"วางมันลงเสีย รินรดา... ก่อนที่ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยจนเจ้าถอนตัวไม่ขึ้น"
เสียงของธามันแหบพร่าและสั่นไหวเล็กน้อย มือหนาที่พยายามคว้าข้อมือของหญิงสาวไม่ได้เต็มไปด้วยความรุนแรง หากแต่แฝงไว้ด้วยความหวาดหวั่นอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน รินรดานิ่งงัน ปลายมือนิ้วสั่นเทาขณะสัมผัสกับผิวสัมผัสเย็นเฉียบของกล่องไม้สักที่ถูกซ่อนอยู่หลังผนังลับในห้องสมุดเก่าแก่ของตระกูล
เธอไม่ได้หันไปมองคนข้างหลัง กลิ่นอายของหยาดเลือดและฝุ่นผงแห่งกาลเวลาที่คละคลุ้งอยู่ในกล่องใบนี้กำลังสะกดจิตเธอไว้ "คุณธามันคะ... ย่าทวดไม่ได้หายไปไหน ท่านไม่ได้หนีตามใครไปอย่างที่ครอบครัวเราถูกสอนให้เชื่อมาตลอดหลายสิบปี"
รินรดาค่อยๆ เปิดฝากล่องออก เสียงไม้เก่าเสียดสีกันดั่งเสียงกรีดร้องแผ่วเบาจากอดีต ภายในนั้นไม่ได้มีสมบัติล้ำค่าหรือทองคำแท่ง หากแต่มีเพียงพู่กันขนสัตว์ที่ปลายชุ่มไปด้วยคราบสีดำแห้งกรัง และบันทึกเล่มเล็กที่ทำจากกระดาษสาคุณภาพดี ทว่ากลับมีรอยด่างดวงของบางสิ่งที่ดูคล้ายหยดน้ำตาที่ผสมเลือด
"ดูนี่สิคะ..." เธอหยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่แทรกอยู่ด้านในขึ้นมา ลายมือตวัดฉวัดเฉวียนด้วยความเร่งรีบจนแทบอ่านไม่ออก 'แด่ผู้สืบทอด... เมื่ออักษรนี้ปรากฏ รอยจารึกใต้เงาพู่กันจะเริ่มขับขาน ความโลภของคนผู้นั้นมิได้สิ้นสุดเพียงแค่วิญญาณข้า แต่จะตามหาเจ้าจนพบ'
ธามันถอนหายใจยาว ความเยือกเย็นที่เคยเป็นเกราะป้องกันตัวเขาเริ่มสั่นคลอน "คุณหลวงพิพัฒน์... เขาไม่ได้ต้องการแค่สมุดบันทึก แต่เขากำลังตามหา 'รหัสลับ' ที่จะปลุกอำนาจในสมุดเล่มนั้น และบันทึกของย่าทวดคุณคือตัวกำหนดทิศทางของรหัสนั้นทั้งหมด"
รินรดาหันกลับมามองเขา ดวงตาของเธอฉายแววแน่วแน่จนธามันต้องหลบสายตา "คุณรู้มาตลอดใช่ไหมคะว่าเกิดอะไรขึ้นกับย่าทวด ทำไมตระกูลของคุณถึงดูเหมือนมีพันธะผูกพันกับครอบครัวของฉันนัก? และที่สำคัญที่สุด... คุณเป็นใครกันแน่ในเงาของเขากันคะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดใต้ดิน บรรยากาศบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ เสียงหยดน้ำจากเพดานหินดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอราวกับเสียงหัวใจที่กำลังนับถอยหลัง ธามันก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของทั้งคู่ประสานกัน เขาโน้มตัวลงมาเล็กน้อย สายตาที่เคยอบอุ่นกลับดูมืดมนและซับซ้อนเกินกว่าที่หญิงสาวจะหยั่งถึง
"ผมเป็นคนที่พยายามจะปกป้องคุณ... แม้ว่าจะต้องแลกด้วยการเป็นศัตรูกับเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเองก็ตาม" เขาเว้นวรรค ก่อนจะหยิบพู่กันในกล่องขึ้นมาพิจารณา "รินรดาครับ ย่าทวดของคุณไม่ได้ถูกทำร้ายเพียงเพื่ออำนาจ แต่ท่านถูก 'กักขัง' ไว้ด้วยวิชาอาคมที่ตระกูลของผมเป็นคนสร้างมันขึ้นมา และตอนนี้... กลิ่นอายของวิชานั้น มันกำลังตื่นขึ้นอีกครั้งในตัวคุณ"
รินรดารู้สึกเหมือนมีกระแสไฟฟ้าแล่นผ่านปลายนิ้วที่แตะลงบนบันทึก ภาพนิมิตพุ่งเข้าสู่สมองของเธออย่างรุนแรง ภาพชายชราในชุดราชปะแตนยศสูงศักดิ์ที่กำลังแค่นยิ้มอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิง ใบหน้าของเขาดูดุดันและทรงอำนาจ นั่นคือ 'คุณหลวงพิพัฒน์' เขาไม่ได้แก่ชราลงเลยแม้แต่น้อย เขายังคงดูหนุ่มแน่นและแฝงไว้ด้วยความชั่วร้ายที่ไม่เปลี่ยนแปลง
"เขากำลังมา..." รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือ "เขาอยู่ใกล้กว่าที่พวกเราคิด"
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นและจังหวะก้าวที่มั่นคงดั่งผู้มีอำนาจล้นฟ้าก็ดังก้องมาจากโถงทางเดินด้านนอก เงาดำทอดยาวผ่านช่องประตูเข้ามา ขวางกั้นแสงสลัวจากตะเกียงน้ำมันจนเกิดเป็นเงาร่างของชายผู้หนึ่งที่น่าสะพรึงกลัว ธามันเบิกตากว้าง สัญชาตญาณการต่อสู้กระตุ้นให้เขาดึงรินรดามาไว้ด้านหลังทันที ก่อนที่ร่างสูงสง่าของผู้มาเยือนจะปรากฏกายขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูอิ่มเอิบราวกับกำลังได้พบ 'ชิ้นส่วนสำคัญ' ที่ขาดหายไป
"หลานสาวผู้มีสัมผัสที่น่ารื่นรมย์... ข้าตามหาเจ้าจนแทบพลิกแผ่นดิน โดยเฉพาะเมื่อเจ้าถือของที่เป็นของข้ามานานเกินไปเสียแล้ว" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจสะท้อนก้องไปทั่วห้อง และเมื่อร่างนั้นก้าวเข้ามาสู่แสงไฟ รินรดาก็ต้องใจหายวาบเมื่อเห็นว่าใบหน้าของชายผู้นี้... ช่างละม้ายคล้ายคลึงกับชายที่อยู่ในรูปถ่ายเก่าแก่ในบ้านของธามันแทบจะทุกกระเบียดนิ้ว!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลานี้ไปด้วยกันนะคะ เหมยฮวาแรกแย้มค่ะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 10
ร่องรอยของความสูญเสีย
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!