"ถ้าคุณยังเปิดหน้านั้นต่อไป กระดูกชิ้นแรกที่ต้องสังเวยให้ความอยากรู้อยากเห็น ก็คงเป็นนิ้วมือของคุณเองนั่นแหละ รินรดา"
เสียงทุ้มต่ำของธามันดังก้องขึ้นในห้องสมุดเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของกระดาษสาและฝุ่นผงที่เกาะกินมานานนับศตวรรษ เขาไม่ได้เดินเข้ามาใกล้ แต่ยืนพิงกรอบประตูพลางกอดอก ดวงตาคมกริบดุจเหยี่ยวคู่นั้นจ้องมองมือของหญิงสาวที่กำลังสั่นระริกอยู่เหนือหน้ากระดาษแผ่นบางที่เพิ่งหลุดร่วงออกมาจากรอยพับลับของสมุดบันทึก
รินรดาไม่ตอบ เธอสูดหายใจลึก กลิ่นอายของหมึกจีนโบราณที่อบอวลอยู่รอบตัวบัดนี้ดูจะเข้มข้นขึ้นจนเกือบจะคล้ายกลิ่นคาวเลือดที่จางหายไปนาน เธอใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเศษกระดาษที่กรอบเกรียมตามกาลเวลาให้คลี่ออก ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่ใช่เพียงเส้นสายของงานศิลปะ แต่มันคือผังทางเดินลับที่ทอดตัวอยู่ใต้ฐานรากของเรือนไม้สักทองที่เธอเคยเรียกว่าบ้าน
"นี่ไม่ใช่แค่แผนที่" รินรดากระซิบ น้ำเสียงของเธอสั่นพร่าขณะกวาดสายตามองจุดมาร์คตำแหน่งที่ถูกแต้มด้วยสีแดงชาด "นี่คือรอยจารึก... ที่คุณหลวงพิพัฒน์พยายามทำลายทิ้งมาตลอดชีวิต"
ธามันถอนหายใจยาว ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้ เสียงฝีเท้าของเขาเงียบเชียบดุจแมวป่า เขาสบตาเธอด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความวิตกที่ปิดไม่มิด "คุณรู้ใช่ไหมว่าการที่มันปรากฏขึ้นในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มีคนจงใจวางมันไว้ให้คุณเจอ เพื่อล่อให้คุณก้าวเข้าไปในกับดักที่เขาสร้างไว้ตั้งแต่อดีต"
"แล้วถ้าฉันเลือกที่จะกระโดดลงไปในกับดักนั้นล่ะ?" รินรดาเงยหน้าขึ้น สายตาของเธอแข็งกร้าวขึ้นอย่างที่ธามันไม่เคยเห็น "ครอบครัวของฉันไม่ได้หายสาบสูญไปเฉยๆ ธามัน พวกเขาถูกฝัง... ถูกฝังไว้ด้วยความลับที่คุณหลวงต้องการครอบครอง ถ้าฉันไม่ไขรหัสนี้ รอยจารึกในอดีตก็จะกลายเป็นหลุมศพของฉันในปัจจุบัน"
บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ ธามันเอื้อมมือออกไปราวกับจะห้ามปราม แต่สุดท้ายเขากลับคว้าไหล่ของเธอไว้แน่น "ถ้าคุณจะไป ผมจะไปด้วย แต่จำไว้... ในที่แห่งนั้น กฎของเวลาไม่ได้ทำงานเหมือนโลกภายนอก ทุกย่างก้าวคือการแลกเปลี่ยนด้วยลมหายใจ"
รินรดาไม่ตอบ เธอตัดสินใจพับแผนที่นั้นเก็บเข้ากระเป๋าเสื้อ ความรู้สึกเหมือนมีพลังงานบางอย่างไหลผ่านปลายนิ้วของเธอ ราวกับกระดาษแผ่นนั้นกำลังเรียกหาเจ้าของที่แท้จริง เธอเดินนำออกจากห้องสมุดมุ่งตรงสู่เรือนไม้หลังเก่าที่ตั้งตระหง่านอยู่ท้ายสวนในยามวิกาล
แสงจันทร์สีนวลตาอาบไล้ไปทั่วบริเวณ แต่กลับไม่ได้ทำให้ความมืดมิดในใจของรินรดาลดน้อยลง เมื่อไปถึงใต้ถุนเรือน แผนที่ในมือเธอก็เริ่มสั่นไหว กระดาษเก่าๆ ที่ดูไร้ชีวิตกลับเปลี่ยนสีสัน ลวดลายเส้นแผนที่เริ่มขยับเขยื้อนราวกับมีชีวิต เธอวางมือทาบลงบนผนังไม้ที่ผุพังตามแรงจูงใจจากสัมผัสพิเศษที่พุ่งพล่าน
*คลิก*
เสียงกลไกล็อกที่ซ่อนอยู่ใต้ไม้สักดังขึ้นเบาๆ ผนังไม้ที่ดูไม่มีอะไรผิดปกติค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากกัน เผยให้เห็นทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลงสู่ความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกราตรีโชยออกมาจากในนั้น... กลิ่นเดียวกับที่เคยติดอยู่บนผ้าเช็ดหน้าของแม่ในวันที่ท่านหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
"รินรดา หยุดก่อน!" ธามันร้องเตือนเมื่อเห็นเธอกำลังก้าวเท้าเข้าสู่ความมืดนั้น ทว่ามันสายเกินไป
ทันทีที่เท้าของเธอสัมผัสพื้นหินด้านล่าง ประตูกลที่เคยเปิดกว้างก็ปิดฉับลงอย่างรวดเร็ว กั้นเธอออกจากโลกภายนอกและกักขังเธอไว้ในความมืดที่เย็นเยียบ รินรดาควานหาไฟฉายในกระเป๋า แต่แสงสว่างที่สาดออกไปกลับเผยให้เห็นสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่ที่นี่
ร่างสูงโปรดของชายชราคนหนึ่งนั่งรออยู่บนเก้าอี้หวายตรงกลางห้องมืดสนิท เขาไม่ได้หันหน้ามามองเธอ แต่เสียงพู่กันที่กำลังตวัดลงบนกระดาษดังครืดคราดอย่างใจเย็น มือที่เหี่ยวย่นนั้นตวัดเขียนตัวอักษรสีแดงสดที่เริ่มไหลเยิ้มออกมาดั่งเลือดที่ไม่มีวันแห้ง
"มาช้าไปนิดนะ รินรดา..." เสียงแหบพร่าที่คุ้นเคยดังขึ้นจากร่างบนเก้าอี้ "ฉันรอให้เจ้าของสมุดเล่มนี้กลับมาทวงคืนสิ่งที่เสียไปตั้งนานแล้ว"
เขาสะบัดพู่กันหนึ่งครั้ง เงาดำเบื้องหลังร่างนั้นก็ขยายตัวขึ้นจนกลายเป็นปีศาจเงาที่น่าสะพรึงกลัว ร่างที่นั่งอยู่ค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าที่ไร้ดวงตา มีเพียงรอยแผลเป็นรูปพู่กันจารึกอยู่บนโหนกแก้มทั้งสองข้าง ใบหน้าที่คุณหลวงพิพัฒน์เคยใช้ครอบงำผู้คนมาตลอดร้อยปี... แต่มันไม่ใช่คุณหลวง!
รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นบุคคลที่นั่งอยู่ตรงหน้าชัดๆ ในวินาทีที่เขาวางพู่กันลงแล้วหันมายิ้มให้เธอ... บุคคลนั้นคือคนคนเดียวกับที่เธอเห็นในรูปถ่ายใบเก่าที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงของเธอเอง เป็นคนเดียวกันกับ 'พ่อ' ที่เธอกำลังตามหา!
ความตกตะลึงยังไม่ทันจางหาย เงามืดรอบตัวก็เริ่มหดตัวเข้ามาบีบคั้น "ลูกรัก... พ่อรอเวลาที่จะเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยเลือดของเจ้ามานานเหลือเกิน"
---
เรื่องราวบทนี้เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และปริศนาที่ซ่อนอยู่ใต้เงาพู่กันกำลังจะกลายเป็นคำสาปที่พรากทุกอย่างไปจากรินรดา... โปรดติดตามตอนต่อไปว่าเธอจะเอาตัวรอดจากบุคคลที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดชีวิตได้อย่างไร
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันครับ - เหมยฮวาแรกแย้ม
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 8
แผนที่ที่ซ่อนอยู่
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!