ง่ายๆ เธอหันหลังกลับ เตรียมจะเดินออกจากห้องด้วยท่าทีสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในใจจะอยากถามว่าผู้หญิงคนนี้คือใครก็ตาม
“เดี๋ยว...” เสียงของศิลาดังขึ้นไล่หลังมา
พริมาชะงักเท้า แต่ไม่ได้หันกลับไป เธอได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาก้าวเข้ามาใกล้จนหยุดอยู่ที่แผ่นหลังของเธอ ก่อนที่เสียงทุ้มต่ำจะกระซิบข้างใบหูจนขนลุกซู่
“อย่าเพิ่งไปไหน... เรื่องของเรายัง ‘คำนวณ’ ไม่จบหรอกนะ”
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับความหวั่นไหวของพริมาและศิลาในบทนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ - เหมยฮวาแรกแย้ม
แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก•ตอนที่ 10
กับดักความเห็นอกเห็นใจ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แบบแปลนรักฉบับร้ายใต้เงาคุณสถาปนิก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!