รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน•ตอนที่ 35

เสียงเตือนจากคนตาย

ผลงานโดย เหมยฮวาแรกแย้ม
“อย่าแตะต้องมัน ถ้าไม่อยากให้เลือดของเจ้าต้องหลั่งรินลงบนกระดาษแผ่นนี้ซ้ำรอยบรรพบุรุษ!” เสียงกังวานราวกับแว่วมาจากใต้บาดาล ไม่ใช่เสียงตะโกน แต่เป็นกระแสคลื่นความเย็นเยียบที่แล่นผ่านกระดูกสันหลังของรินรดาจนเธอต้องสะดุ้งสุดตัว มือที่กำลังจะเอื้อมไปหยิบสมุดบันทึกปกหนังเก่าคร่ำคร่าบนโต๊ะไม้สักชะงักค้างกลางอากาศ เธอกวาดสายตามองไปรอบห้องทำงานเก่าของตระกูลที่ถูกปิดตายมานานหลายทศวรรษ บรรยากาศภายในกดดันจนหน้าอกรู้สึกอึดอัดราวกับถูกสูบอากาศออกไปจนหมดสิ้น รินรดาหอบหายใจถี่ สายตาจับจ้องไปที่เงาร่างเลือนรางที่ก่อตัวขึ้นเหนือเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายวิจิตรบรรจง ร่างนั้นไม่ใช่คนแปลกหน้า แต่เป็นบุรุษในชุดราชปะแตนสีเข้มที่เธอเคยเห็นในภาพถ่ายเก่าแก่ที่ห้องโถงใหญ่ “ท่าน... ท่านคือคุณทวดงั้นหรือคะ?” เสียงของรินรดาสั่นพร่า เธอพยายามประคองสติที่แตกกระเจิงให้กลับมาตั้งมั่น ร่างโปร่งแสงนั้นค่อยๆ หันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจางๆ และแววตาที่ฉายชัดถึงความแค้นเคืองที่ยังไม่ได้รับการสะสาง เขามองมาที่เธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความสงสารปนสมเพช “ข้าคือผู้เฝ้าสมบัติที่แท้จริง ไม่ใช่คนตระกูลพิพัฒน์ที่หิวกระหายอำนาจจนตาบอด เจ้าเด็กน้อย... เจ้าคิดว่ากำลังตามหาความจริง แต่ความจริงที่เจ้าใฝ่หา มันอาจจะกลายเป็นโซ่ตรวนที่ผูกมัดชีวิตเจ้าไว้ตลอดกาล” “ฉันไม่กลัว!” รินรดาเชิดหน้าขึ้น แม้ขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่ “ความจริงที่ครอบครัวฉันต้องหายไป ความอยุติธรรมที่ถูกซุกซ่อนไว้ใต้พู่กันเล่มนั้น ฉันต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น คุณหลวงพิพัฒน์ไม่ได้มีสิทธิ์ในสิ่งนี้ และท่านก็ไม่มีสิทธิ์มาขวางทางฉัน” วิญญาณชายชราหัวเราะเสียงต่ำ มันเป็นเสียงที่แหบแห้งเหมือนเศษกระดาษที่ถูกบดขยี้ “เจ้าไม่รู้จักมัน... เจ้าไม่รู้จักความอำมหิตของคนผู้นั้น ในขณะที่เจ้ากำลังคุยกับคนตายอยู่นี้ ธามันกำลังตกอยู่ในอันตรายที่เจ้าคาดไม่ถึง” รินรดาใจหล่นวูบ “คุณธามัน? เขาทำไมคะ? เขาอยู่ที่ไหน!” “เขากำลังถูกล่อลวงไปสู่หลุมพรางที่เขาขุดไว้ด้วยความรักที่มีต่อเจ้า” วิญญาณนั้นชี้มือเรียวผอมไปยังหน้าต่างที่เปิดกว้างออกสู่ความมืดมิดภายนอก “ไปสิ... ถ้าอยากให้เลือดของชายคนนั้นเปื้อนพื้นเรือนหลังนี้ ก็จงอยู่ที่นี่ต่อ แล้วเฝ้าดูบันทึกหน้าสุดท้ายที่เขียนด้วยน้ำตาของแม่เจ้า!” รินรดาไม่รอช้า เธอคว้าสมุดบันทึกเล่มนั้นมากอดแนบอกไว้แน่น ความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาดไหลผ่านปกหนังเข้าสู่ปลายนิ้ว ราวกับว่าบันทึกเล่มนี้มีชีวิตและกำลังร่ำไห้ในอ้อมกอดของเธอ เธอก้าวออกไปจากห้องนั้นโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองเงาร่างที่ค่อยๆ สลายกลายเป็นฝุ่นผงไปกับสายลม หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความกังวล เมื่อนึกถึงคำเตือนของบรรพบุรุษ ธามันหายไปไหน? เขาเป็นคนรอบคอบและไม่เคยทิ้งข้อความไว้กำกวมเช่นนี้ หรือว่านี่คือกับดักที่ถูกวางไว้ตั้งแต่ต้น? ท่ามกลางความเงียบสงัดของเรือนไทยในยามวิกาล เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังก้องมาจากทางเดินชั้นล่าง รินรดาหยุดชะงัก มือที่สั่นเทาหยิบเอาพู่กันโบราณที่เหน็บไว้ข้างกายออกมาโดยสัญชาตญาณ แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านรอยแยกของฝาผนังทำให้เธอเห็นเงาของใครบางคนกำลังยืนรออยู่ที่หน้าบันได “มาช้าไปนิดนะ รินรดา...” เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด แต่น้ำเสียงนั้นกลับแห้งแล้งและเย็นเยียบจนน่าประหลาด รินรดาเพ่งสายตามองไปในความสลัวนั้น หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่ธามันอย่างที่หวัง แต่กลับเป็นคุณหลวงพิพัฒน์ที่ถือไม้เท้าหัวกะโหลกเงินไว้ในมือข้างหนึ่ง และในอีกข้างหนึ่ง... เขากำลังถือร่างของธามันที่หมดสติไว้ในลักษณะที่ดูเหมือนกำลังจะผลักตกลงมาจากระเบียงชั้นสอง “เลือกเอาสิ...” คุณหลวงพิพัฒน์แสยะยิ้มที่ทำให้รอยแผลเป็นบนหน้าของเขาน่าเกรงขามยิ่งขึ้น “ระหว่างความลับของตระกูลที่เจ้าถวิลหา กับลมหายใจของชายที่เจ้าเชื่อมั่นเหลือเกินว่าจะปกป้องเขาได้” รินรดากำบันทึกในมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อหนัง เธอจ้องมองชายผู้เหี้ยมโหดด้วยสายตาที่อาบไปด้วยความชิงชัง ก่อนจะตัดสินใจในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เธอโยนสมุดบันทึกเล่มนั้นออกไปนอกหน้าต่าง ลงสู่กระแสน้ำเชี่ยวกรากของแม่น้ำหลังเรือน “ถ้าบันทึกนี้คือสิ่งที่ท่านต้องการ ก็ลงไปเอาเองเถอะค่ะ!” คุณหลวงพิพัฒน์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ร่างของเขาพุ่งตัวตามสมุดเล่มนั้นออกไปทันทีด้วยความกระหายอำนาจ ทิ้งให้ธามันร่วงลงมาสู่พื้นเบื้องล่างอย่างไร้การป้องกัน ทว่าก่อนที่ร่างของธามันจะกระแทกพื้น รินรดากลับพุ่งตัวไปรับร่างเขาไว้ด้วยแรงมหาศาลที่เธอก็ไม่รู้ว่าเอามาจากไหน ขณะที่เธอประคองร่างธามันไว้ได้สำเร็จ เสียงของเขาก็พึมพำออกมาเบาๆ ในอาการกึ่งหลับกึ่งตื่น “ริน... อย่าไปที่แม่น้ำ... บันทึกนั่น... มันมีสองเล่ม...” ดวงตาของรินรดาเบิกกว้างเมื่อตระหนักว่าสิ่งที่เธอเพิ่งทิ้งลงไป อาจไม่ใช่ความลับที่แท้จริง แต่เป็นกุญแจสำคัญที่เปิดประตูนรกให้กว้างขึ้นกว่าเดิม และเสียงฝีเท้าอีกนับสิบที่กำลังกรูกันขึ้นมาบนเรือนนั้น... ไม่ใช่คนของคุณหลวงพิพัฒน์ เหมยฮวาแรกแย้มขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและบีบคั้นหัวใจในตอนนี้ไปพร้อมกับรินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (เหมยฮวาแรกแย้ม)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกแห่งกาลเวลา: บันทึกรักใต้เงาพู่กัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%