"ปล่อยมือฉันเดี๋ยวนี้... ธามัน!"
เสียงที่หลุดออกมาจากลำคอของรินรดาไม่ใช่เสียงของหญิงสาวผู้บอบบางที่เขารู้จัก แต่มันกังวานต่ำลึกราวกับเสียงสะท้อนจากหลุมศพที่ถูกปิดตายมานับร้อยปี ธามันชะงักงัน มือที่กุมกุญแจโลหะเย็นเฉียบนั้นสั่นสะท้าน ความมืดมิดในห้องสมุดไม่ได้จางหายไป แต่มันกลับกลายเป็นเมือกสีนิลที่เกาะกินผนังไม้สักทองราวกับสิ่งมีชีวิต
"ริน... ตั้งสติหน่อย นี่ผมเอง" ธามันพยายามรักษาจังหวะการเต้นของหัวใจไม่ให้ตื่นตระหนก สายตาของเขาจับจ้องไปยังฝ่ามือของรินรดาที่ตอนนี้ปรากฏรอยจารึกอักขระสีแดงฉานดุจเลือดสดๆ ราวกับเครื่องพันธนาการที่กำลังถูกกระชากให้เปิดออก
รินรดาผลักเขาออกด้วยแรงมหาศาลจนร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มกระแทกเข้ากับชั้นหนังสือโบราณ เอกสารเก่าแก่ร่วงกราวลงมาดั่งหิมะพิษ เธอหอบหายใจถี่ กระแสลมเย็นยะเยือกหมุนวนรอบตัวจนชุดกระโปรงผ้าไหมของเธอโบกสะบัดราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยฉุดกระชาก
"อย่ามาทำเป็นพูดจาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแบบนั้น" เธอกล่าว ลมหายใจเย็นจัดจนกลายเป็นไอ "กุญแจดอกนี้... นายบอกว่ามันเพิ่งถูกขุดพบจากใต้เรือนหลวงพิพัฒน์เมื่ออาทิตย์ก่อน แต่ทำไมในความทรงจำที่เพิ่งไหลเข้ามาในหัวฉัน... ฉันถึงเห็นนายยืนอยู่ตรงนั้น ยืนอยู่ข้างๆ เขา ในวันที่เขาสั่งฝังทั้งเป็นคนของตระกูลฉัน!"
ธามันนิ่งไป แววตาของเขาวูบไหวในความมืด เขาค่อยๆ ก้าวข้ามเศษซากกระดาษเข้าไปหาเธออย่างระมัดระวัง "ผมไม่เคยบอกว่าผมเป็นคนบริสุทธิ์ รินรดา แต่สิ่งที่เธอเห็นในนิมิตน่ะ มันเป็นเพียงเศษเสี้ยวของภาพลวงที่บันทึกเล่มนั้นต้องการให้เธอเห็นเพื่อทำลายความเชื่อใจของเธอกับผม"
"ภาพลวงงั้นเหรอ?" รินรดาแค่นยิ้ม ดวงตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลอบอุ่นบัดนี้ฉายแววสีเทาหม่นอันน่าสะพรึง "แล้วกลิ่นกำยานที่ติดอยู่บนปกเสื้อสูทของนายล่ะ? กลิ่นเดียวกับที่โชยออกมาจากห้องใต้ดินของคนตระกูลพิพัฒน์ กลิ่นของความตายที่ฉันคุ้นเคยดีตั้งแต่วันที่ครอบครัวฉันหายตัวไป"
เธอก้าวเข้ามาประชิดเขา กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยที่เคยเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวรินรดากลับกลายเป็นกลิ่นอายของสนิมเหล็กและผืนดินชื้นแฉะ ธามันไม่ถอยหนี เขากลับคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น คราวนี้เขาไม่สนแรงต้าน แต่เขากลับกดนิ้วโป้งลงบนรอยจารึกสีแดงที่หลังมือของเธอ
"ถ้าเธอมองว่าผมคือศัตรู งั้นก็ฆ่าผมเสียสิ" เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ใช้กุญแจดอกนั้นแทงลงมาที่หัวใจผม ถ้ามันคือกุญแจที่ใช้สังหารคนในตระกูลเธอจริงๆ เลือดของทายาทตระกูลที่รับใช้คุณหลวงพิพัฒน์มาทุกชั่วอายุคนอย่างผม ก็น่าจะเป็นเครื่องเซ่นสังเวยที่สมน้ำสมเนื้อที่สุด ไม่ใช่หรือไง?"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องสมุดที่บิดเบี้ยว รินรดาสะอึกในลำคอ มือของเธอที่กำกุญแจไว้นิ่งค้างเหนือแผ่นอกของเขา ความโกรธแค้นในใจตีรวนกับความสับสนที่กัดกินหัวใจ เธอต้องการคำตอบ แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็หวาดกลัวว่าหากกุญแจดอกนี้จิ้มลงไป เธออาจจะสูญเสียคนเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกที่เหลือเพียงแค่เงามืดนี้ไปตลอดกาล
ทว่า... ในวินาทีที่ความลังเลเข้าครอบงำ แสงสีดำรอบตัวกลับเริ่มบีบตัวเข้าหากันจนผนังไม้สักเริ่มปริแตก เสียงกระซิบจากความว่างเปล่าที่ฟังไม่ได้ศัพท์เริ่มดังระงมเหมือนเสียงคนนับร้อยกำลังกรีดร้องอยู่ในห้องใบเดียวกับพวกเขา
*“อย่าเชื่อสายเลือด... จงเชื่อเสียงของพู่กัน”*
รินรดาเบิกตากว้าง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของเธอ แต่มันดังมาจากกุญแจโลหะในมือของเธอเอง!
"ธามัน... นายได้ยินไหม?" เธอถามเสียงสั่น
ธามันขมวดคิ้ว "ได้ยินอะไร?"
"เสียง... เสียงของคนตาย พวกเขากำลังเรียกชื่อใครบางคน ไม่ใช่ชื่อฉัน แต่เป็นชื่อของ..."
ยังไม่ทันที่รินรดาจะพูดจบ ประตูห้องสมุดที่ถูกล็อกตายจากด้านนอกกลับถูกกระแทกจนเปิดออกอย่างแรง บานไม้หนักอึ้งกระเด็นหลุดออกมาพร้อมกับร่างของชายแก่ในชุดข้าราชการโบราณ ใบหน้าของเขาเหี่ยวย่นราวกับผลไม้ที่เน่าเปื่อย ดวงตาที่ไร้แววตาคู่นั้นจับจ้องมาที่ทั้งคู่ด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวจนมุมปากแทบจะฉีกถึงใบหู
เขาก้าวข้ามกรอบประตูเข้ามาด้วยเท้าเปล่าที่ทิ้งรอยเท้าเป็นคราบเขม่าดำลงบนพื้นไม้ คุณหลวงพิพัฒน์ไม่ได้มาคนเดียว รอบกายของเขามีเงามืดรูปร่างคล้ายมนุษย์นับสิบตัวขยับกายไปมาตามจังหวะการเดิน
"กุญแจดอกนั้น... อยู่ในมือของเจ้าทายาทคนสุดท้ายแล้วสินะ" เสียงแหบพร่าดุจใบไม้แห้งกรอบดังก้องขึ้น "ขอบใจมากนะธามัน ที่ช่วยต้อนหนูตัวน้อยให้มาติดกับ... ถึงเวลาที่บันทึกบทสุดท้ายจะถูกชำระด้วยเลือดเสียที"
รินรดาหันขวับไปมองธามันด้วยความหวาดระแวงสุดขีด แต่วินาทีที่หันไปนั้นเอง เธอก็ต้องตกตะลึงจนไร้ถ้อยคำ เพราะธามันไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขากลับค่อยๆ ปล่อยมือจากเธอ แล้วก้าวเท้าถอยหลังไปยืนเคียงข้างคุณหลวงพิพัฒน์อย่างนิ่งสงบ
เขามองกลับมาที่เธอด้วยสายตาที่เย็นชาเสียยิ่งกว่าน้ำแข็งที่เธอเคยสัมผัส ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาพังทลายลงในพริบตา
"อย่าโทษผมเลยรินรดา... เพราะบทละครเรื่องนี้ ถูกเขียนจบไปตั้งแต่ก่อนที่เธอจะลืมตาดูโลกเสียอีก"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางไปกับรอยจารึกแห่งกาลเวลานะคะ ไว้พบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 12
ความไม่ไว้วางใจ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!