รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 7

พันธะสัญญาบรรพบุรุษ

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
กลิ่นอายของชาดอกอวี้หลานที่กรุ่นขึ้นจากถ้วยกระเบื้องเคลือบสีไข่ไก่ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องสมุดเก่าของคฤหาสน์ตระกูลธามันผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ความเงียบงันที่โรยตัวอยู่ระหว่างคนทั้งสองกลับหนักอึ้งราวกับมีมวลอากาศนับตันกดทับลงบนแผ่นอก รินรดานั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้สักทอง สมุดบันทึกปกหนังสีคล้ำเล่มนั้นยังคงวางสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ราวกับสัตว์ร้ายจำศีลที่รอเวลาลืมตาตื่น ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอสั่นเทาเล็กน้อยยามสัมผัสขอบกระดาษเก่าคร่ำคร่า ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มผู้มีศักดิ์เป็นทายาทคนสุดท้ายอย่างไม่วางตา ธามันไม่ได้มองเธอ เขาทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างบานสูงที่ถูกความมืดมิดของราตรีกลืนกิน มีเพียงแสงสีส้มรำไรจากตะเกียงโบราณที่สาดกระทบสันจมูกโด่งเป็นคมและกรามที่ขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน เขากำลังชั่งใจ... ชั่งใจระหว่างการเก็บงำความลับที่กัดกินตระกูลนี้มานับร้อยปี กับการเปิดประตูบานที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและหยาดน้ำตาให้หญิงสาวแปลกหน้าก้าวเข้ามา "คุณรู้ไหมว่าทำไมสมุดเล่มนั้นถึงต้องรอให้คุณเป็นเปิด" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ มันราบเรียบ ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "เพราะมันไม่ใช่แค่สมุดบันทึกประวัติศาสตร์" รินรดาต่อคำ เสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อย "แต่มันคือคำสาป... หรืออะไรที่มากกว่านั้น" ธามันหันกลับมาสบตา ความเย็นชาที่เคยเคลือบคลุมแววตาคู่นั้นบัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความร้าวรานลึกซึ้ง เขาถอนหายใจยาวนานราวกับต้องการสลัดความทรงจำนับร้อยปีออกจากทรวงอก ก่อนจะเริ่มเอื้อนเอ่ยเรื่องราวที่ถูกฝังกลบไว้ใต้กองเถ้าถ่านแห่งกาลเวลา "ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 5... ยุคที่บ้านเมืองกำลังเปลี่ยนผ่าน ตระกูลของเราและตระกูล 'พิพัฒน์' ไม่ได้เป็นเพียงแค่ขุนนางผู้ใหญ่ที่ทำงานร่วมกัน หากแต่เป็นดั่งพี่น้องร่วมสาบาน" ธามันเริ่มเล่า สายตาเหม่อมองทะลุผ่านกาลเวลา "ทวดของผม—หลวงนฤบาล และคุณหลวงพิพัฒน์ บรรพบุรุษฝั่งตรงข้าม ทั้งคู่ร่วมมือกันสร้างสรรค์สิ่งหนึ่งขึ้นมา... 'พู่กันทิพย์' และ 'หมึกมรกต' อุปกรณ์ที่ไม่ได้มีไว้แค่บันทึกเรื่องราว แต่มีอำนาจในการ 'บิดเบือน' หรือแม้กระทั่ง 'ลบเลือน' ความจริงหน้าประวัติศาสตร์ตามที่ผู้เขียนต้องการ" รินรดาขมวดคิ้วแน่น หัวใจเต้นระรัว "พู่กันที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ได้? มันจะเป็นไปได้ยังไง นั่นมันเรื่องปรัมปรา..." "คุณคิดว่าสมุดที่คุณถืออยู่ มันบันทึกเรื่องจริงทั้งหมดอย่างนั้นหรือ?" ธามันย้อนถามด้วยรอยยิ้มเยาะหยันตัวเอง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด "อำนาจที่ยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกับความโลภ ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณหลวงพิพัฒน์ต้องการใช้พลังของพู่กันนั้นเขียนเปลี่ยนสิทธิ์ในถือครองที่ดินผืนใหญ่ รวมถึงทรัพย์สินและเกียรติยศทั้งหมดให้ตกเป็นของตระกูลตนแต่เพียงผู้เดียว ท่านทวดของผมพยายามขัดขวาง การทรยศหักหลังจึงเกิดขึ้นในคืนเดือนมืดคืนหนึ่ง... คืนที่เลือดนองเต็มพื้นเรือนไทยหลังเก่า" บรรยากาศในห้องราวกับลดอุณหภูมิลงฮวบฮวบ รินรดารู้สึกได้ถึงความหนบหนาของความตายที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ราวกับวิญญาณของผู้ล่วงลับกำลังยืนรายล้อมพวกเขาอยู่ "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน?" รินรดาเค้นเสียงถาม แม้ลางสังหรณ์ในใจจะเริ่มร้องเตือนด้วยความหวาดกลัวแล้วก็ตาม "เกี่ยวสิ รินรดา..." ธามันโน้มตัวเข้าหา โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นอายจางๆ ของไม้จันทน์และหยาดฝนจากตัวเขา แววตาของชายหนุ่มจริงจังจนน่ากลัว "ตระกูลของคุณ... ไม่ใช่คนอื่นไกล พวกเขาคือสายสายเลือดเดียวกับ 'ผู้คัดค้าน' ฝั่งตระกูลพิพัฒน์ที่ถูกกวาดล้างจนสูญสิ้น บรรพบุรุษของคุณคือคนที่ถือสมุดเล่มนี้หนีตาย และปกป้องมันด้วยชีวิต ก่อนจะหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามสิบปีก่อน" คำพูดนั้นราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางศีรษะ รินรดาผงะถอยหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ครอบครัวที่เธอตามหา ปมในใจที่กัดกินเธอมาตลอดชีวิต... แท้จริงแล้วถูกผูกติดอยู่กับความแค้นระดับร้อยปีของสองตระกูลนี้เองหรือ? "หมายความว่า... การที่ฉันเข้ามาพัวพันกับคุณ..." "ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" ธามันตัดบท น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและจริงจัง "และไม่ใช่แค่คุณที่กำลังตามหาความจริง... ฝั่งตระกูลพิพัฒน์ในยุคปัจจุบัน นำโดยทายาทที่สืบสันดานความชั่วร้ายมาเต็มขั้น ก็กำลังตามล่าคุณและสมุดเล่มนี้อยู่เช่นกัน เพื่อทำลายหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะเปิดโปงความอัปยศของพวกมัน" ยังไม่ทันที่รินรดาจะได้ประมวลผลข้อมูลมหาศาลที่เพิ่งได้รับ เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่ก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดินด้านนอกห้องสมุด เสียงนั้นรวดเร็ว ดุดัน และไม่ได้มาอย่างเป็นมิตร ธามันผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเยือกเย็นดุดันในเสี้ยววินาที ร่างสูงก้าวเข้ามาบังร่างของรินรดาไว้ด้านหลังตามสัญชาตญาณการปกป้อง ปัง! ประตูไม้สักบานใหญ่ถูกถีบกระเด็นหลุดจากบานพับด้วยแรงมหาศาล ฝุ่นผงคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมๆ กับเงาร่างสวมสูทสีดำนับสิบคนที่ก้าวเข้ามาพร้อมอาวุธครบมือ และตรงกลางกลุ่มคนเหล่านั้น คือชายชราท่าทางน่าเกรงขาม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยับย่นแห่งกาลเวลาและแววตาที่เหี้ยมเกรียมราวกับสัตว์ร้าย ชายผู้ที่ไม่ควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้วตามบันทึกประวัติศาสตร์... หรือต่อให้เป็นรุ่นหลาน ก็มีใบหน้าและแววตาที่ถอดแบบมาจาก "คุณหลวงพิพัฒน์" ผู้เป็นต้นตระกูลแห่งความมืดมนไม่มีผิดเพี้ยน! "เก่งมาก... ธามัน หลานรัก" เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปากของชายชรา "แกพา 'กุญแจ' มาส่งถึงมือฉันด้วยตัวเองโดยไม่ต้องออกแรงตามหาเลยสินะ" รินรดาหัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อมืออันสั่นเทาของเธอเผลอกำสมุดบันทึกเล่มนั้นแน่น ในขณะที่ธามันค่อยๆ เอื้อมมือไปหยิบมีดพกโบราณที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า สายตาดุดันจ้องมองผู้มาเยือนราวกับราชสีห์ที่พร้อมจะสู้จนตัวตาย ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันครับ - เหมยฮวาแรกแย้ม
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%