กลิ่นอายอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นจางๆ ของน้ำหมึกสนิมเหล็ก คลุ้งอยู่ในห้องสมุดใต้ถุนเรือนไม้สักทองของตระกูลธามัน เสียงลมหายใจของรินรดาสั่นไหวเล็กน้อยยามที่นิ้วเรียวแตะสัมผัสลงบนหน้ากระดาษสาที่เปราะบาง สมุดบันทึกเล่มหนาที่ถูกซ่อนเร้นมานานนับครึ่งศตวรรษ บัดนี้ถูกเปิดออกภายใต้แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ
"เธอแน่ใจนะว่าจะดูมันต่อ?" เสียงทุ้มต่ำของธามันดังขึ้นทำลายความเงียบ เขายืนกอดอกพิงชั้นหนังสือ สายตาคมปลาบจับจ้องมาที่เธอด้วยความห่วงใยที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งขรึม "บันทึกเล่มนั้น... มันไม่ได้บันทึกแค่เรื่องราว แต่มันบันทึก 'เงา' ของคนในอดีตที่ยังไม่ไปผุดไปเกิด"
รินรดาไม่ตอบ เธอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก สายตาของเธอล็อกนิ่งอยู่กับภาพถ่ายขาวดำขนาดโปสการ์ดใบหนึ่ง ที่ถูกเหน็บไว้ด้วยคลิปหนีบกระดาษขึ้นสนิม ภาพถ่ายของชายในชุดสูทสากลยุคสงครามโลกครั้งที่สอง ยืนเคียงข้างหญิงสาวในชุดไทยสิมประดิษฐ์ ใบหน้าของทั้งคู่เรียบเฉย ทว่าแววตาในภาพนั้นกลับมีบางสิ่งที่ตรรึงร่างเธอไว้ราวกับถูกสะกดจิต
"ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าตาของฉัน เกี่ยวข้องอะไรกับผู้ชายคนนี้" เสียงของรินรดาแหบพร่า ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเคลื่อนเข้าไปใกล้ภาพถ่ายนั้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปลายนิ้วสัมผัสโดนผิวกระดาษอัดรูปที่ด้านและเย็นเฉียบ
ฉับพลัน... โลกทั้งใบก็หมุนคว้ำ
เสียงรอบตัวของธามัน เสียงลมหายใจของเธอเอง และแม้แต่เสียงเครื่องปรับอากาศในห้องสมุดก็พลันดับวูบลง ความเงียบงันสีดำสนิทเข้าโอบล้อมชั่วพริบตา ก่อนที่ภาพเบื้องหน้าจะถูกฉีกกระชากด้วยแรงเหวี่ยงอันมหาศาล
*กลิ่นควันปืน...*
*กลิ่นดินปืนและกลิ่นฝนที่เพิ่งผ่านพ้นไป...*
รินรดากะพริบตาถี่ๆ ความรู้สึกหนักอึ้งกดทับลงบนบ่า ทั้งที่เธอยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิมในห้องสมุด แต่ทัศนียภาพรอบตัวกลับแปรเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ผนังห้องไม้สักสีเข้มกลายเป็นผนังปูนฉาบปูนดิบที่มีคราบเขม่าดินปืนและรอยกระสุนพรุน บรรยากาศรอบตัวอلبอวลไปด้วยความหวาดระแวงและกลิ่นอายความตาย
"คุณหลวงครับ! ทางด้านหลังถูกตีแตกแล้ว!" เสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกของชายฉกรรจ์ในชุดกั๊กผ้าฝ้ายดังขึ้น ใกล้จนรินรดาสะดุ้งสุดตัว เธอหันขวับไปมองตามเสียง
ร่างของชายวัยกลางคนคนหนึ่งยืนหันหลังให้เธอ เขาสวมชุดสูทสีเข้มแบบโบราณ มือข้างหนึ่งถือกระบอกปืนพกสั้นที่ยังมีควันสีเทาพวยพุ่งออกมาจากปากกระบอก แผ่นหลังนั้น... ตั้งตรงและแผ่รังสีแห่งอำนาจที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องหวาดกลัว แม้จะเห็นเพียงด้านหลัง แต่รินรดาก็จำโครงหน้านั้นได้ทันทีจากแฟ้มประวัติเก่าๆ—คุณหลวงพิพัฒน์
"ไม่ต้องตื่นตูม" เสียงทุ้มต่ำแต่เย็นเยียบจนบาดลึกถึงขั้วหัวใจดังขึ้นจากปากของคุณหลวงพิพัฒน์ เขาก้มลงมองนาฬิกาพกสีทองในมือ เปิดฝาออกดูหน้าปัดด้วยท่าทีสุขุมราวกับภายนอกไม่ได้เกิดสงครามแย่งชิงอำนาจขึ้น "คนของเรากำลังจัดการอยู่... และสมุดบันทึกเล่มนั้น จะต้องไม่ตกไปอยู่ในมือของพวกมันเด็ดขาด"
*สมุดบันทึก?* หัวใจของรินรดาเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เธอพยายามจะก้าวถอยหลัง แต่ขาทั้งสองข้างกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น เธอไม่ใช่ผู้ร่วมเหตุการณ์ แต่เธอกำลัง 'มอง' ผ่านสายตาของใครบางคนที่ยืนอยู่ ณ ที่ตรงนั้นในอดีต
ทันใดนั้น คุณหลวงพิพัฒน์ก็หันขวับกลับมา!
ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวคู่นั้นจ้องตรงมายังจุดที่เธอยืนอยู่ แววตาของเขาไม่ได้มองทะลุกรอบเวลา แต่มันพุ่งเป้ามาที่ 'เธอ' ราวกับเขารู้ว่าเธอกำลังยืนมองเขาอยู่ผ่านช่องว่างของกาลเวลา รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก
"แก... แอบดูอะไรอยู่ตรงนั้น เจ้าหนู..."
เสียงกระซิบนั้นไม่ได้ดังมาจากภาพถ่ายในอดีต แต่มันดังกระซิบอยู่ข้างใบหูของเธอ! ลมหายใจอุ่นร้อนที่เจือกลิ่นอายความตายเป่ารดต้นคอของรินรดา จนขนลุกซู่ไปทั้งร่าง
"ริน! รินรดา! ตั้งสติ!"
เสียงตะโกนพร้อมกับแรงเขย่าที่หัวไหล่อย่างแรง ทำให้มิติเวลาพังทลายลง ภาพควันปืนและผนังปูนพังทลายหายวับไปกับตา รินรดาสะดุ้งเฮือก หอบหายใจโยนตัวไปข้างหน้า เหงื่อกาฬไหลซกเต็มแผ่นหลัง ดวงตาเบิกโพรงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ธามันกึ่งนั่งกึ่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาทั้งสองข้างจับไหล่ของเธอไว้แน่น ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด "เกิดอะไรขึ้น? เธอตัวสั่นไปหมด หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้ว"
รินรดารีบยกมือขึ้นกุมลำคอตัวเอง บริเวณที่เธอยังคงรู้สึกถึงสัมผัสเย็นยะเยือกและลมหายใจอุ่นร้อนเมื่อครู่ เธอก้มลงมองสมุดบันทึกบนโต๊ะ ภาพถ่ายขาวดำใบนั้น... ตอนนี้รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณหลวงพิพัฒน์ในภาพ ขยับเปลี่ยนรูปทรงไปเล็กน้อยอย่างน่าสยดสยอง!
"เขา... เขาเห็นฉัน..." รินรดาเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจกลัว เธอมือไม้สั่นชี้ไปที่ภาพถ่าย "ธามัน ผู้ชายคนนั้นในภาพ... เขารู้ว่าฉันกำลังมองเขาอยู่"
ธามันขมวดคิ้วมุ่น เขาก้มลงมองภาพถ่ายบนโต๊ะเพื่อจะตรวจสอบความผิดปกติ ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากด้านนอกห้องสมุด ก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
ทั้งคู่ชะงักกึก ธามันหันขวับไปมองบานประตูกระจกฝ้าที่เชื่อมต่อกับสวนด้านนอก ในยามวิกาลเช่นนี้ ไม่ควรมีใครอื่นอยู่นอกเรือนหลังนี้อีกแล้ว
เงาสูงโปร่งของใครบางคนทาบทับลงบนกระจกเงาฝ้า เงาร่างนั้นสวมหมวกปีกกว้างและสวมเสื้อโค้ทกันฝนตัวยาว คล้ายกับชายในภาพถ่ายขาวดำที่เพิ่งปรากฏในนิมิตเมื่อครู่ไม่มีผิดเพี้ยน!
ก่อนที่ธามันจะทันได้ลุกขึ้นไปดู เงาร่างหลังประตูกระจกนั้นก็ยกมือขึ้น เคาะกระจกอีกครั้งด้วยจังหวะที่ช้า ทว่าหนักแน่น... และเสียงแหบพร่าราวกับมาจากหลุมศพก็ดังลอดเข้ามาในห้อง
"เปิดประตูให้ฉันที... หลานสาวของฉัน"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันครับ - เหมยฮวาแรกแย้ม
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 4
เสียงกระซิบจากภาพถ่าย
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!