กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมกับน้ำหมึกจีนราคาแพงคละคลุ้งอยู่ในห้องทำงานเล็กๆ ของเรือนพักข้าราชการเก่า รินรดายกปลายนิ้วขึ้นแตะขอบกระดาษสมุดบันทึกเล่มสีหม่นที่เปิดค้างไว้ ตัวอักษรหวัดๆ ด้วยหมึกสีดำสนิทเมื่อหนึ่งศตวรรษก่อนสะท้อนไหววับใต้แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ ในหัวของเธอยังคงวนเวียนถึงคำเตือนของธามันเมื่อช่วงหัวค่ำ—*"ระวังตัวไว้ ของสิ่งนี้มีคนจ้องจะแย่งชิงมันกลับคืนด้วยทุกวิถีทาง"*—เสียงก๊อกแก๊กเบาหวิวจากนอกหน้าต่างไม้สักดังก้องขึ้น ตัดผ่านความเงียบงันยามวิกาล
หญิงสาวชะงักมือที่กำลังถือพู่กันจำลอง เธอไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เสียงฝีเท้าแผ่วเบาราวกับแมวป่ากำลังย่างก้าวอยู่บนพื้นระเบียงไม้ด้านนอก มันไม่ใช่เสียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ และไม่ใช่เสียงสัตว์เลี้ยงตัวเล็กๆ อย่างแน่นอน จังหวะการกดน้ำหนักลงบนไม้กระดานระเบียงบอกชัดเจนว่ามี "มนุษย์" กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้หน้าต่างห้องของเธอทีละน้อย ทีละน้อย...
หัวใจของรินรดากระหน่ำเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกนอกอก ความกลัวไม่ได้ทำให้เธอลู่ถอย แต่มันกลับจุดประกายความท้าทายและความระแวดระวังขึ้นในสายตา เธอค่อยๆ วางพู่กันลงบนแท่นหินบดหมึกอย่างเงียบเชียบที่สุด ปลายเท้าก้าวถอยหลังออกห่างจากบานหน้าต่างที่ปิดม่านทึบไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาคมกริบจดจ้องไปยังเงาดำทึบที่ทาบทับลงบนผ้าม่านโปร่งแสง
เงามืดนั้นหยุดนิ่ง... มันหยุดตรงหน้าต่างห้องเธอพอดิบพอดี
รินรดากลั้นหายใจ นิ้วมือเรียวยาวเอื้อมไปกุมด้ามมีดพับเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ใต้กองกระดาษร่างงานวิจัย สัมผัสเย็นเฉียบของโลหะช่วยเรียกสติและความมั่นใจกลับคืนมาบ้าง แม้ขาจะสั่นเทาเล็กน้อยด้วยความตื่นตระหนก แต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกให้เธอนิ่งและรอจังหวะ
*แกร็ก...*
เสียงกลอนหน้าต่างถูกงัดเบาๆ อย่างระมัดระวัง ปราศจากเสียงโลหะเสียดสีกันด้วยความชำนาญของผู้บุกรุก ช่องว่างระหว่างบานหน้าต่างค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกทีละนิด สายลมเย็นเยียบยามดึกกรรโชกเข้ามาในห้อง หอบเอาความหนาแน่นของกลิ่นอายอันตรายเข้ามาปะทะผิวกายจนขนลุกซู่ รินรดารู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจ้องมองเธอทะลุผ่านความมืดเข้ามาจากช่องหน้าต่างนั้น สายตาที่เต็มไปด้วยความกระหายใคร่รู้และความเหี้ยมเกรียมราวกับสัตว์นักล่า
รินรดายืนนิ่งอยู่ในมุมอับของแสงไฟ เธออาศัยเงาตู้หนังสือขนาดใหญ่บังร่างของตนไว้ครึ่งหนึ่ง สายตาเพ่งมองไปยังกรอบหน้าต่างที่ตอนนี้เปิดกว้างขึ้น ปรากฏร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทกลมกลืนไปกับรัตติกาล ใบหน้าของผู้บุกรุกถูกซ่อนอยู่ใต้ปีกหมวกปีกกว้างและผ้าพันคอที่ดึงขึ้นสูงจนเห็นเพียงดวงตาคู่คมกริบที่เปล่งประกายวาววับในความมืด—ดวงตาคู่นั้น... มันช่างคุ้นตาเสียจนน่าขนพองสเกียว ราวกับเคยเห็นที่ไหนสักแห่งในความฝันอันดำมืด
ผู้บุกรุกก้าวขาข้ามธรณีหน้าต่างเข้ามาอย่างเงียบเชียบ รองเท้าหนังสีดำเหยียบลงบนพื้นไม้จนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดเบาๆ ชายคนนั้นหยุดยืนกวาดสายตามองไปรอบห้อง ก่อนที่ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจะหยุดนิ่งตรงโต๊ะทำงาน ที่ซึ่งสมุดบันทึกประวัติศาสตร์เล่มสำคัญวางอยู่
มือสวมถุงมือหนังสีดำยื่นออกไปหมายจะคว้าสมุดบันทึกเล่มนั้น
"หยุดอยู่ตรงนั้น!"
รินรดารวบรวมความกล้าทั้งหมดตะโกนก้อง พร้อมกับก้าวออกมาจากมุมมืด มือเรียวกระชับมีดพับในมือมั่น แววตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวไม่เกรงกลัว "คุณเป็นใคร และเข้ามาในห้องฉันทำไม!"
ร่างสูงชะงักมือที่กำลังจะแตะสมุดบันทึก ชายปริศนาค่อยๆ หันกลับมามองเธอ ชั่วขณะหนึ่งที่ดวงตาทั้งสองคู่สบกัน รินรดารู้สึกราวกับเวลาหยุดเดิน ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้ชายคนนี้ รัศมีรอบตัวเขาไม่ใช่โจรลักเล็กขโมยน้อยทั่วไป แต่เป็นความน่ากลัวระดับที่สามารถสั่งปลิดชีวิตคนคนหนึ่งได้โดยไม่ต้องกะพริบตา
มุมปากภายใต้ผ้าพันคอขยับโค้งขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มเยาะที่เย็นชาจนน่ากลัว
"เธอฉลาดกว่าที่ฉันคิดนะ... แม่นกน้อย" เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าราวกับถูกจงใจดัดแปลงดังลอดออกมาจากลำคอ "แต่การขัดขวางคนของ 'คุณหลวงพิพัฒน์' มันไม่ได้ทำให้เธออายุยืนขึ้นหรอกนะ รินรดา"
สิ้นคำพูดนั้น ชายปริศนาก็ไม่รอให้เธอได้ตั้งตัว เขากระโจนเข้าหาโต๊ะทำงานอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้า คว้าสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาได้ในพริบตา รินรดากรีดร้องด้วยความตกใจ พุ่งตัวเข้าไปหมายจะแย่งสมุดคืน ทว่าในจังหวะที่มือของเธอเอื้อมไปคว้าชายผ้าคลุมของเขาไว้ได้นั้น ชายคนนั้นกลับหันกลับมาพร้อมกับตวัดข้อมือเข้าหาตัวอย่างแรง แรงกระชากทำให้รินรดาลอยละลิ่วเสียหลักล้มลงไปกระแทกกับพื้นห้องอย่างแรง ความเจ็บแปล๊บแล่นริ้วขึ้นมาจากข้อศอกและหัวเข่า
เธอเงยหน้าขึ้นด้วยความเจ็บปวดและโกรธเกรี้ยว ทว่าภาพที่ปรากฏเบื้องสายตาทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึก
ชายชุดดำไม่ได้วิ่งหนีออกทางหน้าต่างอย่างที่ควรจะเป็น แต่เขากลับถอยหลังไปหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องนอนด้านใน—ประตูที่เธอจำได้แม่นว่าล็อกกลอนไว้อย่างแน่นหนาตั้งแต่หัวค่ำ—และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ บานประตูนั้นกำลังถูกเปิดออกช้าๆ จากฝั่งด้านในห้องนอนของเธอเอง!
มีอีกคนหนึ่งอยู่ข้างในนั้น... และคนคนนั้นกำลังเดินออกมาต้อนรับผู้บุกรุกด้วยรอยยิ้มอันคุ้นเคย
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันครับ - เหมยฮวาแรกแย้ม
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 6
รอยเท้าในความมืด
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!