รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 50

ความจริงที่ขมขื่น

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณผสมกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องใต้ดินของคฤหาสน์ตระกูลพิพัฒน์ แสงสลัวจากะเกียงน้ำมันสั่นไหวตามแรงลมที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างแคบๆ ยามค่ำคืน รินรดายืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน หัวใจของเธอดิ่งวูบลงไปถึงตาตุ่มเมื่อคำพูดนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท *“แปลกใจนักหรือ... ลูกสาวพ่อ”* ดวงตาคมกริบของคุณหลวงพิพัฒน์ที่ทอดมองมาเต็มไปด้วยความเย้ยหยันและอำมหิต รอยยิ้มที่มุมปากของชายชราผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ซ้อนทับกับภาพฝันร้ายในวัยเด็กที่เธอพยายามลืมเลือนมาตลอดชีวิต ภาพของบิดาผู้ให้กำเนิด... ผู้ชายคนที่ฆ่าล้างครอบครัวฝั่งมารดาและสร้างรอยแผลเป็นในประวัติศาสตร์ที่ตระกูลธามันต้องตามชำระสะเดาะ “คุณ... คุณกำลังพูดเรื่องอะไรกันคะ” เสียงของรินรดาสั่นพร่า มือเรียวที่กำสมุดบันทึกหนังสีดำแนบอกสั่นเทาจนแทบจะถือไว้ไม่อยู่ “พ่อของฉันเสียชีวิตไปนานแล้ว... ท่านไม่ใช่คนอำมหิตแบบคุณ!” “เสียชีวิตอย่างนั้นหรือ?” คุณหลวงพิพัฒน์หัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าแต่ทรงพลังจนสะท้อนก้องไปทั่วผนังปูนเปลือย “คนเราบางครั้งก็ต้องตายเพื่อจะมีชีวิตใหม่ในที่ที่สูงกว่า ลูกรัก... เธอนี่ช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลยว่าสายเลือดที่ไหลเวียนอยู่ในกายของเธอมันสกปรกโสมมแค่ไหน” ธามันที่ยืนอยู่เบื้องหลังรีบก้าวเข้ามาประคองไหล่บางของรินรดาไว้ทันที สัมผัสอุ่นจากมือของเขาช่วยดึงสติหญิงสาวให้หลุดพ้นจากภวังค์อันมืดมิด ดวงตาคมกวาดมองผู้มีศักดิ์เป็นศัตรูตัวฉกาจด้วยแววตาดุดันและระแวดระวัง “อย่าได้ใช้คำพูดสกปรกมาใส่ร้ายคนอื่นเลยครับคุณหลวง” ธามันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและหนักแน่น สายตาของเขาคมกริบราวกับใบมีดที่ซ่อนอยู่ในฝัก “ไม่ว่าอดีตจะเน่าเฟะแค่ไหน รินรดาไม่เกี่ยวข้องกับเกมอำนาจทรามๆ ของท่าน” “ไม่เกี่ยวอย่างนั้นหรือ?” คุณหลวงพิพัฒน์แค่นยิ้ม สายตาคมปลาบกวาดมองไปที่หญิงสาวสลับกับธามันราวกับกำลังมองดูละครสัตว์ฉากหนึ่ง “ถามแม่หญิงผู้แสนดีของเธอสิ ว่าทำไมจู่ๆ สมุดบันทึกเล่มนั้นถึงเลือกเธอ... ทำไมวิญญาณในเรือนนี้ถึงยอมสยบให้เธอแต่เพียงผู้เดียว ก็เพราะเธอคือสายเลือดแท้ๆ ของ ‘มัน’ ไงเล่า! หลานสาวแท้ๆ ของคนที่ทรยศและฆ่าพี่น้องร่วมสายเลือดเพื่อแย่งชิงสมบัติชิ้นนี้!” ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางใจ รินรดาเซถอยหลังไปสองก้าว ศีรษะของเธอวิงเวียนคล้ายโลกทั้งใบกำลังพังทลาย ภาพความทรงจำสีเทาหม่นในอดีตไหลย้อนกลับเข้ามาในหัว สมุดบันทึกในอ้อมอกหนักอึ้งขึ้นมาทันinกาล เธอคือทายาทของคนบาป... เธอคือสายเลือดเดียวกับปีศาจที่สร้างความพินาศให้กับตระกูลของธามันอย่างนั้นหรือ? “ไม่จริง... คุณโกหก!” รินรดาส่ายหัวช้าๆ น้ำตาเอ่อคลอเบ้าแต่ไม่มีทางไหลรอดออกมา ความรู้สึกผิดบาปแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กายเมื่อหันไปสบตากับธามัน ชายหนุ่มที่เธอยอมเปิดใจให้ ที่คอยเคียงข้างเธอมาตลอด แต่บัดนี้... บรรพบุรุษของเอคือคนที่ทำร้ายครอบครัวของเขา ธามันนิ่งเงียบไปชั่วขณะ เขากระชับมือที่จับไหล่เธอแน่นขึ้น ไม่มีแววตาแห่งความรังเกียจ ไม่มีคำตัดพ้อ มีเพียงความลึกซึ้งและเจ็บปวดที่สะท้อนอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น ทว่าความเงียบของเขากลับบาดลึกยิ่งกว่าคำพูดใดๆ “ริน...” ธามันเอמהเรียกชื่อเธอด้วยเสียงแผ่วเบา “ไม่ว่าเธอจะเป็นใคร เป็นหลานของใคร มันไม่สำคัญ...” “แต่มันสำคัญสำหรับฉันค่ะธามัน!” รินรดาหันกลับไปมองเขา หยาดน้ำตาที่กลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้ม “คุณก็รู้ว่าตระกูลของเราสองคน... มันถูกจองจำไว้ด้วยความแค้นที่ไม่มีวันชำระล้าง ฉันเป็นหลานของศัตรูเบอร์หนึ่งของคุณ... คนที่ทำให้คุณสูญเสียทุกอย่าง!” “ความแค้นบ้าบอนั่นมันจบลงตั้งแต่วันที่เราเริ่มค้นหาความจริงแล้ว” ธามันเอ่ยเสียงเข้ม ดวงตาจริงจังจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “อย่าเอาบาปของคนรุ่นก่อนมาทำลายสิ่งที่เรากำลังสร้างด้วยกันเลย รินรดา” “ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งเสียจริง...” เสียงปรบมือช้าๆ ดังขึ้นจากความมืดมิดบริเวณมุมห้อง คุณหลวงพิพัฒน์ก้าวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ แววตาของชายชราเต็มไปด้วยความสมเพชและริษยา “ความรักเอาชนะทุกสิ่งอย่างนั้นสินะ แต่หนูน้อย... เธอคิดจริงๆ หรือว่าความจริงเรื่องสายเลือดมันจะถูกลบเลือนได้ด้วยคำหวานหยดย้อยพวกนั้น?” ชายชราหยุดยืนห่างจากพวกเขาทั้งสองไม่กี่ก้าว รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นอีกครั้งก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของรินรดาสะดุดกึกลงทันที “เธอยังไม่รู้สินะ... ว่าทำไมแม่ของเธอถึงต้องหนีหัวซุกหัวซอน, ทำไมพ่อของเธอถึงต้องแสร้งตาย และที่สำคัญที่สุด...” คุณหลวงพิพัฒน์เว้นจังหวะ เลียริมฝีปากแห้งผากด้วยความสะใจ “...สมุดบันทึกเล่มที่เธอถืออยู่นั้น ในหน้าสุดท้าย... ใครเป็นคนลงมือฆ่าเจ้าของตัวจริง” รินรดาตัวชาดิก มือที่ถือสมุดสั่นเทารุนแรง เธอไม่อยากฟัง ไม่อยากรับรู้อะไรอีกแล้ว แต่สัญชาตญาณกลับบังคับให้สายตาต้องก้มลงมองหน้ากระดาษสีเหลืองกรอบที่เปิดอ้างว้างโดยอัตโนมัติภายใต้แสงตะเกียง และในวินาทีนั้นเอง... เสียงฝีเท้าฝ่าความมืดของใครอีกคนก็ดังขึ้นจากบันไดชั้นบน พร้อมกับเงาร่างของบุคคลที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วตั้งแต่ยี่สิบปีก่อนก้าวพ้นขอบประตูลงมา พร้อมกับคำพูดที่ทำให้ความจริงทั้งหมดพลิกคว่ำในพริบตาเดียว! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%