รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 51

พายุที่โหมกระหน่ำ

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
“คุณกำลังจะบอกว่า... ตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ธามันทำเพื่อฉัน คือการจัดฉากงั้นหรือคะ?” เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตาที่จ้องมองไปยังชายหนุ่มตรงหน้ากลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่กำลังแตกร้าว เธอวางสมุดบันทึกเล่มเก่าที่เพิ่งได้มาลงบนโต๊ะไม้ขัดมัน เสียงกระดาษเก่าครูดกับพื้นผิวไม้ดังสะท้านไปถึงหัวใจที่เต้นรัวของคนทั้งคู่ ภายในห้องสมุดส่วนตัวของตระกูลธามัน บรรยากาศอึมครึมเสียจนดูเหมือนอากาศจะกลายเป็นก้อนตะกั่วที่กดทับลงบนบ่า ธามันนิ่งงัน นิ้วเรียวยาวของเขาที่เคยจับพู่กันเขียนอักษรอย่างอ่อนโยน บัดนี้กลับสั่นไหวเพียงเล็กน้อย เขาไม่ได้หลบสายตา แต่ทว่าแววตาที่เคยอบอุ่นกลับว่างเปล่าจนน่าใจหาย เขาไม่ได้ปฏิเสธ และนั่นคือคำตอบที่กรีดลึกยิ่งกว่าคมมีดใดๆ “ความจริงบางอย่างมันโหดร้ายเกินกว่าที่รินจะแบกรับได้ด้วยตัวคนเดียว” ธามันเอ่ยขึ้น เสียงของเขาแหบพร่า ทว่ายังคงความสงบนิ่งที่ชวนให้อึดอัด “ผมต้องการปกป้องคุณ แม้จะต้องใช้วิธีที่ทำให้คุณเกลียดผมก็ตาม” “ปกป้อง? หรือแค่ต้องการให้ฉันกลายเป็นหุ่นเชิดในเกมของพวกคุณกันแน่คะ!” รินรดาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ระยะห่างเพียงไม่กี่นิ้วระหว่างพวกเขาในตอนนี้ ดูราวกับเป็นเหวที่กว้างใหญ่ไพศาล ความไว้วางใจที่เธอเคยมีให้เขาเหมือนดั่งรากแก้วของต้นไม้ใหญ่ บัดนี้มันถูกถอนรากถอนโคนด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ “คุณหลวงพิพัฒน์ไม่ได้เป็นคนทำลายตระกูลฉันเพียงลำพังใช่ไหม...” รินรดาเว้นจังหวะ เสียงของเธอเริ่มสั่นระริก “ตระกูลของคุณ... บรรพบุรุษของคุณก็มีส่วนร่วมในเหตุการณ์คืนนั้นด้วยใช่หรือไม่ ตอบฉันมาสิธามัน!” ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมพายุที่เริ่มโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่างบานสูง กิ่งไม้แห้งกรอบฟาดกระทบกระจกราวกับปีศาจที่พยายามจะก้าวเข้ามา ธามันสูดลมหายใจลึก เขาค่อยๆ ก้าวเดินเข้ามาหารินรดาอย่างช้าๆ แต่ละย่างก้าวดูหนักอึ้งราวกับคนแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า “ถ้าผมบอกว่า... ในตอนนั้นผมไม่มีทางเลือก ถ้าผมไม่ทำเช่นนั้น รินอาจจะไม่มีโอกาสได้ยืนอยู่ตรงนี้” “อย่าใช้คำว่า ‘ถ้า’ มาแก้ต่างให้กับความผิดบาปเลยค่ะ” รินรดาแค่นยิ้ม หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้รื้นขึ้นมาจนดวงตาพร่ามัว “ฉันเคยเชื่อว่าคุณคือแสงสว่างเดียวที่เหลืออยู่ในชีวิตที่มืดมนของฉัน แต่แท้จริงแล้ว... คุณคือเงามืดที่จ้องมองมาที่ฉันตลอดเวลาต่างหาก” เธอก้มลงหยิบสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมา แนบมันไว้กับอกแน่น หัวใจของเธอตอนนี้แตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความทรงจำที่เคยร่วมกันไขปริศนา ความอบอุ่นในวันที่เธอท้อแท้ ทุกอย่างกลายเป็นภาพลวงตาที่ฉาบไว้ด้วยคำโกหก ธามันพยายามจะเอื้อมมือไปแตะไหล่ของเธอ แต่รินรดากลับเบี่ยงตัวหลบราวกับสัมผัสนั้นเป็นสิ่งโสโครก สายตาที่เขามองเห็นไม่ใช่ความเกลียดชังอย่างที่เขาหวาดกลัว แต่มันคือความผิดหวัง... ซึ่งนั่นรุนแรงยิ่งกว่าสิ่งใด “ริน... ฟังผมก่อน” “ฉันเหนื่อยแล้วค่ะ” เธอตัดบท เสียงนั้นเย็นชาจนธามันถึงกับชะงัก “ต่อจากนี้ไป ไม่ว่าเรื่องราวของครอบครัวฉันจะเป็นอย่างไร ฉันจะตามหาความจริงด้วยตัวของฉันเอง... โดยที่ไม่มีคุณอยู่ในนั้นอีกต่อไป” ขณะที่รินรดากำลังจะหมุนตัวเดินออกจากห้อง ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามาอย่างแรงโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย ชายชราในชุดสูทสีเข้มที่ดูคุ้นตาปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษ “ช่างเป็นฉากร่ำลาที่น่าประทับใจเสียจริงนะ” คุณหลวงพิพัฒน์เอ่ยขึ้น น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยแต่ทว่าทรงพลังเสียจนบรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปเป็นกดดันในทันที “แต่ดูเหมือนว่าหลานรัก... เจ้าจะลืมไปว่าบันทึกเล่มนั้นไม่ได้มีไว้ให้ผู้หญิงอย่างเธอถือครองหรอกนะ” รินรดาหันกลับไปมองด้วยแววตาที่วาวโรจน์ มือที่ถือสมุดสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อเห็นสมุนของชายชราก้าวเข้ามาปิดล้อมทางออกไว้ทุกด้าน “คุณหลวง...” รินรดาครางชื่อนั้นออกมา ความกลัวเริ่มเข้าเกาะกุมหัวใจ แต่เธอก็ฝืนเชิดหน้าขึ้น “ส่งบันทึกมาให้ฉันเสียเถอะรินรดา” คุณหลวงพิพัฒน์ก้าวเข้ามาใกล้ แสงไฟจากโคมระย้าเหนือหัวทำให้เงาของเขาทอดยาวบดบังร่างของธามันจนมิด “หรือเจ้าอยากจะรู้ความจริงที่น่าสะพรึงกลัวกว่านั้น... เกี่ยวกับตัวตนที่แท้จริงของมารดาเจ้าที่ถูกจารึกไว้ในหน้าที่สี่สิบสอง?” รินรดาหยุดชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อได้ยินชื่อของมารดาที่หายสาบสูญไปนานนับปี หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึก ธามันที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลังรีบขยับตัวหวังจะเข้ามาขวาง แต่เขากลับถูกสมุนของคุณหลวงล็อกแขนไว้แน่นจากด้านหลัง “แกจะทำอะไรน่ะ! ปล่อยนะ!” ธามันตวาด แต่เสียงของเขากลับดูไร้ความหมายในสถานการณ์นี้ รินรดาค่อยๆ เปิดสมุดบันทึกเล่มเก่าไปยังหน้าที่ 42 มือของเธอสั่นจนกระดาษหน้าถัดไปพลิกไหวตามแรงลมจากพายุภายนอก สิ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษไม่ใช่บันทึกการเดินทางหรือประวัติศาสตร์ตระกูล แต่มันคือลายเซ็น... ลายเซ็นที่เธอจำได้ดีว่ามันเป็นของใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในวินาทีนี้เอง เงาของพายุโหมกระหน่ำอยู่ภายนอก แต่ความมืดมิดที่แท้จริงกลับแผ่ซ่านอยู่ภายในห้องนี้... เมื่อรินรดาสบตากับคนตรงหน้าอีกครั้ง สิ่งที่เธอพบไม่ใช่ความลับของครอบครัวเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทรยศครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความลับอันดำมืดนี้ด้วยกันนะคะ เหมยฮวาแรกแย้ม
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%