กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นฝุ่นหนาเตอะในห้องใต้หลังคาเรือนไม้โบราณริมคลอง คือกลิ่นเดียวกับที่ลอยวนเวียนอยู่ในฝันร้ายของรินรดามาตลอดสามคืนเต็ม เปลือกตาบางที่แห้งผากขยับไหวอย่างยากลำบาก ริมฝีปากที่แตกแห้งจนมีคราบเลือดแห้งกรังพยายามเผยอเพื่อกอบโกยอากาศ แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกิน ร่างกายของเธอบอบช้ำและอ่อนล้า ราวกับถูกสูบเรียวแรงทั้งหมดไปจากการถอดรหัสสมุดบันทึกเล่มหนาที่วางอยู่บนโต๊ะไม้ใกล้ตัว
แสงเทียนริบหรี่สาดส่องเงาร่างของเธอให้ทาบทับลงบนผนังไม้ผุพัง ทว่า ในความพร่าเลือนนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ย่ำเหยียบบนพื้นไม้กระดานชั้นล่าง กลับดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
*เอี๊ยด... โครม...*
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงของความเงียบสงบยามวิกาล แต่มันคือเสียงของการบุกรุก หัวใจของรินรดาหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม สัญชาตญาณเตือนภัยกรีดร้องลั่นในอก มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปหมายจะคว้าสมุดบันทึกที่เปรียบเสมือนกุญแจไขความลับทั้งหมด ทว่าปลายนิ้วของเธอกลับไร้เรี่ยวแรงจะแตะต้องมัน
ประตูกลไม้เก่าถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ความปรานี แรงกระแทกทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ แสงสว่างจากตะเกียงพายุในมือของผู้มาใหม่ขับไล่ความมืดมิดให้ถอยร่น เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนนิ่งงันอยู่หน้ากรอบประตู ลมหายใจของเขากระชั้นถี่ แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟวับวาว แต่สิ่งที่ชัดเจนที่สุดในวินาทีนั้น คือประกายตาที่ฉายความตระหนกแกมโล่งอกอย่างปิดไม่มิด
"ริน!"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยเรียกชื่อเธอแทบจะขาดหายไปในลำคอ ธามันก้าวพรวดเข้ามาโดยไม่สนใจหยากหยาดไย่หรือความสกปรก ร่างสูงทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของหญิงสาวทันที ดวงตาคมกริบกวาดมองสำรวจร่องรอยความบอบช้ำบนเนื้อตัวของเธออย่างรวดเร็ว มือหนาสั่นเทาเล็กน้อยยามยื่นไปประคองไหล่บางที่สั่นสะท้าน
รินรดากะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ภาพเบื้องหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้นเป็นใบหน้าของชายหนุ่มที่เธอโหยหาอ้อมกอดและความปลอดภัยมาตลอดทาง ความรู้สึกอัดอั้นตันใจที่เก็บกดไว้พังทลายลงในพริบตา น้ำตาสายอุ่นร่วงเผาะลงอาบแก้มตอบโดยไร้เสียงสะอื้น
"คุณ... ธามัน..." เสียงของเธอแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน "คุณ... ตามฉันมาได้อย่างไรคะ..."
"คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่คนเดียว หん?" ธามันไม่ได้ตอบคำถามทันที น้ำเสียงของเขาดุดันแต่สั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด ปลายนิ้วอุ่นจัดเกลี่ยคราบน้ำตาและฝุ่นละอองออกจากแก้มตอบของเธออย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากออกแรงมากกว่านี้ ร่างตรงหน้าจะแตกสลายคามือ "รู้ไหมว่าผมพลิกแผ่นดินหาคุณทั่วพระนคร... คุณเอาชีวิตมาเสี่ยงกับเรื่องบ้าคลั่งแบบนี้ทำไม"
"ฉันไม่มีทางเลือก..." รินรดาฝืนยิ้มขมขื่น ริมฝีปากที่แตกปริขยับอย่างยากลำบาก "ถ้าฉันไม่มา... ความจริงเรื่องตระกูลของฉัน ก็จะถูกฝังกลบไปพร้อมกับความเงียบงัน... เหมือนกับบรรพบุรุษของคุณ ที่เคยเลือกจะปกปิดมันไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน"
คำพูดนั้นทำให้ธามันชะงักไป ดวงตาคู่คมไหววับด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน เขารู้ดีว่าสิ่งที่เธอกล่าวคือความจริงอันโหดร้าย เงาดำของตระกูลเก่าแก่และอำนาจมืดของคุณหลวงพิพัฒน์ยังคงแผ่ขยายครอบงำทุกย่างก้าว และการที่รินรดามาตกอยู่ในสภาพอิดโรยปางตายเช่นนี้ คือหลักฐานชั้นดีว่าพวกมันไม่อาจปล่อยเธอไว้แน่
"พอได้แล้ว ริน" ธามันรวบตัวหญิงสาวเข้าสู่อ้อมกอดอย่างระมัดระวัง กลิ่นกายคุ้นเคยและความอบอุ่นจากอกของเขาทำให้รินรด้ารู้สึกราวกับได้กลับบ้าน แม้ว่าสถานการณ์รอบตัวจะยังคงเต็มไปด้วยอันตรายก็ตาม "เราต้องไปจากที่นี่ เดี๋ยวนี้ ก่อนที่คนของคุณหลวงจะรู้ตัวว่าผมตามรอยคุณเจอ"
"แต่... สมุดบันทึกเล่มนั้น..." รินรดาพยายามผละออกเล็กน้อย ปลายสายตามองไปยังโต๊ะไม้
"ช่างหัวสมุดบ้าบออะไรนั่นเถอะ ชีวิตของคุณสำคัญกว่าทุกสิ่ง!" ธามันเอ่ยตัดบทด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แววตาจริงจังจนไม่อาจปฏิเสธ มือหนาช้อนร่างบางที่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นแนบอกอย่างง่ายดาย แม้รินรดาจะผอมลงไปมากจากการเดินทางและการอดนอน แต่สำหรับเขาแล้ว น้ำหนักนี้คือภาระทางใจที่เขาแบกรับไว้ด้วยความเต็มใจ
รินรดาซบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างของเขา ปล่อยให้ความอ่อนล้าเข้าครอบงำ เธอยอมจำนนต่อความอบอุ่นนี้ ปล่อยให้เขาพาเดินลัดเลาะลงมาตามบันไดไม้ที่ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอ๊าด ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวพ้นประตูเรือนไม้เพื่อออกไปยังความมืดของสวนหลังบ้าน เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังกระหน่ำขึ้นจากรอบทิศทาง พร้อมกับลำแสงไฟฉายที่สาดส่องตัดผ่านความมืดเข้ามายังตัวเรือนอย่างจงใจ
*พรึบ! พรึบ! พรึบ!*
ธามันหยุดชะงักฝีเท้าทันที ร่างสูงก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณ แขนแกร่งกระชับร่างของรินรดาให้แนบแน่นยิ่งขึ้น ดวงตาคมกวาดมองออกไปในความมืดด้วยความระแวดระวังขั้นสุด
เงาร่างนับสิบในชุดดำสนิทปรากฏกายขึ้นปิดล้อมทุกทางเข้าออก มือของแต่ละคนกุมอาวุธครบมือ และที่น่ากลัวที่สุดคือ ร่างของชายชราในชุดสูทโบราณที่ก้าวออกมาจากหลังแนวไม้พุ่ม รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏบนใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลา ดวงตาคู่นั้นคมกริบและเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"นึกว่าใคร... ที่แท้ก็คุณธามัน ทายาทผู้สูงส่งแห่งตระกูลผู้ดีนี่เอง" เสียงแหบแห้งเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัด "ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริงครับ บุกมาช่วยสาวงามถึงถ้ำเสือ... แต่น่าเสียดาย ที่พวกคุณไม่มีวันได้เดินออกจากที่นี่ทั้งคู่"
รินรดาสะดุ้งเฮือกในอ้อมแขนของธามัน ความหวาดกลัวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมหัวใจอีกครั้งเมื่อตระหนักว่าพวกเขาก้าวเข้าสู่กับดักที่อีกฝ่ายขุดรอไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ธามันขบกรามแน่น สันจَرนขึ้นเป็นสันนูน แววตาเยือกเย็นไร้ความหวาดกลัว เขากระชับอ้อมกอดมั่น พร้อมกับมืออีกข้างที่เอื้อมไปแตะอาวุธพกซ่อนอยู่ที่เอวอย่างเงียบเชียบ โดยไม่มีทีท่าว่าจะยอมจำนนแม้แต่น้อย
"คุณหลวง... แกคิดว่าตัวเองกุมความลับทั้งหมดไว้ได้คนเดียวจริงๆ หรือ" ธามันเอ่ยสวนกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมบาดลึก ราวกับไม่เกรงกลัวต่อปลายกระบอกปืนนับสิบที่เล็งมายังพวกเขา
เหมยฮวาแรกแย้มขอขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านเรื่องราวอันเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 48
พบกันอีกครั้ง
ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!