“อย่าแตะต้องรูปปั้นนั่น รินรดา”
เสียงทุ้มต่ำของธามันดังก้องในความเงียบงันที่กดทับมานานหลายชั่วโมง มันไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นคำเตือนที่สั่นสะท้านอยู่ในกระดูกสันหลังของรินรดา ปลายนิ้วเรียวที่กำลังจะสัมผัสรอยสลักรูปดอกบัวคว่ำบนผนังหินชะงักค้าง เธอสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอับชื้นของดินและฝุ่นผงโบราณที่ตกค้างอยู่นับศตวรรษปะทะเข้ากับจมูกจนรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ซ่าน
“ทำไมคุณถึงมั่นใจนักว่ามันคือกับดัก ไม่ใช่ทางผ่าน?” เธอถามพลางดึงมือกลับ แสงจากตะเกียงน้ำมันในมือธามันวูบไหว ขับเน้นใบหน้าคมสันที่เคร่งขรึมกว่าปกติของเขาให้ดูราวกับรูปสลักหินไม่ผิดเพี้ยน
ธามันไม่ตอบในทันที เขาขยับเข้ามาใกล้จนรินรดาสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมาจากเสื้อคลุมของเขา ดวงตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบห้องสมุดใต้ดินแห่งนี้อย่างระแวดระวัง “เพราะคนอย่างคุณหลวงพิพัฒน์ไม่เคยทิ้งอะไรไว้ให้ใครโดยไม่มีเครื่องเซ่นสังเวย และดูเหมือนว่า... เรากำลังยืนอยู่บนเครื่องเซ่นสังเวยชิ้นใหญ่ที่สุด”
รินรดาขมวดคิ้ว ปมในใจที่ยังคงเป็นแผลสดเกี่ยวกับการหายสาบสูญของครอบครัวเริ่มกระตุกขึ้นอีกครั้ง เธอสัมผัสได้ถึง ‘กระแส’ บางอย่าง... ไม่ใช่พลังเหนือธรรมชาติที่น่าเกรงขาม แต่มันคือความโศกเศร้าที่ถูกกักขังอยู่ใต้ชั้นหินหนาๆ เหล่านี้
“ถ้าคุณหลวงต้องการซ่อนสมุดบันทึกเล่มนั้นจริงๆ เขาจะเก็บมันไว้ในที่ที่ปลอดภัยที่สุด... หรือที่ที่ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเหลียวมอง” รินรดาเอ่ยพลางก้าวเดินไปตามทางเดินแคบๆ ที่ทอดยาวลึกเข้าไปในความมืด แสงตะเกียงที่สั่นไหวเผยให้เห็นชั้นวางหนังสือหินที่เรียงรายไปด้วยม้วนคัมภีร์หนังแพะและแผ่นจารึกที่แตกหัก
ทั้งคู่ก้าวผ่านโถงทางเดินที่เปรียบเสมือนสุสานแห่งความรู้ บรรยากาศบีบคั้นจนรินรดารู้สึกเหมือนมีใครบางคนจับจ้องมาจากมุมมืดของเพดานสูงชัน เธอหยุดเดินกะทันหันก่อนจะหันไปสบตากับธามัน
“คุณรู้สึกไหม ธามัน... เหมือนมีใครบางคนกำลังอ่านเราอยู่”
ธามันชะงัก เขาดับตะเกียงในมือทันที ความมืดมิดเข้าจู่โจมฉับพลันจนรินรดาสะดุ้ง แต่ก่อนที่เธอจะทันได้เอ่ยถาม เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่หนักแน่นก็ดังขึ้นจากด้านหลัง—มันเป็นเสียงของรองเท้าหนังขัดมันที่กระทบพื้นหิน ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของคนจรจัดหรือโจรขโมยสมบัติ แต่มันคือฝีเท้าของผู้ที่คุ้นเคยกับสถานที่นี้ดุจบ้านของตนเอง
“ข้าเฝ้ารอวันที่ทายาทแห่งผู้ทรยศจะกลับมายังสถานที่แห่งนี้เสียจริง”
เสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจดังขึ้นจากความมืด รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอจำน้ำเสียงนี้ได้ดี... เสียงที่เคยฝังใจในความทรงจำวัยเด็กก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลง
ธามันก้าวออกมาขวางหน้าเธอ มือของเขาเอื้อมไปจับด้ามมีดพกที่พกติดตัวมาอย่างสัญชาตญาณ “ท่านทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน? คุณหลวงพิพัฒน์... ของที่ท่านไขว่คว้ามันไม่ได้ทำให้ท่านเป็นอมตะหรอก มีแต่มันจะฉุดให้ท่านจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครจดจำ”
ชายชราผู้หนึ่งค่อยๆ ก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์เล็ดลอดผ่านรอยแยกของเพดานถ้ำลงมาเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยย่นและแววตาที่เย่อหยิ่งทว่าแฝงความร้าวราน ในมือของเขามีสมุดบันทึกปกหนังเก่าคร่ำที่รินรดาตามหามาตลอดชีวิต
“ข้าไม่ได้ต้องการเป็นอมตะ” ชายชรากล่าวพลางลูบปกสมุดด้วยความทะนุถนอม “ข้าเพียงแค่ต้องการลบเลือนความจริงที่บรรพบุรุษของเจ้าเคยกระทำไว้... รินรดา เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าที่ครอบครัวเจ้าหายไป เป็นเพราะความโชคร้าย?”
รินรดาใจเต้นรัว มือของเธอสั่นเทาขณะพยายามควบคุมสติ “คุณหมายความว่ายังไง... ถ้าคุณมีหลักฐาน ก็ส่งมันมาให้ฉัน!”
ชายชราหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วห้องสมุดใต้ดินก่อนจะจางหายไปแทนที่ด้วยเสียงกลไกหินที่กำลังเคลื่อนตัวลงมาปิดกั้นทางออก
“เจ้าอยากรู้นักใช่ไหม?” ชายชราขว้างสมุดบันทึกลงบนพื้นหินระหว่างเขากับรินรดา ก่อนจะก้าวถอยหลังเข้าสู่เงามืดที่มิดชิดกว่าเดิม “จงอ่านมันให้ดี... เพราะเมื่อเจ้าเปิดหน้าแรกออก ความตายของเจ้าจะกลายเป็นจารึกหน้าที่สุดท้ายของสมุดเล่มนี้ทันที”
เขาสิ้นเสียงลงพร้อมกับรอยแยกบนกำแพงที่ปิดสนิท ทิ้งให้รินรดาและธามันอยู่กับความมืดและสมุดบันทึกที่เปื้อนคราบเลือดจางๆ เล่มนั้น รินรดาโน้มตัวลงหยิบสมุดขึ้นมา นิ้วของเธอสัมผัสกับตัวอักษรบนหน้าปกที่เริ่มส่องแสงสีเงินจางๆ ออกมาในความมืด
ทว่าในวินาทีที่เธอพลิกหน้ากระดาษ ธามันก็คว้าข้อมือเธอไว้แน่นพร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่สั่นพร่า “อย่า... รินรดา นั่นไม่ใช่รอยหมึก แต่มันคือ...”
ยังไม่ทันที่ธามันจะพูดจบ ความเจ็บปวดแปลบปลาบก็แล่นผ่านปลายนิ้วรินรดาจนเธอหวีดร้องออกมาเบาๆ เมื่อตัวอักษรบนหน้ากระดาษเริ่มขยับได้ราวกับสิ่งมีชีวิต และเงาสีดำขนาดมหึมาที่เคยแฝงอยู่ในผนังห้องสมุดก็เริ่มแยกตัวออกมาล้อมรอบตัวพวกเขาทั้งสองคนไว้ในกับดักที่ไม่มีวันหนีพ้น!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันครับ - เหมยฮวาแรกแย้ม
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 9
ห้องสมุดใต้ดิน
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!