ปลายนิ้วของธามันไม่ได้สั่นแม้แต่น้อย แม้รอบกายจะรายล้อมด้วยปลายกระบอกปืนนับสิบที่พร้อมจะปลิดชีพพวกเขาได้ทุกเมื่อ สายตาคมกริบของชายหนุ่มมองตรงไปยังคุณหลวงพิพัฒน์ ราวกับเสือร้ายที่กำลังจ้องตะครุบเหยื่อในกรงขัง
"แกกล้ามากนะไอ้เด็กหนุ่ม..." น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงอำนาจลอดไรฟันของคุณหลวงเอ่ยขึ้น ใบหน้ายับย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทายต่อหน้าบริวาร "คิดว่ามีสมุดบันทึกเล่มนั้นอยู่ในมือแล้วจะพลิกแผ่นดินได้หรือไง"
รินรดากำชายเสื้อของธามันไว้แน่น หัวใจของเธอดังกระหน่ำราวกับมีกลองศึกตีอยู่ภายในอก ความกดอากาศในห้องโถงโบราณนี้หนักอึ้งเสียจนแทบหายใจไม่ออก ทว่า สิ่งที่น่ากลัวที่สุดในเวลานี้ไม่ใช่ความตายที่อยู่ตรงหน้า... หากแต่เป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่กำลังกัดกินจิตใจของเธอเอง
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ฉายซ้ำในหัว ภาพที่เธอยื่นมือออกไปสัมผัสกับผนังห้องลับ แล้วอักขระโบราณก็เรืองแสงขึ้นมาตอบสนอง ราวกับมันจดจำเจ้าของที่แท้จริงได้... รินรดากวาดสายตามองมือทั้งสองข้างของตนเองอย่างหวาดระแวง เล็บสีระเรื่อคู่นั้นดูบอบบาง แต่วินาทีที่แตะต้องสมุดบันทึกและผนังศิลา เธอกลับรู้สึกถึง 'พลัง' บางอย่างที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือด พลังที่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันมีอยู่ และที่น่ากลัวที่สุดคือ... เธอคุ้นเคยกับมันอย่างน่าประหลาด ราวกับมันเป็นส่วนหนึ่งของวิญญาณเธอมาตั้งแต่ชาติภพไหน
*ฉันเป็นใครกันแน่...*
คำถามนี้กรีดลึกอยู่ในใจ ขณะที่สมองพยายามปฏิเสธความจริงที่ว่า สัมผัสพิเศษและการมองเห็นอดีตของเธอ อาจไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ หรือแม้แต่พรสวรรค์ทางสายเลือดธรรมดา
"คุณหลวงไม่ได้กุมความลับทั้งหมดหรอกค่ะ" รินรดาตัดสินใจก้าวออกมาจากเงาของธามัน น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อยแต่เด็ดเดี่ยว ดวงตากลมโตจ้องมองศัตรูตัวฉกาจอย่างไม่หลบเลี่ยง "เพราะแม้แต่ตัวคุณหลวงเอง... ก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่า สมุดบันทึกเล่มนี้กำลังเลือกใครเป็นนายที่แท้จริง"
คุณหลวงพิพัฒน์ชะงัก สีหน้าเปลี่ยนสีในพริบตาเมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยอย่างปิดไม่มิด
ธามันเหลือบมองหญิงสาวข้างกายแวบหนึ่ง แววตาของเขามีทั้งความห่วงใยและความระคนแปลกใจสะท้อนอยู่ แต่มือหนายยังคงเอื้อมมากุมมือสั่นเทาของเธอไว้แน่น ถ่ายทอดความอบอุ่นและความมั่นคงให้เธอกลับคืนมา
"ฉลาดนักนะแม่รินรดา..." คุณหลวงหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแห้งแล้งและน่าขนลุก "นึกว่ารู้เรื่องชาติกำเนิดตัวเองดีแล้วงั้นสิ? งั้นก็ลองถามพ่อหนุ่มตระกูลเก่าแก่ข้างกายเธอสิ ว่าบรรพบุรุษของเขากับตระกูลของเธอ ทำสัญญาสกปรกอะไรกันไว้เมื่อร้อยปีก่อน!"
รินรดาหันขวับไปมองธามันทันที หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม "ธามัน... คุณรู้อะไรมาตั้งแต่แรกใช่ไหมคะ?"
ธามันเม้มริมฝีปากแน่น ดวงตาคมหลบวูบไปชั่วขณะ นั่นคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ความลับ... มันถูกเก็บงำไว้ระหว่างพวกเขา และดูเหมือนว่าตัวเธอเองนี่แหละ คือกุญแจดอกสำคัญที่สุดของเรื่องราวทั้งหมด ที่ถูกปิดตายไม่ให้รับรู้
ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ก็ดังขึ้นจากด้านนอกประตูเหล็กกล้า แรงกระแทกมหาศาลทำให้บานประตูโบราณสั่นสะเทือน ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน
ปัง!
ประตูบานใหญ่ถูกถีบจนพังกระเด็นเข้ามาร่างของใครบางคนก้าวเข้ามาท่ามกลางกลุ่มควันและฝุ่นตลบ ร่างนั้นสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้ม ท่าทางสง่างามแต่น่าเกรงขาม และเมื่อหมอกคอยจางลงจนเห็นใบหน้าชัดเจน... รินรดาก็ต้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ
คนที่ยืนอยู่ตรงนั้น... คือชายผู้ซึ่งเสียชีวิตในกองเพลิงไปเมื่อสัปดาห์ก่อนต่อหน้าต่อตาเธอเอง!
"แปลกใจนักหรือ... ลูกสาวพ่อ" เสียงทุ้มนุ่มที่เธอโหยหามาตลอดชีวิตเอ่ยขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ซึ่งไม่ใช่รอยยิ้มของความรักความอบอุ่นอีกต่อไป... แต่เป็นรอยยิ้มเดียวกับที่คุณหลวงพิพัฒน์กำลังแย้มอยู่ในตอนนี้
เหมยฮวาแรกแย้มขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไขปริศนานี้ไปด้วยกันนะคะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 49
รอยแผลที่ตอกย้ำ
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!