รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 11

จดหมายเหตุอาถรรพ์

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
"คุณธามัน อย่าเปิดหน้านั้น!" เสียงของรินรดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องสมุดเก่าแก่ในคฤหาสน์ตระกูลธามัน นิ้วเรียวยาวของชายหนุ่มชะงักค้างอยู่เหนือกระดาษสาที่ดูเปราะบางราวกับเกล็ดปีกแมลงทับ กลิ่นอายของหมึกจีนผสมกับกลิ่นสาบของกาลเวลาลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ ราวกับว่าบันทึกเล่มนี้กำลังหายใจออกมาเป็นไอเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงกระดูก ธามันหันกลับมามอง ดวงตาคมกริบคู่นั้นฉายแวววิตกปนสงสัย "ริน... รอยจารึกพวกนี้ มันไม่ใช่ลายมือของบรรพบุรุษผม แต่มันเป็น... อักขระ" รินรดารีบก้าวเข้าไปใกล้ แสงจากตะเกียงน้ำมันสั่นไหววูบวาบจนเกิดเงาทอดยาวบนผนังราวกับปีศาจที่กำลังเริงระบำ เธอหยิบแว่นขยายขึ้นส่องดูหน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้ หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยจังหวะที่ไม่ปกติ เมื่อเห็นว่าหมึกสีดำสนิทที่ควรจะแห้งกรังไปตามกาลเวลา กลับดูเหมือนเพิ่งถูกตวัดเขียนด้วยเลือดสดๆ ยิ่งจ้องมอง อักขระเหล่านั้นก็ยิ่งเหมือนจะขยับเขยื้อนเคลื่อนที่ราวกับฝูงมดดำที่กำลังกัดกินเนื้อกระดาษ "ไม่ใช่แค่บันทึกธรรมดาแล้วค่ะ" รินรดาพึมพำ มือไม้เริ่มสั่นเทา เธอสัมผัสได้ถึงกระแสพลังงานบางอย่างที่หมุนวนอยู่รอบสมุดเล่มนี้ มันไม่ใช่ความอบอุ่นของประวัติศาสตร์ แต่มันคือความอาฆาตมาดร้ายที่ถูกกักขังไว้ "นี่คือ 'บันทึกโลหิตสะกดวิญญาณ' สิ่งที่นักไสยศาสตร์โบราณใช้เพื่อกักขังดวงจิตของผู้ที่ล่วงลับให้เป็นทาสรับใช้" "ไสยศาสตร์?" ธามันแค่นหัวเราะ แต่ดวงตายังคงความเยือกเย็นตามนิสัย "คุณกำลังจะบอกว่า คุณหลวงพิพัฒน์ไม่ได้แค่ต้องการครอบครองประวัติศาสตร์ แต่เขากำลังตามหา 'กุญแจ' ที่จะปลุกเร้าอำนาจมืดงั้นหรือ?" "เขาไม่ได้ต้องการบันทึกไปเพื่อตีพิมพ์ประวัติศาสตร์หรอกค่ะธามัน... เขาต้องการเครื่องสังเวย" รินรดาลดแว่นขยายลง ใบหน้าของเธอซีดเผือด "คุณดูนี่สิ รอยจารึกที่ขอบกระดาษ... มันคือชื่อของคนในตระกูลคุณที่หายสาบสูญไปเมื่อร้อยปีก่อน และชื่อสุดท้าย... ชื่อสุดท้ายที่ถูกเขียนลงไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา... คือชื่อของฉัน" บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปในทันที อุณหภูมิลดฮวบจนลมหายใจของทั้งคู่กลายเป็นไอขาว ธามันรีบคว้าข้อมือรินรดาไว้แน่น ราวกับจะป้องกันไม่ให้เธอถูกแรงดึงดูดประหลาดจากสมุดเล่มนั้นลากไป "คนอย่างคุณหลวงพิพัฒน์ไม่มีทางก้าวเข้ามาในเขตอาคมของบ้านผมได้ หากไม่มีคนในช่วย" ธามันกัดฟันแน่น กรามของเขาขบกันจนขึ้นสันนูน ความสงสัยในตัวคนรับใช้และผู้ดูแลบ้านพุ่งเข้ามาในหัว "ริน เราต้องหาวิธีปิดผนึกบันทึกนี้ก่อนที่เขาจะตามมาถึง" "สายไปแล้วค่ะ" รินรดาตอบเสียงแผ่ว พลางจ้องมองไปที่เงาสะท้อนในกระจกโบราณฝั่งตรงข้าม เงาของเธอในกระจกไม่ได้ทำท่าทางเหมือนตัวเธอ แต่กลับกำลังยิ้มกว้างด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนน่าขนลุก ปัง! เสียงประตูห้องสมุดถูกกระแทกจนเปิดออก ลมกรรโชกแรงหอบเอากลิ่นกำยานที่คุ้นเคยเข้ามา—กลิ่นกำยานชนิดเดียวกับที่ใช้ในพิธีศพของตระกูลผู้มีอิทธิพลในอดีต ร่างสูงใหญ่ในชุดราชปะแตนสีเข้มก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตู รอยยิ้มบนใบหน้าของคุณหลวงพิพัฒน์ช่างดูเยือกเย็นและทรงอำนาจ ในมือของเขามีกริชโบราณที่ส่องประกายสีนิลวาววับ "คุณหลวง..." ธามันก้าวไปข้างหน้าเพื่อบังรินรดาไว้ "ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่คุณจะเข้ามาได้อย่างอิสระตามใจชอบ" คุณหลวงพิพัฒน์ไม่ได้ตอบโต้ แต่สายตาของเขาจับจ้องไปยังบันทึกที่เปิดอยู่บนโต๊ะ ราวกับมองเห็นเหยื่ออันโอชะ "ข้าไม่ได้มาเพื่อต่อกรกับเจ้า เจ้าหนุ่ม... แต่ข้ามาเพื่อทวงคืน 'สัญญา' ที่บรรพบุรุษของเจ้าได้ทำไว้กับข้าเมื่อร้อยปีก่อน ในวันที่พวกเจ้าเลือกจะทรยศต่อพันธสัญญาเลือด!" เขายกมือขึ้นโบกสะบัดเบาๆ พลันนั้น อักขระในบันทึกก็เปล่งแสงสีเลือดออกมา แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้หนังสือเล่มอื่นๆ บนชั้นตกลงมาแตกกระจาย รินรดารู้สึกเหมือนมีมือที่มองไม่เห็นกระชากดึงวิญญาณของเธอให้ออกจากร่าง ความเจ็บปวดแล่นริ้วไปทั่วร่างจนเธอทรุดลงกับพื้น "ธามัน... อย่าให้เขาได้มันไป..." รินรดาพยายามเค้นเสียงออกมา แม้ความมืดมิดจะเริ่มบดบังการมองเห็น ธามันหยิบกริชเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในสาบเสื้อออกมา เขาจำได้ว่าปู่เคยกำชับไว้ว่าสิ่งนี้มีไว้เพื่อตัดขาดความสัมพันธ์กับ 'เงามืด' ในคราวิกฤต เขาหันไปมองรินรดาแวบหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจกระทำในสิ่งที่เสี่ยงที่สุด—เขาไม่ได้พุ่งเข้าหาคุณหลวงพิพัฒน์ แต่เขากลับแทงกริชลงไปที่กึ่งกลางของบันทึกเล่มนั้น! เสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากสมุดเล่มหนา เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของคน แต่เป็นเสียงของวิญญาณนับร้อยที่ถูกกักขังเอาไว้ เลือดสีสดใสพุ่งทะลักออกจากรอยแผลที่กริชแทงลงไป ลมพายุหมุนวนอยู่ภายในห้องสมุดจนทุกอย่างรอบตัวกระจัดกระจาย คุณหลวงพิพัฒน์ชะงัก รอยยิ้มเย่อหยิ่งจางหายไปแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก "เจ้าโง่! เจ้าทำลายพิธีกรรมไม่ได้ เจ้ากำลังจะฆ่าพวกเราทุกคน!" ทว่า ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงหวีดหวิวของวิญญาณ รินรดาที่กำลังหมดสติไปกลับรู้สึกถึงความอบอุ่นบางอย่างที่แล่นผ่านฝ่ามือที่แตะอยู่กับโต๊ะ เธอไม่ได้เห็นแค่ความอาฆาต แต่เธอกลับมองเห็น 'ความจริง' ที่ซ่อนอยู่ในบันทึกนั้น... ความจริงที่ว่า เธอไม่ใช่คนนอก และเธอคือ 'กุญแจ' ดอกสุดท้ายที่ถูกตามหามาตลอดร้อยปี เมื่อเธอค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเธอก็เปลี่ยนไปจากเดิม ราวกับมีดวงจิตอื่นเข้ามาสถิตอยู่ชั่วขณะ เธอเอื้อมมือไปแตะบนหน้ากระดาษที่อาบไปด้วยเลือด เลือดสีแดงฉานนั้นกลับดูดซึมหายไปในผิวหนังของเธอราวกับน้ำที่หยดลงบนผืนทราย ธามันมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความตกตะลึง ในขณะที่คุณหลวงพิพัฒน์ถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน "เจ้า..." เสียงของคุณหลวงสั่นเครือ "เจ้าไม่ใช่คนธรรมดา... เจ้าคือทายาทของสายเลือดที่สาบสูญคนนั้น!" รินรดาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ใบหน้าของเธอนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจต้านทาน เธอหันไปมองคุณหลวงพิพัฒน์ด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมไปทั่วคฤหาสน์ "คุณหลวงคะ... ถึงเวลาที่บทบันทึกนี้จะถูกเขียนจบเสียที และจุดจบของมัน... คือจุดเริ่มต้นของความพินาศที่คุณเป็นคนก่อขึ้นด้วยมือของตัวเอง" ทันใดนั้น แสงสีดำสนิทก็ระเบิดออกมาจากตัวเธอ กลืนกินทุกอย่างในห้องสมุดจนมืดมิดไร้ทางออก ธามันพยายามคว้ามือเธอไว้ แต่สัมผัสที่ได้รับกลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง และสิ่งที่เขากำไว้ในมือไม่ใช่ข้อมือของรินรดาคนเดิม... แต่มันคือกุญแจโลหะโบราณที่มีกลิ่นไอของความตายติดอยู่ ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันในความลับที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมในตอนถัดไปนะคะ เหมยฮวาแรกแย้มค่ะ
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%