รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 5

คำเตือนที่มาถึง

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
กลิ่นอับของกระดาษโบราณเจือจางด้วยกลิ่นหมึกซึมราคาแพง—รินรดากำลังเผชิญหน้ากับความจริงที่เริ่มคมกริบราวกับใบมีด ในห้องทำงานส่วนตัวของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ แสงไฟจากโคมไฟสีส้มสลัวสาดกระทบกรอบหน้าเรียวที่ฉายแววเหนื่อยล้า แต่ดวงตากลับคมปราบไม่ต่างจากนักล่า ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยขณะวางสมุดบันทึกหน้าปกหนังสีมะฮอกกานีลงบนโต๊ะไม้สัก เมื่อวานนี้ ปริศนาเรื่องตระกูลที่หายสาบสูญยังเป็นเพียงหมอกควันจางๆ แต่ในยามค่ำคืนนี้ หมอกคหนนั้นกลับก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง และมัน... กำลังไล่ล่าเธอ “คุณไม่ควรขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ” เสียงทุ้มต่ำแต่ราบเรียบของธามันดังขึ้นจากมุมห้อง มือนิ่งสนิทของเขาไม่ได้ถือแก้วกาแฟหรือเอกสารใดๆ มีเพียงสายตานิ่งงันที่มองตรงมายังร่างบาง ทว่าภายในแววตาคู่นั้นกลับซ่อนระลอกคลื่นแห่งความกังวลที่พยายามเก็บกดเอาไว้ มิตรภาพและความปรารถนาดีถูกห่อหุ้มด้วยความเยือกเย็นตามวิสัยทัศน์ของทายาทตระกูลเก่าแก่ผู้ผ่านโลกมามาก “ถ้าฉันหยุด แล้วใครจะหาคำตอบให้แม่ล่ะคะ ธามัน?” รินรดาหันขวับ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยเพลิงแห่งความคับแค้นใจ “คุณก็เห็นบันทึกเล่มนี้แล้วนี่... บรรพบุรุษของคุณมีส่วนพัวพันกับการหายตัวไปของคนในครอบครัวฉัน บันทึกหน้าสุดท้ายระบุชัดเจนว่า ‘ความลับต้องถูกฝังกลบด้วยเลือด’ แล้วจะให้ฉันแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นงั้นหรือ?” ธามันถอนหายใจยาวนาน เป็นความเงียบที่หนักอึ้งราวกับก้อนหินที่ถ่วงลงกลางอก เขาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นกายสะอาดเจือจางกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูก “ประวัติศาสตร์ไม่ได้ขาวสะอาด ริน... บางหน้าของมันถูกย้อมด้วยสีแดง และคนที่ถือพู่กันบันทึกเรื่องราวนั้น ไม่ใช่คนใจบุญ คุณหลวงพิพัฒน์ไม่ได้เป็นเพียงชื่อในกระดาษ ท่านมีเครือข่ายอำนาจที่แม้แต่กฎหมายในปัจจุบันยังต้องเกรงใจ” “แต่ความยุติธรรม...” “ความยุติธรรมไม่มีอยู่จริงสำหรับคนตายหรอก รินรดา” ธามันตัดบท น้ำเสียงเฉียบขาดจนเธอนิ่งงันไป “มีแต่ผู้ชนะเท่านั้นที่เขียนมันขึ้นใหม่” ก่อนที่รินรดาจะได้โต้แย้งสิ่งใด เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้ง—*ก๊อก ก๊อก ก๊อก*—จังหวะหนักแน่นและไร้ซึ่งความลังเล ราวกับผู้มาเยือนรู้ดีอยู่แล้วว่าข้างในกำลังถกเถียงเรื่องอะไรกัน ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันชั่วพริบตา ธามันส่งสัญญาณห้ามด้วยสายตาคมกริบ รินรดากลั้นหายใจ เดินช้าๆ ไปยังประตูกลางดึกที่ควรจะปิดตายสำหรับบุคคลภายนอก มือเรียวบิดลูกบิดอย่างระมัดระวัง ไม่มีใครยืนอยู่ตรงนั้น... มีเพียงซองจดหมายสีชา วางอยู่บนพรมเช็ดเท้าหน้าประตู ขอบซองผนึกด้วยขี้ผึ้งสีแดงเข้มประทับตราอักษรย่อ ‘พ.พ.’ ที่รินรดาคุ้นตาจากสมุดบันทึกโบราณเล่มนั้นไม่มีผิดเพี้ยน หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก รินรดาก้มลงหยิบมันขึ้นมา ความเย็นเฉียบของกระดาษทะลุผ่านปลายนิ้วเข้าสู่กระดูกสันหลัง ธามันก้าวเข้ามาประชิดเบื้องหลัง ลมหายใจอุ่นที่รดต้นคอไม่ได้ทำให้เธออุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย “เปิดสิ” ธามันกระซิบเสียงต่ำ รินรดาฉีกผนึกขี้ผึ้งออกอย่างเด็ดเดี่ยว กระดาษแผ่นหนาด้านในถูกดึงออกมา แสงไฟสลัวเผยให้เห็นตัวอักษรบรรจงด้วยหมึกดำสนิท เขียนด้วยลายมือหวัดแต่ทรงพลังอย่างยิ่งยวด *“นกน้อยที่บินสูงเกินไป มักไม่เคยได้เห็นรังของตัวเองอีกเลย... หยุดเสีย ก่อนที่หมึกหยดสุดท้ายจะกลายเป็นเลือดของคุณเอง”* ด้านล่างสุดของกระดาษ มีภาพวาดพู่กันจีนรูป ‘ดอกเหมยสีชาด’ ถูกแต้มไว้ด้วยรอยพู่กันอันเฉียบคม ราวกับประกาศิตจากเงาดำที่มองลงมาจากเบื้องบน รินรดากำกระดาษในมือแน่นจนยับยู่ยี่ ความกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจ แต่มันไม่ได้ทำให้เธอถอยหลัง กลับกัน... มันจุดประกายไฟแห่งความท้าทายให้ลุกโชนขึ้นในอก ดวงตาสองสีสะท้อนภาพจดหมายขู่ในมืออย่างไม่หวั่นเกรง “ดูท่าทาง... พวกเขาจะร้อนรนกันมากสินะคะ” รินรดาเค้นเสียงหัวเราะในลำคอ หันกลับไปสบตาธามันตรงๆ “ยิ่งเขาขู่ฉันมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งมั่นใจว่าเราเข้าใกล้ความจริงเข้าไปทุกที” ธามันมองหน้าเธอนิ่งนาน แววตาไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะคาดเดา เขายื่นมือออกไปราวกับจะแตะไหล่เธอเพื่อห้ามปรามเป็นครั้งสุดท้าย ทว่า... *ปัง!* เสียงกระจกหน้าต่างด้านหลังห้องแตกกระจายละเอียดเป็นเสี่ยงๆ พร้อมกับวัตถุบางอย่างที่พุ่งทะลุเข้ามาปักคาอยู่บนโต๊ะทำงานไม้สัก เสียงกรีดร้องของลมราตรีพัดกรรโชกเข้ามาในห้องทันที ธามันคว้าตัวรินรดากระชากหลบลงไปหมอบราบกับพื้นห้องด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เลือดสีแดงสดหยดลงมาจากแขนเสื้อของเขาที่โดนเศษกระจกบาดขณะปกป้องเธอ รินรดาลืมตาขึ้นท่ามกลางเศษแก้วระยิบระยับ เธอมองตามทิศทางของวัตถุที่พุ่งเข้ามาปักบนโต๊ะ มันไม่ใช่ก้อนหิน... แต่เป็นมีดสั้นโบราณด้ามงาช้าง ที่เสียบทะลุกระดาษอีกแผ่นหนึ่งตรึงไว้กับโต๊ะ และข้อความบนกระดาษแผ่นใหม่นั้น เขียนด้วยตัวอักษรที่สั่นเทาแต่ชัดเจนยิ่งกว่าเดิม: *“เตือนแล้ว... ว่าอย่าเปิดประตูรับความตาย”* ทว่า ก่อนที่ทั้งคู่จะทันตั้งตัว เงาร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทนับสิบชีวิตก็ก้าวพรวดพราดเข้ามาทางหน้าต่างที่แตกละเอียด พร้อมกับกระบอกปืนเก็บเสียงที่เล็งตรงมายังจุดที่พวกเธอนอนหมอบอยู่! ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันครับ - เหมยฮวาแรกแย้ม
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%